ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ทองคำขึ้น จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองสหรัฐ

คืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 3

ราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,470-1,480 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานปิดตลาดเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองสหรัฐ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในข้อหาการใช้อำนาจในทางมิชอบและขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส  ซึ่งวุฒิสภาจะเตรียมลงมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในเดือนหน้า นอกจากนี้ทองคำยังได้รับปัจจัยหนุนจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพีไตรมาส 3 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งสุดท้าย ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น  2.1% เท่ากับประมาณการครั้งก่อน ดัชนีราคา PCE พื้นฐานเดือนพ.ย. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น  0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. ตลาดคาดจะทรงตัวที่ระดับ 99.2
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,470-1,480 ดอลลาร์  โดยราคาทองคำมีแนวรับที่  1,470 ดอลลาร์ และ 1,465 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,480 ดอลลาร์ และ 1,486 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,478.70 +3.40 1,470/1,465 1,480/1,486

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,150 21,050/21,000 21,150/21,200

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,210 +50 21,170/21,110 21,260/21,310

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1470-1,480 ดอลลาร์ (GF 21,170-21,260 บาท) ส่วนการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,460 ดอลลาร์ และ 1,450 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,478.90 +3.70 1,472/1,462 1,482/1,488

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOZ19 ระหว่าง 1472-1,482 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะทรงตัว โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอ แต่นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยและเม็ดเงินที่ไหลเข้าในสัปดาห์หน้าคาดลดลงเนื่องจากเทรดเดอร์ในต่างประเทศคาดชะลอการซื้อขายลง โดย USD Futures คาดจะมีแนวต้านที่ 30.25 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.20 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเผยข้อมูลศก.ซบเซา

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านมือสองที่ลดลงในเดือนพ.ย. ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงหลังจากธนาคารกลางอังกฤษปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของอังกฤษในไตรมาส 4

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก จากปัจจัยการเมืองสหรัฐ,ดอลล์อ่อนหนุนแรงซื้อ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) โดยนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5.7 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 1,484.40 ดอลลาร์/ออนซ์  นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ขณะที่สถานการณ์การเมืองในสหรัฐยังไม่แน่นอน

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :: น้ำมัน WTI ปิดบวก ขานรับสต็อกน้ำมันดิบลดลง,การค้าจีน-สหรัฐคืบหน้า

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) ขานรับตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว รวมทั้งข่าวความคืบหน้าในการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐและจีน  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 29 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 61.22 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.ย. สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 37 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 66.54 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ทำนิวไฮ หลังขุนคลังสหรัฐยืนยันลงนามการค้ากับจีนเดือนหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐยืนยันว่า สหรัฐและจีนจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกในเดือนม.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนไม่รู้สึกกังวลต่อทิศทางการเมืองของสหรัฐ แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากเชื่อว่าทรัมป์จะรอดพ้นจากญัตติการถอดถอนในขั้นตอนของวุฒิสภาซึ่งพรรค  รีพับลิกันครองเสียงข้างมาก  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,376.96 จุด เพิ่มขึ้น 137.68 จุด หรือ +0.49% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,205.37 จุด เพิ่มขึ้น 14.23 จุด หรือ +0.45% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,887.22 จุด เพิ่มขึ้น 59.48 จุด หรือ +0.67%