ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ก.พ.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,623 1,612 1,603

แนวต้าน : 1,644 1,657 1,669

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ไวรัสโควิด-19 ที่มีต้นกำเนิดในจีน มีการระบาดแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังประเทศรอบๆ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่ม 48 คน รวมเป็น 204 คน จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเกาหลีใต้ปรับขึ้นเกือบ 3 เท่าในเวลาเพียง 3 วัน ขณะที่นางคริสทาลลีนา จอร์จีวา ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า เป็นการเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์อย่างแม่นยำเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในจีนและโลกในปี 2020 หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่ง เธอกล่าวว่า “เราไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดสภาวการณ์ที่แตกต่างไป เช่น การเป็นแบบตัวยู (U) ที่ผลกระทบคงอยู่ยาวนานขึ้น” มุมมองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความเห็นถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น แนะนำนักลงทุนติดตามการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะตัวเลข จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ คนป่วยที่อยู่ในอาการวิกฤต ยอดผู้เสียชีวิตของประเทศต่างๆ เพื่อบ่งชี้ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แนะนำสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สามารถหาจังหวะเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,625-1,623 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรหากดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อ โดยประเมินแนวรับถัดไปบริเวณ 1,612-1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ควรตัดขาดทุนหากหลุด 1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หลังจากราคาทดสอบแนวต้านโซน 1,635-1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เริ่มเห็นแรงขายทำกำไรระยะสั้นสลับเข้ามาบ้าง หากราคาอ่อนตัวลงไม่มาก และสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,625-1,623 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าว ราคาทองคำอาจมีแรงขายทำกำไรช่วงสั้นสลับออกมาอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้แบ่งขายทำกำไรถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านโซน 1,635-1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ เพื่อรอซื้อใหม่ใน โซน 1,625-1,623 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป 1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,623 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่  1,612-1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,635-1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจพิจารณาปิดสถานะ

Open New แนะนำให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,625-1,623 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาย่อตัวลงไปไม่หลุดแนวรับเป็นจังหวะที่นักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าว แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้ออกไปบริเวณ 1,612-1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ควรตัดขาดทุนหากหลุด 1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นลท.ทิ้งเยนหันซบสินทรัพย์ปลอดภัยขณะวิตกไวรัสแพร่กระจาย เยนมีแนวโน้มเผชิญสัปดาห์ที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่งในวันนี้ ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรนาผลักดันเงินทุนออกจากเอเชียไปสู่ดอลลาร์, ทอง และพันธบัตร  แม้ว่าเยนแทบไม่ขยับในวันนี้ แต่เยนร่วง 2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา อันเป็นผลจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของญี่ปุ่นและความวิตกเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา  เกาหลีใต้รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 52 คน ซึ่งทำให้ยอดรวมทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 1 ใน 3 สู่ 156 คน ญี่ปุ่นรายงานถึงผู้เสียชีวิตรายใหม่และใกล้ที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยเช่นเดียวกับสิงคโปร์ “นักลงทุนในตลาดวิตกเกี่ยวกับการแพร่กระจายของ COVID-19 ในประเทศอื่นๆในขณะนี้” นักเศรษฐศาสตร์เอเชียกล่าว “ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชียย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว ความอ่อนแอรู้สึกได้เป็นส่วนใหญ่ในสกุลเงินตลาดเกิดใหม่เอเชีย”  “การมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นทำให้นักลงทุนบางรายวิตกเกี่ยวกับญี่ปุ่นและเยนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย” นักวิเคราะห์กล่าว  “พวกเขากำลังคิด บางทีฟรังก์สวิสและทองจะดีกว่า”
  • (+) สายการบินเอเชียอาจสูญเสียรายได้ 2.78 หมื่นล้านดอลลาร์จากไวรัสโคโรนา สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) คาดการณ์ขั้นต้นว่า สายการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเสี่ยงที่จะสูญเสียรายได้ 2.78 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ ในขณะที่สายการบินต่างๆลดเที่ยวบินจากอุปสงค์ที่ลดลงจากผลพวงของไวรัสโคโรนา IATA ระบุว่า การสูญเสียส่วนใหญ่จะนำโดยสายการบินจีน ซึ่งรวมถึงผลกระทบ 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับตลาดภายในประเทศจีนเพียงแห่งเดียว ข้อมูลจาก OAG ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลการบินระบุว่า สายการบินต่างๆของจีนลดขีดความสามารถ 80% ทั้งขาไป,กลับและภายในจีนในสัปดาห์นี้  โดยรวมแล้ว IATA คาดการณ์ว่า การเดินทางของผู้โดยสารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก-เอเชียจะปรับลง 8.2% ในปีนี้ เทียบกับคาดการณ์ก่อนหน้านี้ถึงการปรับขึ้น 4.8%
  • (+) ไวรัสโคโรนาแพร่กระจายในเรือนจำจีน,จนท.รับผิดชอบถูกปลดฟ้าผ่า ทางการจีนระบุในวันนี้ว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายในเรือนจำ 2 แห่งในจีน โดยมีผู้ติดเชื้อ 234 คนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับผิดชอบต่อการระบาดถูกปลด พบการติดเชื้อในเรือนจำ 2 แห่งในมณฑลซานตง ทางภาคเหนือของจีนและมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน ซึ่งคิดเป็นส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 258 คนนอกมณฑลหูเป่ยเมื่อวานนี้ ทางการจีนปลดหัวหน้าฝ่ายกระบวนการยุติธรรมระดับมณฑลในซานตงหลังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากในเรือนจำเหรินเฉิงในเมืองจี่หนิง โดยมีผู้ติดเชื้อในเรือนจำดังกล่าวทั้งหมด 207 คน รัฐบาลมณฑลเจ้อเจียงระบุว่า เรือนจำในมณฑลเจ้อเจียงมีรายงานการระบาดเช่นกัน โดยมีนักโทษ 27 คนติดเชื้อในสัปดาห์นี้ ผู้อำนวยการและหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ของเรือนจำซือหลี่เฟิงในมณฑลเจ้อเจียงถูกปลดและได้มีการเปิดสอบสวนเรื่องการระบาด
  • (-) จีนเร่งทดสอบยารักษาโรคโควิด-19 เพิ่มเติมอีก 5 ชนิด จีนได้เร่งการทดสอบยาประเภทใหม่ที่ใช้รักษาโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จำนวน 5 รายการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทบทวนยาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เฉิน ฉีเฟย รองผู้อำนวยการสำนักงานผลิตภัณฑ์ยาแห่งชาติกล่าวในการแถลงข่าวว่า ได้มีการอนุมัติให้มีเร่งดำเนินการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จนเสร็จเรียบร้อย เพื่อการจำหน่ายยารักษาโรคโควิด-19 ในตลาด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวครอบคลุมถึงโครงการวิจัยพิเศษที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19  เฉิน กล่าวว่า ยาทางเคมีบางรายการนั้น มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยาของจีนก็ได้ถูกนับรวมไว้ในรายการใบสั่งยาของแพทย์ที่ได้ทำหน้าที่ในพื้นที่ของการระบาดของโรคด้วยเช่นกัน หน่วยงานทางการแพทย์กว่า 80 แห่งได้ใช้สมุนไพรจีนในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 และได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ เฉิน กล่าวต่อไปว่า ทางสำนักงานได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไปพบทีมวิจัยวัคซีน เพื่อให้คำแนะนำ และสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้มาซึ่งวัคซีนที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการจัดการกับโรคโควิด-19 โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • (-) สหรัฐคาดการส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนปี 2563 เพิ่มขึ้นแตะ 1.4 หมื่นล้านดอลล์ แม้เผชิญโควิด-19  สื่อต่างประเทศรายงานว่า การประชุมของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเพื่อหารือเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกสินค้าให้กับบริษัทหัวเว่ย และจีน จะยังคงดำเนินต่อไปในวันนี้ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ทวีตความเห็นคัดค้านการจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้นกับการส่งออกสินค้าของสหรัฐไปยังต่างประเทศก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐจะหารือกันในวันนี้เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ รวมถึงข้อจำกัดใหม่ในการขายชิปของบริษัทสหรัฐที่ผลิตขึ้นในต่างประเทศให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน รวมถึงการขายชิ้นส่วนเครื่องบินให้กับบริษัทผลิตเครื่องบินของจีนด้วย ทั้งนี้ มีความไม่แน่นอนว่าการประชุมดังกล่าวจะเดินหน้าไปตามกำหนดหรือไม่ หลังจากปธน.ทรัมป์ทวีตคัดค้านข้อเสนอของเจ้าหน้าที่สหรัฐในการห้ามบริษัทต่างๆของสหรัฐส่งออกเครื่องยนต์ไอพ่นและส่วนประกอบอื่นๆ ให้กับอุตสาหกรรมการบินของจีน บรรดาผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐมีความเห็นแตกแยกกันอย่างรุนแรงก่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีในวันที่ 28 ก.พ.นี้ โดยเจ้าหน้าที่บางรายสนับสนุนให้ดำเนินมาตรการที่แข็งกร้าวกับหัวเว่ยและจีน ขณะที่บางรายให้ความสำคัญกับการค้ามากกว่า