ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,690-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคำออกขาย โดยการเข้าซื้อคืนอาจต้องรอจังหวะเมื่อราคาอ่อนตัวลงแล้วไม่หลุดโซนแนวรับ 1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,663 1,642 1,620 แนวต้าน : 1,700 1,720 1,747

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ปิดปรับตัวลดลงถึง 33.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง(Risk on)อีกครั้ง  ขานรับแผนแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการกลับมาเปิดเศรษฐกิจประเทศอีกครั้ง  บวกรวมกับรายงานเชิงบวกเกี่ยวกับการการทดลองยา “remdesivir” ของบริษัท Gilead Sciences Inc ในผู้ป่วยหนักจากโควิด-19 ที่หนุนดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 704.81 จุด หรือ +2.99% ในวันศุกร์นำโดยหุ้น Boeing ที่ทะยาน +15% จากแผนเริ่มผลิตเครื่องบินพาณิชย์อีกครั้งในรัฐวอชิงตัน  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้เกิดแรงขายทำกำไรในทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,677.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนที่ราคาทองคำจะฟื้นตัวขึ้นบ้างในช่วงปลายตลาด  โดยได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงในวันศุกร์  ขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของ COVID-19 กระตุ้นให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลัง  พร้อมๆกับที่ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกทำการอัดฉีดสภาพคล่องซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 14 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว  จึงเป็นส่วนหนึ่งที่นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อทองคำเอาไว้เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจากการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินเหล่านั้นมีแนวโน้มจะหนุนราคาทองคำดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลังวิกฤตSubprime Crisis ในปี 2008  ด้าน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลงในวันศุกร์  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

ราคามีแรงขายออกมาอย่างชัดเจนหลังจากหลุดกรอบทิศทางขาขึ้นในโซน 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่วันนี้ราคาอ่อนตัวลงสร้างระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อนหน้า จะทำให้แรงซื้อชะลอตัวลง แต่หากการอ่อนตัวลงไม่หลุดโซนแนวรับ 1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ระดับต่ำสุดของสัปดาห์ก่อนหน้า)อาจเกิดแรงซื้อดันให้ราคาปรับตัวขึ้นช่วงสั้น โดยมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,690-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เปิดสถานะขายหากไม่สามารถผ่าน 1,690-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์) โดยรอเข้าซื้อคืนในบริเวณ 1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเสี่ยงเปิดสถานะซื้อเพื่อเล่นสั้นหากราคาทองคำยืนเหนือแนวรับ 1,663 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) IMF แจงมูลค่ามาตรการคลัง/การอัดฉีดสภาพคล่องรับมือโควิดทั่วโลก พุ่งเฉียด 14 ล้านล้านดอลล์แล้ว  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลกดำเนินมาตรการด้านการคลังและการอัดฉีดสภาพคล่อง คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 14 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะลดผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นายลีเซตจา กันยาโก ประธานคณะกรรมการจัดการกองทุนการเงิน (IMFC) ของ IMF เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “จากการติดตามนโยบายของประเทศต่างๆ พบว่า มาตรการด้านการคลังในการรับมือกับโควิด-19 ทั่วโลกจนถึงขณะนี้ มีมูลค่าราว 8 ล้านล้านดอลลาร์ และการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก มีมูลค่ารวมกันกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว”
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังนลท.แห่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงรับข่าวเปิดเศรษฐกิจสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายดอลลาร์ และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง เช่นสกุลเงินยูโร หลังจากมีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศแผนการที่จะเปิดเศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้ง หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรัฐต่างๆ ของสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง  ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.22% สู่ระดับ 99.7987 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.59 เยน จากระดับ 107.63 เยน, อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9676 ฟรังก์ จากระดับ 0.9689 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4022 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4111 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0867 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0845 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2482 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2459 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6353 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6311 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 704.81 จุด ขานรับข่าวยารักษาโควิด-19,สหรัฐเตรียมเปิดเศรษฐกิจ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ (17 เม.ย.) และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวการพัฒนายารักษาโรคโควิด-19 และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแนวทางสำหรับการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้ง หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรัฐต่างๆ ของสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,242.49 จุด เพิ่มขึ้น 704.81 จุด หรือ +2.99%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,874.56 จุด เพิ่มขึ้น 75.01 จุด หรือ +2.68% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,650.14 จุด เพิ่มขึ้น 117.78 จุด หรือ +1.38%
  • (-) Conference Board เผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจทรุดหนักจากพิษโควิด  Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ดิ่งลง 6.7% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงหนักที่สุดในรอบ 60 ปีที่มีการรายงานตัวเลขดังกล่าว สู่ระดับ 104.2 หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนก.พ.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนี LEI จะร่วงลง 7.0% ในเดือนมี.ค.
  • (+/-) “ทรัมป์”ประกาศโครงการช่วยเหลือ 1.9 หมื่นล้านดอลล์ อุ้มเกษตรกรที่ถูกกระทบจากโควิด-19  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐประกาศโครงการบรรเทาทุกข์ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  กระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือดังกล่าวจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือโดยตรง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์กับผู้ผลิตสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ตามความเสียหายที่แท้จริง อันเนื่องมาจากการที่ราคาและห่วงโซ่อุปทานในตลาดได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  นอกจากนี้ USDA จะร่วมมือกับผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ระดับภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งพนักงานของพวกเขาได้รับผลกระทบจากการปิดร้านอาหาร, โรงแรม และสถานบริการด้านอาหารอื่นๆ โดยจะรับซื้อผลผลิตสดทางการเกษตร, ผลิตภัณฑ์นม และเนื้อสัตว์ ในวงเงิน 3 พันล้านดอลลาร์