พฤหัส. ธ.ค. 12th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นด้วยความระมัดระวัง  เนื่องจากราคาขยับขึ้นค่อนข้างน้อย โดยรอราคายืนเหนือบริเวณ 1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จึงเข้าซื้อ และทยอยปิดสถานะทำกำไรหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,480-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,463 1,456 1,445  แนวต้าน : 1,484 1,492 1,503

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  1.37  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ในระหว่างวันราคาทองคำอ่อนตัวลงทดสอบระดับ 1,464.66 ดอลาร์ต่อออนซ์ท่ามกลางการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงรับความหวังว่าจีนจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น  ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังการเปิดเผยตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเกินคาดจึงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่ม  ก่อนที่ราคาทองคำจะฟื้นตัวขึ้นจากการที่ตลาดหุ้นสหรัฐพลิกกลับมาปิดตลาดในแดบลบ  เนื่องจากหุ้นโฮม ดีโปท์ และโคห์ลส์ คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักจากการเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด  นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าววานนี้ว่า  “สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า”  จึงช่วยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผย FOMC Meeting Minutes ประจำวันที่ 29-30 ต.ค.  พร้อมกับติดตามสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอย่างใกล้ชิด  หลังจากวานนี้วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง  ซึ่งอาจส่งผลให้การเจรจาการค้าระหว่าง 2 ประเทศซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หากไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1,480-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปได้ อาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นให้กลับลงมาตั้งฐานราคาด้านล่างอีกครั้ง เบื้องต้นประเมินกรอบแนวรับด้านล่างโซน 1,463-1,456  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนราคาระดับนี้ได้ จึงจะมีแรงดีดกลับไปทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

รอซื้อเล่นสั้นหากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณ 1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง (ตัดขาดทุน 1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์) โดยหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่  1,480-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”ขู่รีดภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้าจีน หากยังไม่สามารถบรรลุดีลการค้า  สื่อรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีน หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า คำขู่ดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่ปธน.ทรัมป์เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้
  • (+) อดีตที่ปรึกษาทำเนียบขาวคาด”ทรัมป์”เดินหน้ารีดภาษีจีน 15 ธ.ค. หากยังไม่บรรลุดีลการค้า  นายแกรี่ โคห์น อดีตหัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า เขาเชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในวันที่ 15 ธ.ค. หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้า
  • (+) วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกม.หนุนสิทธิมนุษยชนฮ่องกง  เมื่อวานนี้วุฒิสภาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง ท่ามกลางการปราบปรามของจีนต่อความเคลื่อนไหวประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตย ซึ่งเกิดขึ้นในฮ่องกงมานานหลายเดือน  หลังการลงมติของวุฒิสมาชิก ขณะนี้ “ร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง” จะส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุมัติมาตรการในแบบของตนเองไว้ ทั้งสองสภาจะจำเป็นต้องขจัดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของพวกเขาก่อนที่จะสามารถส่งร่างกฎหมายใดๆไปให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐทำการพิจารณา  หลังจากนั้น วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับที่ 2 ด้วยมติเป็นเอกฉันท์เช่นกัน ซึ่งจะห้ามส่งออกอาวุธบางประเภทแก่กองกำลังตำรวจฮ่องกง โดยร่างกฎหมายดังกล่าวห้ามการส่งออกอาวุธประเภทต่างๆ เช่น แก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย, กระสุนยาง และเครื่องช็อตไฟฟ้า
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 102.20 จุด หุ้นค้าปลีกร่วงหลังผลประกอบการ”โฮม ดีโปท์,โคห์ลส์”ซบเซา  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลงอย่างหนัก หลังจากโฮม ดีโปท์ และโคห์ลส์ คอร์ป ซึ่งเป็นสองบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก หากสหรัฐและจีนยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,934.02 จุด ลดลง 102.20 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,120.18 จุด ลดลง 1.85 จุด หรือ -0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,570.66 จุด เพิ่มขึ้น 20.72 จุด หรือ +0.24%
  • (-) ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย ขณะนักลงทุนจับตาเจรจาการค้า,รายงานประชุมเฟด  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินปอนด์ยูโร, ฟรังก์สวิส และดอลลาร์แคนาดา ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อขาย เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.07% สู่ระดับ 97.8588  ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9909 ฟรังก์ จากระดับ 0.9883 ฟรังก์ และแข็งค่าเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3268 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3204 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.52 เยน จากระดับ 108.63 เยน  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1078 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1074 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2910 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2955 ดอลลาร์
  • (+/-) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านดีดตัว ขณะการอนุญาตก่อสร้างบ้านพุ่งสูงสุด 12 ปี  ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.314 ล้านยูนิต จากระดับ 1.266 ล้านยูนิตในเดือนก.ย.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.320 ล้านยูนิตในเดือนต.ค.  เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 8.5% ในเดือนต.ค.  นอกจากนี้ กระทรวงรายงานว่า การอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 5.0% สู่ระดับ 1.461 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2550