ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 21 ก.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรฝั่งซื้อโดยมีแนวรับบริเวณ 1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้สามารถถือต่อ

แนวรับ : 1,804 1,795 1,780 แนวต้าน : 1,831 1,843 1,856

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงหนุนจากการแข็งค่าของยูโรขานรับแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (EU) หลังจากเหล่าผู้นำ EU ได้รับข้อเสนอใหม่ที่มีการประนีประนอมมากขึ้น  โดยแผนการล่าสุดจะรวมถึงเงินช่วยเหลือ 3.9 แสนล้านยูโร ซึ่งลดลงจากเบื้องต้น 5 แสนล้านยูโรและเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ 3.6 แสนล้านยูโร  ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังว่า EU จะสามารถบรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวได้ในเร็ววันนี้  สถานการณ์ดังกล่าวหนุนให้สกุลเงินยูโรพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 สัปดาห์  จนกดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง -0.11% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นทะลุระดับสูงสุดเดิมของปีนี้  และแตะระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ที่ 1,820.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้าน COVID-19 เป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำเอาไว้  หลังจากวัคซีน ChAdOx1 nCoV-19 ที่ได้รับการพัฒนาโดย AstraZeneca และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สามารถผลิตแอนติบอดีและเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อไวรัส COVID-19 รวมถึงแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ (Neutralizing antibody)ในอาสาสมัครหลังจากได้รับวัคซีนเป็นเวลา 28 วัน  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +4.97 ตัน สู่ระดับ 1,211.86 ตัน ทำให้ในปี 2020 กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้วถึง +318.16 ตัน  สะท้อนกระแสเงินทุนไหลเข้าทองคำยังแข็งแกร่ง  สำหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  แต่แนะนำจับตาผลการเจรจาของ EU สำหรับการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟู  รวมถึงการหารือเกี่ยวกับร่างกฏหมายเยียวยาเศรษฐกิจระหว่างที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต

จจัยทางเทคนิค :

ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้น โดยหากยืนเหนือบริเวณ 1,820 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้(ระดับสูงสุดใหม่ของปี และเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี) การขยับขึ้นจะมีแนวต้านที่ 1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรกกรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป 1,795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เป็นจุดตัดขาดทุน) ขณะที่หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรโซน 1,831 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ยูโรแข็งค่า รับความหวัง EU ตั้งกองทุนเยียวยาผลกระทบโควิด  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 ก.ค.) ขานรับความหวังที่ว่า ที่ประชุมผู้นำสหภาพยุโรป (EU) จะสามารถจัดตั้งกองทุนฟื้นฟู เพื่อช่วยเยียวยาเศรษฐกิจ EU จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1441 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1436 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2662 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2565 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7011 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7000 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.29 เยน จากระดับ 106.95 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9394 ฟรังก์ จากระดับ 0.9382 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3534 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3576 ดอลลาร์แคนาดา
  • (+) อียูคืบหน้าข้อตกลงฟื้นฟูด้วยการยื่นข้อเสนอประนีประนอมใหม่  เหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ได้รับข้อเสนอใหม่ที่มีการประนีประนอมสำหรับกองทุนฟื้นฟูวงเงิน 7.5 แสนล้านยูโร (8.58 แสนล้านดอลลาร์) เพื่อช่วยสหภาพยุโรปเอาชนะผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19  สำเนาข้อเสนอระบุว่า นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานสภายุโรปเผยแพร่แผนการล่าสุดเมื่อวานนี้ ซึ่งจะรวมถึงเงินช่วยเหลือ 3.9 แสนล้านยูโร ซึ่งลดลงจากเบื้องต้น 5 แสนล้านยูโรและเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ 3.6 แสนล้านยูโร  ความพยายามล่าสุดในการจัดทำแผนที่จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปมีขึ้นในขณะที่เหล่าผู้นำเตรียมเริ่มการเจรจาอีกครั้ง ณ กรุงบรัสเซลส์ในช่วงค่ำวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันศุกร์ โดยมุ่งหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงต่อมาตรการสนับสนุน ข้อเสนอใหม่เป็นไปเพื่อผ่าทางตันระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมทางการคลังในยุโรปตอนเหนือและเสียงข้างมากที่ต้องการการดำเนินการอย่างเฉียบขาดเพื่อช่วยประเทศทางตอนใต้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • (-) ข่าววัคซีนหนุนดาวโจนส์ปิดบวก 8.92 จุด,หุ้นเทคโนฯหนุน Nasdaq ทำนิวไฮ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ก.ค.) ขานรับรายงานที่ว่า วัคซีนซึ่งบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดนั้น สามารถสร้างภูมิต้านทานเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมได้สกัดแรงบวกในตลาด  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,680.87 จุด เพิ่มขึ้น 8.92 จุด หรือ +0.03% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,251.84 จุด เพิ่มขึ้น 27.11 จุด หรือ +0.84% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,767.09 จุด เพิ่มขึ้น 263.90 จุด หรือ +2.51%
  • (-) The Lancet เผยวัคซีนของ “AstraZeneca-ออกซ์ฟอร์ด”สามารถต้านทานโควิด  The Lancet ซึ่งเป็นวารสารทางการแพทย์ เปิดเผยว่า วัคซีน ChAdOx1 nCoV-19 ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท AstraZeneca ซึ่งเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษ และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สามารถสร้างภูมิต้านทานเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการทดลองในมนุษย์  ทั้งนี้ AstraZeneca และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้ทำการทดลองวัคซีนในเฟสแรกกับอาสาสมัครจำนวนมากกว่า 1,000 คน โดยพบว่าร่างกายสามารถผลิตแอนติบอดีและเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อไวรัสโควิด-19  นอกจากนี้ ยังมีการพบแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ (Neutralizing antibody) ในอาสาสมัครหลังจากได้รับวัคซีนเป็นเวลา 28 วัน โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแอนติบอดีดังกล่าวมีความสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  AstraZeneca ระบุว่าวัคซีนดังกล่าวไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ยกเว้นในอาสาสมัครบางรายที่มีอาการปวดหัว มีไข้ และปวดกล้ามเนื้อ  “ไฟเซอร์-BioNTech”ทำข้อตกลงส่งมอบวัคซีนต้านโควิด 30 ล้านโดสแก่อังกฤษ  ไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี ออกแถลงการณ์ในวันนี้ ระบุว่า ทั้งสองบริษัทได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลอังกฤษในการส่งมอบวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จำนวน 30 ล้านโดสในปีนี้และปีหน้า  ไฟเซอร์และ BioNTech ระบุว่าจะมีการจัดส่งวัคซีนแก่รัฐบาลอังกฤษ ทันทีที่วัคซีนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • (+/-) พรรคเดโมแครต-ทำเนียบขาวเตรียมหารือร่างก.ม.เยียวยาเศรษฐกิจในวันนี้  ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตมีกำหนดหารือขั้นต่อไปในการรับมือวิกฤติโควิด-19 ในวันนี้ โดยสมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรครีพับลิกันระบุว่า พวกเขากำลังจัดทำร่างกฎหมายเยียวยาวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์  ในการประชุมเมื่อวานนี้ ณ ทำเนียบขาว สมาชิกสภาจากพรรครีพับลิกันและเจ้าหน้าที่คณะบริหารสหรัฐระบุว่า พวกเขามีความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่มุ่งหวังลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจากโรคระบาด  นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภา ซึ่งหวังว่าจะเปิดเผยข้อเสนอในสัปดาห์นี้ ระบุว่า “วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันจะยื่นข้อเสนอเร็วๆนี้ ผมหวังว่า เพื่อนร่วมงานจากพรรคเดโมแครตจะพร้อมทำงานร่วมกัน”