ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 ม.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำลดลง จากสหรัฐและจีนลงนามข้อตกลงการค้า

สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป

ทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,545-1,560 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับลดลง เนื่องจากสหรัฐและจีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรก ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง และตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นทำนิวไฮ โดยข้อตกลงการค้าเฟสแรกระบุว่าสหรัฐจะลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนลงครึ่งหนึ่งจาก 15% เหลือ 7.5% วงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ และชะลอการเก็บภาษีเพิ่มเติม เพื่อแลกกับการที่จีนต้องซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐ 2 แสนล้านดอลลาร์ใน 2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดีสหรัฐจะยังเก็บสินค้านำเข้าจากจีนอัตราภาษี 25% วงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์  ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าการเจรจาการค้าเฟส 2 จะเริ่มต้นเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
  • สัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจเดือนธ.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนม.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,545-1,560 ดอลลาร์ โดยทองคำมีแนวรับที่ 1,545 ดอลลาร์ และ 1,535 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,560 ดอลลาร์ และ 1,570 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,557.17 +4.77 1,545/1,535 1,560/1,570

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
22,400 22,300/22,150 22,500/22,600

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,550 +10 22,440/22,320 22,620/22,740

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,545 ดอลลาร์ (GF 22,440 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,535 ดอลลาร์ (GF 22,320 บาท)

การลงทุนในทองแท่ง นักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายกำไรที่ 1,560 ดอลลาร์ และสามารถเข้าทยอยสะสมเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,535 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,567.30 +2.40 1,553/1,543 1,568/1,578

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOH20 ปรับลงมาที่ 1,553 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,543 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆแข็งค่าขึ้น โดย USD Futures เดือนมี.ค.63 คาดจะมีแนวต้านที่ 30.40 และ 30.45 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.30 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง

          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับยูโร       

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $9.80 แต่แรงซื้อชะลอตัวขณะตลาดหุ้นพุ่งทำนิวไฮ

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) แต่ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากการพุ่งขึ้นทำนิวไฮของตลาดหุ้นสหรัฐได้ลดความน่าดึงดูดใจของทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 9.80 ดอลลาร์ หรือ 0.63% ปิดที่ 1,560.30 ดอลลาร์/ออนซ์ และในรอบสัปาดห์นี้ ราคาทองปรับตัวขึ้นเพียง 20 เซนต์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 13.4 เซนต์ หรือ 0.75% ปิดที่ 18.073 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวกเพียง 2 เซนต์ เหตุนลท.ยังกังวลความต้องการพลังงาน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) และปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากบรรดาเทรดเดอร์ยังคงวิตกเกี่ยวกับความต้องการพลังงาน หลังสหรัฐ-จีนลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และวุฒิสภาสหรัฐอนุมัติข้อตกลงการค้าสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดาในสัปดาห์นี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 58.54 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 64.85  ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 50.46 จุด ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจ,ผลประกอบการแข็งแกร่ง

          ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐและจีน รวมถึงผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ก่อนตลาดหยุดยาวในช่วงสุดสัปดาห์นี้  เนื่องจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปิดทำการในวันจันทร์ เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,348.10 จุด เพิ่มขึ้น 50.46 จุด หรือ  +0.17%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,329.62 จุด เพิ่มขึ้น 12.81 จุด หรือ +0.39% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,388.94 จุด เพิ่มขึ้น 31.81 จุด หรือ +0.34%   ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวก 1.82%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.96% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 2.29%

“ทรัมป์”เผยสหรัฐอยู่ในสถานะที่ดีในการเริ่มเจรจาการค้าเฟสสองกับจีน

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความ ระบุว่า สหรัฐอยู่ในสถานะที่ดีในการเริ่มเจรจาการค้าเฟสสองกับจีน”เรากำลังอยู่ในสถานะที่ดีที่จะเริ่มต้นการเจรจาการค้าเฟสสอง” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ   ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่ทำเนียบขาว ท่ามกลางแขกรับเชิญจำนวนกว่า 200 คนที่ประกอบด้วยนักการทูต รวมทั้งตัวแทนจากภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐบาล   ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งมีจำนวน 86 หน้า ระบุว่า สหรัฐเห็นพ้องที่จะปรับลดภาษีลงครึ่งหนึ่งจากอัตรา 15% ที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ และชะลอการเก็บภาษีเพิ่มเติมเพื่อแลกกับการที่จีนให้คำมั่นสัญญาในการปฏิรูปโครงสร้าง และซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 2 ปีข้างหน้า  นอกจากนี้ สหรัฐจะยังคงตรึงอัตราภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนราว 2 ใน 3 คิดเป็นมูลค่าราว 3.6 แสนล้านดอลลาร์ จนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย. และจะพิจารณาปรับลดอัตราภาษีก็ต่อเมื่อสหรัฐและจีนมีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสสอง หากจีนนำเข้าสินค้าสหรัฐตามข้อตกลงการค้าดังกล่าว จะส่งผลให้การส่งออกของสหรัฐไปยังจีนพุ่งสู่ระดับ 2.63 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ และ 3.09 แสนล้านดอลลาร์ในปีหน้า ซึ่งถือเป็นสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐ

วุฒิสภาสหรัฐเริ่มกระบวนการพิจารณาถอดถอน “ทรัมป์” สื่อชี้มีแนวโน้มพ้นข้อกล่าวหา

          วุฒิสภาสหรัฐได้เริ่มต้นกระบวนการพิจารณาถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้วเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี สื่อสหรัฐมองว่า ปธน.ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะพ้นจากการถูกถอดถอนในขั้นตอนของวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก เมื่อเดือนที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีสมาชิกพรรคเดโมแครตเป็นเสียงข้างมากได้ลงมติถอดถอนปธน.ทรัมป์ ฐานเปิดทางให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐ  สำหรับกระบวนการในการเริ่มต้นกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีนั้น ผู้แทนจากพรรคเดโมแครตจะทำการอ่านข้อกล่าวหาในสภาสูง ก่อนที่วุฒิสภาจะกล่าวคำปฏิญาณเพื่อทำหน้าที่เป็นลูกขุน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติยื่นญัตติการถอดถอนประธานาธิบดี 2 ญัตติให้กับวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้แก่ การใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส

“ทรัมป์”เตรียมเสนอชื่อผู้บริหารเฟดและที่ปรึกษาศก.นั่งคณะกรรมการเฟด

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เผยเตรียมเสนอชื่อนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ซึ่งเป็นรองประธานบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ และนางจูดี้ เชลตัน ซึ่งเป็นกรรมการผู้บริหารของธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนายุโรป (EBRD) เข้ารับตำแหน่งคณะกรรมการของธนาคารกลางสหรัฐ   นางเชลตันและนายวอลเลอร์ จะเข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งที่ว่างของคณะกรรมการทั้ง 7 คนของเฟด ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาและลงคะแนนเสียงเรื่องการปรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยและข้อกำหนดทางการเงิน อย่างไรก็ตาม บุคลากรทั้งสองรายต้องได้รับการยืนยันจากสภาเสียก่อน ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายเดือน