มีนาคม 6, 2021

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 ต.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,918-1,922 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอการอ่อนตัวลงของราคา หากสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,888-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทยอยเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไร เน้นทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว

แนวรับ : 1,881 1,872 1,863  แนวต้าน : 1,922 1,934 1,943

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยระหว่างวันราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  รวมไปถึงแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงิน  จากความหวังเชิงบวกว่าพรรคเดโมแครตและคณะบริหารของประธานาธาธิบดีทรัมป์ จะสามารถบรรลุข้อตกลงกันภายในเวลา “48 ชั่วโมง” เพื่อผลักดันให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่มีผลบังคับใช้ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,918.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขาย  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะขายทำกำไรทองคำออกมา  เพราะไม่มั่นใจนักว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้จริงหรือไม่  ส่งผลให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาปิดตลาดบริเวณ 1,903.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่เช้านี้  ราคาทองคำยังคงสามารถทรงตัวรักษาระดับเหนือ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้  โดยได้รับแรงหนุนจากความเห็นของนายดรูว์ แฮมมิลล์ โฆษกของนางแนนซี เพโลซีประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ  ที่ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า นางเพโลซีและนายมนูชินรัฐมนตรีคลังสหรัฐ “ยังคงพยายามลดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันอย่างต่อเนื่อง”และเตรียมหารืออีกครั้งในวันอังคารนี้ตามเวลาสหรัฐ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองเพิ่ม +0.29  ตันสู่ระดับ 1,272.85 ตัน  สำหรับวันนี้  จับตาผลลัพธ์ของการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐอย่างใกล้ชิดเพราะมีแนวโน้มจะส่งผลต่อราคาทองคำอย่างมาก  รวมถึงติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้าง และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

แม้ว่าวันก่อนหน้าราคาทองคำมีการยกระดับสูงสุดในรายวันขึ้น แต่เมื่อราคาปรับตัวขึ้นก็มีแรงขายเพิ่มขึ้น จนราคากลับมาปิดตลาดใกล้ระดับต่ำสุดของวัน  ระยะสั้นหากราคาไม่หลุด 1,896 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้า) ราคามีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านระดับ 1,918-1,922 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ จะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงมาสู่แนวรับ 1,888-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แนะนำเปิดสถานะขายโดยพิจารณาดูบริเวณ 1,918-1,922 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,922 ดอลลาร์ต่อออนซ์ )แล้วทยอยเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,888-1,881 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดสามารถถือสถานะขายต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยใกล้ 0% จนกว่าเงินเฟ้อแตะเป้าหมาย 2%นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% จนกว่าเงินเฟ้อแตะระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% และตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง  นายแคลริดาระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินและการคลัง ขณะที่เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดเพื่อหนุนเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่ง  นอกจากนี้ รองประธานเฟดยังกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐจำเป็นต้องใช้เวลาอีก 1 ปีเพื่อให้การขยายตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้นสำหรับการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน
  • (+) ทำเนียบขาวเชื่อมั่น”เพโลซี”บรรลุข้อตกลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นางอลิสซา ฟาราห์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ จะสามารถบรรลุข้อตกลงในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกับทำเนียบขาว  “เรามีความเชื่อมั่นว่าคุณเพโลซีจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการ” นางฟาราห์กล่าว  นางฟาราห์ยังเปิดเผยว่า นางเพโลซีมีกำหนดหารือกับนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ในวันนี้
  • (+) EU ชี้ยังคงต้องการทำข้อตกลงการค้ากับอังกฤษ นายมารอส เซฟโควิช รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวว่า EU ยังคงต้องการทำข้อตกลงการค้ากับอังกฤษ  “EU พร้อมที่จะเจรจาจนถึงนาทีสุดท้ายเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งข้อตกลงนี้จะต้องเป็นธรรมสำหรับทั้ง EU และอังกฤษ โดยเราจะไม่ลงนามในข้อตกลงซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบ” นายเซฟโควิชกล่าว
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก จับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ รวมทั้งรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.26% แตะที่ 93.4416ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9100 ฟรังก์ จากระดับ 0.9150 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 105.44 เยน จากระดับ 105.39 เยน และแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3181 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3180 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1766 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1717 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2947 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2931 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7062 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7086 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนต.ค. สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 2 จุด สู่ระดับ 85 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบรายปี ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น 14 จุดในเดือนต.ค.
  • (+/-) “พาวเวล”ยันเฟดใช้ความระมัดระวังในการออกสกุลเงินดิจิทัลนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่า เฟดจะใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการออกสกุลเงินดิจิทัล  “เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่เราจะต้องทำอย่างถูกต้อง มากกว่าที่จะทำเป็นรายแรก ซึ่งการทำอย่างถูกต้องหมายความว่า เราไม่เพียงแต่มองในด้านดีของ CBDC (สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง) เท่านั้น แต่เราจะมองถึงความเสี่ยงด้วย และพิจารณาทั้งผลดีและผลเสียของ CBDC” นายพาวเวลกล่าวในการเสวนาว่าด้วยการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลที่จัดขึ้นโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)นายพาวเวลยังระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญที่เฟดจะต้องพิจารณาผลกระทบของ CBDC ที่มีต่อหลากหลายปัจจัย ซึ่งได้แก่ นโยบายการเงิน เสถียรภาพทางการเงิน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการป้องกันการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดร่วง 410.89 จุด วิตกแผนกระตุ้นศก.ไม่คืบก่อนเลือกตั้ง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (19 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,195.42 จุด ร่วงลง 410.89 จุด หรือ -1.44% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,426.92 จุด ลดลง 56.89 จุด หรือ -1.63% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,478.88 จุด ลดลง 192.67 จุด หรือ -1.65%