ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 25, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นในกรอบทิศทางขาลง  โดยรอเปิดสถานะซื้อในโซน 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ปิดสถานะทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นในโซน 1,504-1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,445 1,416 1,400 แนวต้าน : 1,523 1,554 1,575

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 13.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ระหว่างวันราคาทองคำพยายามขึ้นทดสอบกรอบด้านบนหลายต่อหลายครั้งโดยมีปัจจัยบวกที่เข้ามาหนุน  อาทิ การที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศโครงการใหม่ในการซื้อหลักทรัพย์ของภาคเอกชนและภาครัฐวงเงินรวม 7.50 แสนล้านยูโร (8.19 แสนล้านดอลลาร์), การเปิดเผยตัวเลขดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ที่ดิ่งลงเกินคาดสู่ระดับ -12.7 ในเดือนมี.ค.และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการรายสัปดาห์ที่พุ่งขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 281,000 รายซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดรอบ 2 ปีครึ่ง รวมไปถึงการที่ธนาคารกลางอังกฤษ(BoE) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 0.10% จากระดับ 0.25%พร้อมเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีก 2 แสนล้านปอนด์ สู่ระดับ 6.45 แสนล้านปอนด์  อย่างไรก็ดีราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้และปรับตัวลดลงในที่สุด  โดยอุปสรรคสำคัญสำหรับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในระยะนี้  ได้แก่  การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของ Covid-19 ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยจนแข็งค่าแตะระดับสูงสุดรอบ 3 ปีครั้งใหม่  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -1.46 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสอง

จจัยทางเทคนิค :

ความผันผวนและการแกว่งตัวของราคาทองคำลดลงจากช่วงก่อนหน้า แต่ราคาฟื้นตัวขึ้นในระดับจำกัดทำให้ราคาทองคำอาจเกิดแรงขายจนอ่อนตัวลงอีกครั้ง เบื้องต้นมีแนวรับที่ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้ประเมินว่าจะเกิดแรงซื้อเก็งกำไรช่วงสั้นมาดันราคาฟื้นตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านโซน 1,504-1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยอาจใช้แนวรับบริเวณ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากหลุด 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่หากราคาปรับตัวขึ้นแนะนำทยอยแบ่งปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านโซน 1,504-1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อเล่นรอบจากการแกว่งตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานพุ่งสูงสุด 2 ปีครึ่ง จากพิษโควิด-19  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้น 70,000 ราย สู่ระดับ 281,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.2560 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ราย  การพุ่งขึ้นของตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานมีสาเหตุจากการที่ภาคธุรกิจแห่ปลดพนักงาน ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+) ทำเนียบขาวเล็งออกบอนด์หารายได้สนับสนุนโครงการเยียวยาภาคธุรกิจจากโควิด-19  สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาการจำหน่ายพันธบัตรอายุ 25 ปี และ 50 ปี เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนโครงการต่างๆตามมาตรการเยียวยาชาวอเมริกันและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+) เฟดทำข้อตกลงสว็อปกับธนาคารกลางหลายแห่ง หวังอัดฉีดดอลลาร์ทั่วโลก แก้ภาวะตึงตัว ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า เฟดได้ร่วมมือกับธนาคารกลางหลายแห่งในการเพิ่มสภาพคล่องของดอลลาร์ทั่วโลกผ่านทางการทำข้อตกลงสว็อประหว่างธนาคารกลางดังกล่าว  ทั้งนี้ เฟดประกาศข้อตกลงสว็อปกับธนาคารกลางของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บราซิล เดนมาร์ก เม็กซิโก นอร์เวย์ สวีเดน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ โดยข้อตกลงสว็อปดังกล่าวจะมีอายุ 6 เดือน  ข้อตกลงสว็อปที่เฟดทำไว้กับธนาคารกลางทุกแห่งจะมีวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ยกเว้นข้อตกลงของธนาคารกลางเดนมาร์ก นอร์เวย์ และนิวซีแลนด์ จะมีวงเงินแห่งละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์  การดำเนินการของเฟดในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่เฟดได้ทำข้อตกลงสว็อปกับธนาคารกลางยุโรป รวมถึงธนาคารกลางจากอังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น และสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหน้านี้ เพื่อป้องกันภาวะตึงตัวของดอลลาร์ หลังจากที่นักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
  • (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกต่ำสุดรอบ 3 ปี  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดิ่งลงสู่ระดับ -12.7 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2555 จากระดับ +36.7 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2560
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังนลท.แห่ถือดอลล์ช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักทั่วโลก  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.63 เยน จากระดับ 107.95 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9864 ฟรังก์ จากระดับ 0.9694 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.4514 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4559 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0672 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0872 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1525 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1596 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.5766 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.5781 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวก 188.27 จุด ขานรับสหรัฐ,แบงก์ชาติทั่วโลกออกมาตรการฉุกเฉินรับมือโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 มี.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐและธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นกว่า 23%  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,087.19 จุด เพิ่มขึ้น 188.27 จุด หรือ +0.95% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,409.39 จุด เพิ่มขึ้น 11.29 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,150.58 จุด เพิ่มขึ้น 160.74 จุด หรือ +2.30%