ศุกร์. พ.ย. 22nd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แนะนำให้เน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ  เพราะหากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซน 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง

แนวรับ : 1,474 1,464 1,450  แนวต้าน : 1,498 1,508 1,519

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 1.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวัน  ราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นจากความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน  หลังจากตัวเลข GDP จีนขยายตัวต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3  ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง  นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากเงินปอนด์และยูโรที่แข็งค่าขึ้นรับความหวังเกี่ยวกับ  Brexit ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง  ประกอบกับดอลลาร์ได้รับแรงกดดันเพิ่มจากความเห็นของนาย Richard Clarida รองประธานเฟดที่กล่าวย้ำว่า  เฟดจะ “ดำเนินการตามความเหมาะสม” เพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ  และป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งถือเป็นจุดยืนในเชิง Dovish ที่ช่วยกระตุ้นการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนนี้  อย่างไรก็ดี  การดีดตัวของราคาทองคำยังคงอยู่ในกรอบจำกัด  เนื่องจากนักลงทุนรอความชัดเจนทั้งการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐและ Brexit  ซึ่งในที่สุดแล้ววันเสาร์ที่ผ่านมารัฐสภาอังกฤษได้ลงมติเลื่อนการตัดสินใจรับรองข้อตกลง Brexit ของนายกฯจอห์นสัน  ทำให้อังกฤษต้องขอเลื่อนกำหนด Brexit ออกไปจากกำหนดเดิมในวันที่ 31 ต.ค. ส่งผลให้เช้านี้ปอนด์ร่วงจากระดับสูงสุดรอบ 5 เดือน  ด้านกองทุน SPDR  ถือครองทองคำเพิ่ม +6.45 ตัน  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา แต่หากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาผ่านแนวต้านดังกล่าว  ให้รอดูบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 255.68 จุด เหตุนลท.วิตกข่าวธุรกิจเชิงลบ,แนวโน้มศก.โลกอ่อนแอ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (18 ต.ค.) โดยถูกกดดันจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐ อาทิ บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และบริษัทโบอิ้ง รวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาจากจีน ซึ่งทำให้นักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อหุ้น แม้บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งก็ตาม ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,770.20 จุด ลดลง 255.68 จุด หรือ -0.95%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,986.20 จุด ลดลง 11.75 จุด หรือ -0.39% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,089.54 จุด ลดลง 67.31 จุด หรือ -0.83% หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง โดยหุ้นลบนำตลาดได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งลดลง 0.72%
  • (+) เงินดอลล์อ่อนค่า ขณะปอนด์,ยูโรแข็ง รับความหวังเกี่ยวกับ Brexit  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 ต.ค.) หลังอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกระบวนการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.45 เยน จากระดับ 108.68 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9854 ฟรังก์ จากระดับ 0.9879 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3120 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3137 ดอลลาร์สหรัฐ ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1160 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1123 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2945 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2874 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6853 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6824 ดอลลาร์สหรัฐ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.32% สู่ระดับ 97.2941 เมื่อคืนนี้
  • (-) “ทรัมป์” หวังสหรัฐ-จีนลงนามข้อตกลงการค้าในที่ประชุมเอเปคกลางเดือนพ.ย.  สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐกล่าวในวันศุกร์ว่า เขาคิดว่า ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะมีการลงนามกันในช่วงที่มีการจัดประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศชิลีในวันที่ 16-17 พ.ย.นี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาหวังว่า สหรัฐ-จีนจะลงนามข้อตกลงการค้าได้อย่างง่ายดายในการประชุมซัมมิตที่ชิลี ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงของจีน และตัวเขาจะเข้าร่วมประชุม และปธน.ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า สหรัฐกำลังร่วมงานกับจีนได้อย่างดีมาก
  • (+/-) นายกฯ อังกฤษยื่นหนังสือขอเลื่อนเวลา Brexit ตามมติสภา พร้อมแนบจดหมายไม่เห็นด้วยไปยังสหภาพยุโรป  นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (EU) ได้รับจดหมายขอเลื่อนเวลา Brexit จากอังกฤษแล้ว ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานจากสื่ออังกฤษอย่าง บีบีซี และ สกายนิวส์ ออกมาว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ปฏิเสธที่จะลงนามในจดหมายดังกล่าวก่อนยื่นต่อสหภาพยุโรป รายงานระบุว่า นายจอห์นสันได้แนบจดหมายอีกฉบับไปพร้อมกับจดหมายขอเลื่อนเวลา Brexit โดยระบุว่า เขาไม่ต้องการให้กระบวนการ Brexit ต้องล่าช้าออกไปกว่านี้แล้ว
  • (+/-) รัฐสภาอังกฤษมีมติเลื่อนการตัดสินใจข้อตกลง Brexit  สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษลงมติสนับสนุนการแปรญัตติให้เลื่อนการตัดสินใจรับรองข้อตกลงการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ฉบับของนายบอริส จอห์นสัน ญัตติดังกล่าวซึ่งถูกเสนอโดย นายโอลิเวอร์ เล็ตวิน อดีต ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยม ได้รับความเห็นชอบจากสภาด้วยคะแนนเสียง 322 ต่อ 306 เสียง โดยระบุให้ยับยั้งข้อตกลง Brexit ไปจนกว่าจะมีการผ่านร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน การตัดสินใจให้เลื่อนการลงมติของรัฐสภาในครั้งนี้ ทำให้ข้อตกลง Brexit ของนายจอห์นสันอาจต้องถูกเลื่อนเวลาออกไปจากเส้นตายเดิมซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ด้านนายจอห์นสันได้ออกมาเปิดเผยหลังการลงมติครั้งนี้ว่า เขาจะเสนอให้รัฐสภาลงมติข้อตกลง Brexit อีกครั้งในสัปดาห์หน้า และจะพยายามให้ทุกอย่างจบลงตามกำหนดเวลาเดิม