ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ก.พ.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

พิจารณาโซน 1,612-1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะซื้อ ขณะที่การขายทำกำไรให้ดูว่าราคาสามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้าได้หรือไม่ หากราคาขยับขึ้นต่อสามารถรอขายบางส่วนในโซน 1,629-1,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,602 1,613 1,589 แนวต้าน : 1,635 1,644 1,657

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวขึ้น 7.87  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อCovid-19 รายใหม่ในจีนจะชะลอตัวลง  แต่กลับมีรายงานผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นในอีกหลายประเทศโดยเฉพาะในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้  ซึ่งสร้างความวิตกว่า  การแพร่ระบาดของ Covid-19 จะยิ่งกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก  ส่งผลให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง  และกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง  นอกจากนี้  ความวิตกดังกล่าวยังกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับ “ลด” อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)  สะท้อนจาก  FedWatch Tool ของ CME Group ที่บ่งชี้ว่า เทรดเดอร์คาดว่าเฟดจะ “ลด” ดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้  อย่างเร็วที่สุดคือในการประชุมเดือนมิ.ย.หรือก.ค.  ประกอบกับเกิดภาวะ inverted yield curve ระหว่างบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 3 เดือน กับ 10 ปีเป็นวันที่ 3 บ่งชี้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยจึงสร้างหนุนให้กับราคาทองคำเพิ่มเติม ส่งผลให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีครั้งใหม่บริเวณ 1,623.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ก็ตาม ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +2.34 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการจากมาร์กิต  รวมถึงยอดขายบ้านมือสอง

จจัยทางเทคนิค :

หลังจากราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้มีแรงขายสลับเข้ามาแต่ราคาอ่อนตัวลงในระดับจำกัด หากราคาสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ได้หรือหากแรงขายไม่มากพออาจเกิดแรงซื้อให้ราคาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง เบื้องต้นมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,612-1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้ ประเมินแนวต้านบริเวณ 1,629-1,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเสี่ยงเปิดสถานะซื้อระยะสั้นในบริเวณ 1,612-1,603 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืนเหนือ 1,603ดอลลาร์ต่อออนซ์) แต่หากราคาปรับตัวขึ้นไปก่อนให้พิจารณาบริเวณ 1,629-1,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดแบ่งปิดสถานะซื้อ เพื่อทำกำไรบางส่วน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 128.05 จุด วิตกไวรัสโควิด-19 ระบาดทั่วโลก  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่กำลังแพร่ระบาดทั่วโลกในขณะนี้ โดยล่าสุดเกาหลีใต้ยืนยันพบผู้เสียชีวิตรายแรก และญี่ปุ่นรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย อันเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,219.98 จุด ลดลง 128.05 จุด หรือ -0.44% ขณะดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,373.23 จุด ลดลง 12.92 จุด หรือ -0.38% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,750.96 จุด ลดลง 66.21 จุด หรือ -0.67%
  • (+) บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วง นักลงทุนจับตาไวรัสโควิด-19 ขณะเกิด inverted yield curve วันที่ 3  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่จะมีต่อเศรษฐกิจโลก  นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve เป็นวันที่ 3 ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 3 เดือน อยู่สูงกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • (-) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี  นาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก พุ่งขึ้นสู่ระดับ 36.7 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2560 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 8.0 จากระดับ 17.0 ในเดือนม.ค.
  • (-) Conference Board เผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค.  Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวขึ้น 0.8% สู่ระดับ 112.1 ในเดือนม.ค. หลังจากลดลง 0.3% ในเดือนธ.ค.
  • (+/-) รองประธานเฟดไม่คาดเฟดลดดอกเบี้ยปีนี้ แม้ตลาดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง  นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เขาไม่คาดว่านักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้มีการส่งสัญญาณว่าตลาดได้ปรับตัวรับคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้  นายแคลริดากล่าวว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า  ทางด้าน FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่สัญญาอัตราดอกเบี้ยฟิวเจอร์บ่งชี้ว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมิ.ย.หรือก.ค. แต่ไม่เกินเดือนก.ย.  ทั้งนี้ การคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดมีขึ้น ขณะที่นักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจโลก  อย่างไรก็ดี นายแคลริดาและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสดใส  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 ก.พ.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส ซึ่งรวมถึงดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ที่ฟื้นตัวขึ้นในเดือนม.ค. ขณะที่สกุลเงินยูโรได้รับแรงกดดันจากรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ซบเซาลง  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0789 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0796 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2880 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2918 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6614 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6673 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 112.04 เยน จากระดับ 111.57 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3262 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3226 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.9840 ฟรังก์ จากระดับ 0.9843 ฟรังก์
  • (+/-) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องคาดการณ์  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 210,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องคาดการณ์ของนักวิเคราะห์