เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์ Brexit การประชุมธนาคารกลางยุโรป

ทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,480-1,500 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์เนื่องจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนสามารถตกลงกันได้ในเฟสแรก ขณะที่นักลงทุนรอติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนต่อไป  ในช่วงกลางสัปดาห์ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 1,477-1,500 ดอลลาร์ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาไม่ดี ทำให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ ขณะที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลง Brexit ได้ในวันพฤหัส ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ Brexit ทำให้การปรับขึ้นมีกรอบที่จำกัด
  • สัปดาห์นี้ติดตามประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สถานการณ์ Brexit การประชุมธนาคารกลางยุโรป และการแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย.จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนต.ค. ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดยังเคลื่อนไหวในกรอบ 1,480-1,500  ดอลลาร์ โดยราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,480 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,470 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,490.89 -0.9 1,480/1,470 1,500/1,510

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,400 +50 21,300/21,200 21,500/21,600

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,490 +40 21,440/21,330 21,650/21,760

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,480-1,500 ดอลลาร์ การเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัวแนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,440 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์ (GF 21,330 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,500.50 +3.30 1,488/1,478 1,508/1,518

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOZ19 ระหว่าง 1,488-1,508 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบและแข็งค่าขึ้น ซึ่งเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอ่อนค่าลง เนื่องจากยอดค้าปลีกของสหรัฐเดือนก.ย.ลดลง 0.3% ซึ่งเป็นการหดตัวลงครั้งแรกในรอบ 7 เดือน โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่ 30.33 และ 30.30 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่  30.40 และ 30.45 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินดอลล์อ่อนค่า ขณะปอนด์,ยูโรแข็ง รับความหวังเกี่ยวกับ Brexit

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) หลังอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกระบวนการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ $4.2 เหตุนักลงทุนเทขายทางเทคนิค

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายทองทางเทคนิค หลังจากที่ราคาทองปรับตัวขึ้นในช่วง 2 วันก่อนหน้านี้ และนักลงทุนยังขายทองซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) สามารถบรรลุข้อตกลงการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 4.2  ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 1,494.1 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.4 เซนต์ หรือ 0.19% ปิดที่ 17.578 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมันดิบ WTI ปิดลบ 15 เซนต์ เหตุตลาดวิตกดีมานด์อ่อนแอ

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์ที่ซบเซา หลังจากที่การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงจากจีนทำให้นักลงทุนมีความวิตกครั้งใหม่ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง จะทำให้ความต้องการน้ำมันดิบลดลง และจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน    นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกว่า ความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าต่างๆ จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงและจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันด้วย สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 15 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 53.78 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 49 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 59.42 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดร่วง 255.68 จุด เหตุนลท.วิตกข่าวธุรกิจเชิงลบ

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐ อาทิ บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และบริษัทโบอิ้ง รวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาจากจีน ซึ่งทำให้นักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อหุ้น แม้บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งก็ตาม ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,770.20 จุด ลดลง 255.68 จุด หรือ -0.95%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,986.20 จุด ลดลง 11.75 จุด หรือ -0.39% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,089.54 จุด ลดลง 67.31 จุด หรือ -0.83%