ข้ามไปยังทูลบาร์
พฤศจิกายน 26, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ต.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำปรับขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

คืนนี้สหรัฐจะไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจใดๆ ที่สำคัญ

แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,920 ดอลลาร์

  • Spotปรับตัวขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่าพรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้บริษัทโมเดอร์นาเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐอาจอนุญาตให้มีการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัทเป็นกรณีฉุกเฉินในเดือนธ.ค.นี้ทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ2.92 ตัน
  • 1,920 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านที่ 1,920ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 1,930 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับอยู่ที่ 1,900ดอลลาร์ และ 1,890 ดอลลาร์ ตามลำดับ

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,906.30+2.51,900/1,8901,920/1,930

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,20028,000/27,70028,400/28,500

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,360-2028,130/27,95028,570/28,650

แนะนำซื้อเมื่อราคาทอง Spot ปรับลงมาที่ 1,890 ดอลลาร์  (GF 27,950 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,880 ดอลลาร์(GF 27,820 บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,890 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,912.70-4.31,905/1,8951,925/1,935

แนะนำซื้อเมื่อราคาGOZ20ปรับลงมาที่ 1,895 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,885 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์อ่อนนลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยหลังแผนกระตุ้นศก.คืบหน้า

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.41% แตะที่ 93.0615

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดบวก $3.7 รับดอลล์อ่อน,แผนกระตุ้นศก.คืบหน้า

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ต.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำนอกจากนี้สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.7 ดอลลาร์หรือ 0.19% ปิดที่ 1,915.4 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 28.2 เซนต์หรือ 1.14% ปิดที่ 24.98 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ: น้ำมันWTI ปิดบวก 63 เซนต์รับคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบลดต่อเนื่อง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สองโดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ในวันนี้สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 63 เซนต์หรือ 1.5% ปิดที่ 41.46 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 54 เซนต์หรือ 1.3% ปิดที่ 43.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดบวก 113.37 จุดรับความหวังสหรัฐใกล้คลอดแผนกระตุ้นศก.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าพรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยบวกหลังจากบริษัทโมเดอร์นาเปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐอาจอนุญาตให้มีการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัทเป็นกรณีฉุกเฉินในเดือนธ.ค.นี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,308.79 จุดเพิ่มขึ้น 113.37 จุดหรือ +0.40% ขณะที่ดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,443.12 จุดเพิ่มขึ้น 16.20 จุดหรือ +0.47% ส่วนดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,516.49 จุดเพิ่มขึ้น 37.61 จุดหรือ +0.33%

เฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยใกล้0%จนกว่าเงินเฟ้อแตะเป้าหมาย2%

นายริชาร์ดแคลริดารองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้0%จนกว่าเงินเฟ้อแตะระดับเป้าหมายของเฟดที่2%และตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่งนายแคลริดาระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินและการคลังขณะที่เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดเพื่อหนุนเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่งนอกจากนี้รองประธานเฟดยังกล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐจำเป็นต้องใช้เวลาอีก1ปีเพื่อให้การขยายตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19และอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้นสำหรับการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน

โมเดอร์นาคาดรัฐบาลสหรัฐไฟเขียวใช้วัคซีนต้านโควิดกรณีฉุกเฉินในเดือนธ.ค.

นายสเตฟานบันเซลประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทโมเดอร์นาอิงค์ (ModernaInc) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐเปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐอาจจะอนุญาตให้มีการใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ของโมเดอร์นาเป็นกรณีฉุกเฉินในเดือนธ.ค.นี้หากวัคซีนของบริษัทมีผลการทดลองทางคลีนิกขนาดใหญ่เป็นที่น่าพอใจในเดือนพ.ย.นี้อย่างไรก็ตามนายบันเซลเปิดเผยในระหว่างการเสวนาในหัวข้อ “Tech Live” ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลว่ากว่าบริษัทจะได้รับผลการทดลองที่เพียงพอนั้นจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานดังนั้นการที่รัฐบาลสหรัฐจะอนุญาตให้ใช้วัคซีนต้านโรคโควิด-19 โดยทั่วไปอย่างเป็นทางการนั้นอาจจะต้องรอไปจนถึงช่วงต้นปีหน้าก่อนหน้านี้นายบันเซลกล่าวว่าโมเดอร์นาจะรู้ผลการทดลองทางคลินิกกับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทได้อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 25 พ.ย.นี้และบริษัทจะไม่มีการจัดจำหน่ายวัคซีนดังกล่าวก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.   “เราจะมีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอภายในวันที่ 25 พ.ย.นี้เพื่อที่จะสามารถยื่นขออนุมัติใช้วัคซีนกรณีฉุกเฉินจากทางสำนักงานงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐซึ่งหากข้อมูลด้านความปลอดภัยออกมาดีก็จะถือว่าวัคซีนมีความปลอดภัย” นายบันเซลกล่าวในการประชุมที่จัดโดยไฟแนนเชียลไทม์สเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมาทั้งนี้โมเดอร์นากำลังอยู่ในระหว่างการทดลองทางคลินิกเฟส 3 ในสหรัฐซึ่งเป็นระยะที่วัคซีนทดลองหรือยาหลอกถูกสุ่มฉีดให้กับอาสาสมัครหลายหมื่นคนเพื่อตรวจสอบถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน

สหรัฐออกกฎปิดไมโครโฟนสกัดทรัมป์vs ไบเดนพูดแทรกในดีเบตรอบสุดท้าย

คณะกรรมการจัดการดีเบตประธานาธิบดีของสหรัฐออกแถลงการณ์ว่าในการแสดงวิสัยทัศน์หรือการดีเบตรอบสุดท้ายระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันและนายโจไบเดนคู่ชิงจากพรรคเดโมแครตทางคณะกรรมการจะปิดเสียงไมโครโฟนในระหว่างที่ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งกำลังตอบคำถามของผู้ดำเนินรายการซึ่งใช้เวลาตอบคำถามละ 2 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาคณะกรรมการระบุว่าการดีเบตรอบสุดท้ายระหว่างปธน.ทรัมป์และนายไบเดนจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค.เวลา 21.00-22.30 น.ตามเวลาสหรัฐหรือตรงกับเช้าวันศุกร์ที่ 23 ต.ค.เวลา 08.00-09.30 น.ตามเวลาไทยซึ่งการดีเบตในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเบลมอนต์ในเมืองแนชวิลล์รัฐเทนเนสซีโดยมีคริสเทนเวลเกอร์เป็นพิธีกรสำหรับหัวข้อในการแสดงวิสัยทัศน์ในการดีเบตรอบนี้ได้แก่การแก้ปัญหาโควิด-19, ภาวะการเป็นผู้นำสหรัฐ, ความขัดแย้งด้านเชื้อชาติในสหรัฐ, การแก้ไขปัญหาโลกร้อนรวมทั้งประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติและภาคครัวเรือนในสหรัฐ