จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,474 1,464 1,450

แนวต้าน : 1,498 1,508 1,519

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐคาดว่า จะมีการลงนามข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนภายในช่วงเวลาการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกในประเทศชิลี วันที่ 16-17 พ.ย. ขณะที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนระบุว่า จีนจะร่วมมือกับสหรัฐเพื่อจัดการข้อกังวลหลักในการเจรจาการค้าของแต่ละฝ่ายบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและความเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐวางแผนแถลงนโยบายสำคัญครั้งที่ 2 ของเขาเกี่ยวกับจีนในวันพฤหัสบดีนี้ โดยความหวังที่ว่า ข้อตกลงบางส่วนระหว่างจีนและสหรัฐจะผ่อนคลายสงครามการค้าเพิ่มสูงขึ้นกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เห็นได้จากตลาดหุ้นจีนที่ปรับขึ้นอย่างตัวแข็งแกร่งในวันจันทร์นี้ จนนักลงทุนในตลาดทองคำเพิ่มความระมัดระวังและขายทองคำออกมา อย่างไรก็ตามแรงขายทองคำไม่มากนักและราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ เบื้องต้นหากราคาทองคำขยับขึ้นแต่ยังไม่สามารถขึ้นยืนเหนือแนวต้าน 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยบริเวณนี้อาจโดนแรงขายออกมาซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวัง จึงแนะนำนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะถือเป็นจุดเสี่ยงซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว ราคามีแนวโน้มปรับตัวลงสู่แนวรับถัดไปที่ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำยังไม่หลุดต่ำกว่าแนวรับโซน 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็ยังมีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดต่ำกว่าโซนดังกล่าวราคาทองคำอาจย่อลงมาที่ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญที่ต้องระวังและควรติดตามราคาอย่างใกล้ชิดหากราคาทองคำปรับตัวลงเข้าใกล้โซนดังกล่าว

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position หากราคาขยับขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ขายทำกำไร และรอการเข้าซื้อเมื่ออ่อนตัวลงมาไม่หลุดโซนแนวรับ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และควรตัดขาดทุนหากราคาหลุดโซน 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้ปิดสถานะทำกำไร เมื่อราคาทองคำย่อตัวลงสู่แนวรัช่วง 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคายืนไม่อยู่ ให้ชะลอการปิดสถานะไปที่แนวรับ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 Open New หาจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาทองคำย่อตัวลงมาและยืนเหนือบริเวณ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างมั่นคง ควรตัดขาดทุนหากราคาหลุดโซน 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยต้องพิจารณาขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่านแนวต้านโซน 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) IMF คาดเศรษฐกิจจีนปีหน้าขยายตัวเพียง 5.8% ลดลงจาก 6.1% ในปีนี้  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2563 จะอยู่ที่ระดับ 5.8% ลดลงจากระดับ 6.1% ของตัวเลขคาดการณ์สำหรับปี 2562
  • (-) ธ.กลางอิตาลีเผยเศรษฐกิจอิตาลีอาจยังคงซบเซาใน Q3  ธนาคารกลางอิตาลีระบุว่า เศรษฐกิจของอิตาลีมีแนวโน้มเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือไม่เติบโตเลยในไตรมาส 3 โดยคงแนวโน้มทรงตัวที่ดำเนินมาในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา  “กิจกรรมเศรษฐกิจในอิตาลีดูเหมือนจะยังคงเกือบหยุดนิ่งในไตรมาสฤดูร้อนจากความอ่อนแออย่างต่อเนื่องของวงจรอุตสาหกรรมในยูโรโซนทั้งหมด”  ธนาคารกลางอิตาลีระบุว่า เศรษฐกิจอิตาลีอาจจะได้รับการสนับสนุนระหว่างเดือนก.ค.ถึงก.ย.จากการเติบโตระดับปานกลางในภาคบริการและการก่อสร้าง  เศรษฐกิจอิตาลีซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของยูโรโซน ซบเซาในวงกว้างในช่วง 6 ไตรมาสที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศปรับขึ้น 0.1% ในไตรมาส 2 จากช่วง 3 เดือนก่อนหน้า และปรับขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายปี
  • (-) จีนเผยจะร่วมมือกับสหรัฐเพื่อจัดการข้อกังวลหลักๆของแต่ละฝ่าย  นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนระบุว่า จีนจะร่วมมือกับสหรัฐเพื่อจัดการข้อกังวลหลักของแต่ละฝ่ายบนพื้นฐานของความเท่าเทียมและความเคารพซึ่งกันและกัน และการยุติสงครามการค้าจะดีต่อทั้งสองฝ่ายและโลก  เขากล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายสร้างความคืบหน้าสำคัญในหลายประเด็น โดยวางรากฐานสำคัญสำหรับการลงนามข้อตกลงที่แบ่งเป็นระยะ”  เขากล่าวว่า “การระงับการทวีความตึงเครียดของสงครามการค้าสร้างประโยชน์แก่จีน, สหรัฐ และโลกทั้งหมด นั่นคือสิ่งที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคคาดหวัง”
  • (-) Xinhua’s Interview: นักวิชาการเผยเจรจาการค้าจีน-สหรัฐรอบล่าสุดส่งสัญญาณเชิงบวก  นักวิชาการอาวุโสของสหรัฐได้กล่าวแสดงความเห็นว่า การเจรจาการค้ารอบล่าสุดระหว่างสหรัฐและจีน ส่งสัญญาณเชิงบวก และยังสะท้อนให้เห็นว่า ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างสองประเทศนั้น สามารถหาทางออกได้  “สิ่งที่น่าประทับใจก็คือ จีนและสหรัฐพยายามหาทางประสานความคิดเห็นที่แตกต่าง นี่เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ทั้งสองประเทศกำลังส่งถึงสาธารณชน” นายซัวราบห์ กุปตา นักวิชาการอาวุโสประจำสถาบันการศึกษาจีน-สหรัฐซึ่งตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว  การประชุมด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนและสหรัฐเมื่อวันที่ 10-11 ต.ค. ณ กรุงวอชิงตันนั้น มีความคืบหน้าอย่างมากในหลายประเด็น เช่น การเกษตร การคุ้มครองสิทธิของทรัพย์สินทางปัญญา อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา การบริการทางการเงิน การขยายตัวของการค้า และการโอนถ่ายเทคโนโลยี  นายกุปตาได้เน้นย้ำถึงการที่จีนเดินหน้าเปิดกว้างภาคการเงิน และยังกล่าวด้วยว่า ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันกันระหว่างจีนและสหรัฐสามารถหาทางออกได้ในขณะนี้  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีนได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของบริษัทบริการด้านการเงินของจีนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งครอบคลุมถึงบริษัทจัดการกองทุน บริษัทโบรกเกอร์ และบริษัทซื้อขายสัญญาล่วงหน้า  
  • (+/-) รองปธน.สหรัฐเตรียมแถลงนโยบายเกี่ยวกับจีนในวันพฤหัสฯ  ทำเนียบขาวเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐวางแผนแถลงนโยบายสำคัญครั้งที่ 2 ของเขาเกี่ยวกับจีนในวันพฤหัสบดีนี้ ในขณะที่ความหวังที่ว่า ข้อตกลงบางส่วนระหว่างจีนและสหรัฐจะผ่อนคลายสงครามการค้า เพิ่มสูงขึ้น  นายเพนซ์ ซึ่งมักแสดงความเห็นเชิงแข็งกร้าวเกี่ยวกับจีน จะกล่าวสุนทรพจน์ ณ วิลสัน เซ็นเตอร์ โรงแรมคอนราด ในกรุงวอชิงตัน ในช่วงประมาณหนึ่งปีหลังจากที่เขาวิจารณ์จีนอย่างรุนแรงในการแถลงที่สถาบันฮัดสัน   เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า การแถลงดังกล่าวจะ “สะท้อนความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนในช่วงปีที่ผ่านมาและมองไปยังอนาคตของความสัมพันธ์ของเรา” โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม