ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 20 ก.พ.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,599 1,589 1,578

แนวต้าน : 1,616 1,623 1,635

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  จีนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ loan prime rate (LPR) ระยะ 1 ปี ลดลง 0.10% และ 5 ปี ปรับลง 0.05% นอกจากนี้ ธนาคารต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้ได้ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 186.74 ล้านดอลลาร์ แก่บริษัทสำคัญ 48 แห่งเพื่อช่วยต่อสู้การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นการดำเนินการสนับสนุนเพื่อลดความตึงเครียดทางการเงิน แม้ว่าประเด็นดังกล่าวจะกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง จนสร้างแรงขายเข้าสู่ตลาดทองคำ แต่ราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่มาก เนื่องจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ดังกล่าว เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ไวรัสโควิด-19 อาจแพร่กระจายได้ง่ายกว่าที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ ในขณะที่ผู้โดยสาร 2 คนจากเรือสำราญไดมอนด์ ปรินเซสที่ถูกกักใกล้กรุงโตเกียวเสียชีวิต และ ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 29 คนอยู่ในอาการวิกฤติ  แม้ระหว่างวัน ราคาเคลื่อนไหวในแดนลบแต่ราคาอ่อนตัวลงไม่มาก คาดว่ายังมีโอกาสทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,613-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังหรือแบ่งทองคำออกขาย และ หากราคาอ่อนตัวลงอาจพิจารณาเข้าซื้อบริเวณ 1,603-1,599 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนได้ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบไม่สามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้าได้ แต่ก็ไม่มีการสร้างระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อนหน้าเช่นกัน โดยหากวันนี้ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,613-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเห็นแรงขายออกมา โดยหากการอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,603-1,599 ดอลลาร์ต่อออนซ์มีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position นักลงทุนสามารถแบ่งปิดสถานะทำกำไรในบริเวณแนวต้าน 1,613-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำได้ปรับตัวลงหลุดแนวรับบริเวณ 1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนควรทยอยปิดสถานะซื้อ

Short Position หากราคาไม่สามารถยืนอยู่เหนือบริเวณ 1,613-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนสามารถปิดสถานะทำกำไรในแนวรับบริเวณ 1,603-1,599 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัดขาดทุนหากราคายืนเหนือ 1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  หากราคาสามารถยืนอยู่เหนือบริเวณแนวรับ 1,603-1,599 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นักลงทุนสามารถเสี่ยงเข้าซื้อเก็งกำไรในบริเวณดังกล่าว และปิดสถานะทำกำไรในบริเวณ 1,613-1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ สถานะซื้อให้ตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับบริเวณ 1,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ร่างแถลงการณ์ G20 ชี้ไวรัสโคโรนาสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ร่างแถลงการณ์ที่เตรียมสำหรับการประชุม G20 วันที่ 22-23 ก.พ.ระบุว่า เหล่าผู้นำทางการเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก 20 แห่ง (G20) คาดการณ์ถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในปีนี้และปีหน้า แต่มองว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นความเสี่ยงขาลง  รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง G20 มีกำหนดประชุมกันในวันเสาร์และอาทิตย์ในกรุงริยาดห์ เพื่อหารือเศรษฐกิจโลก ในขณะที่จีนต่อสู้กับไวรัส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน และกดดันให้มีการควบคุมการเดินทางและการค้าอย่างเข้มงวด “หลังสัญญาณความมีเสถียรภาพในช่วงสิ้นปี 2019 คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะปรับขึ้นเล็กน้อยในปี 2020 และ 2021 การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากภาวะการผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่องและสัญญาณการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าบางส่วน”  ร่างแถลงการณ์ ซึ่งอาจยังมีการเปลี่ยนแปลงก่อนการรับรองร่างขั้นสุดท้ายในวันอาทิตย์ระบุว่า “อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวและความเสี่ยงขาลงต่อแนวโน้มยังคงอยู่ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่, ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย”
  • (+) นักเศรษฐศาสตร์ชี้ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งการค้ากระทบการลงทุนธุรกิจ นักเศรษฐศาสตร์ระดับสูงของคณะบริหารสหรัฐระบุวันนี้ในคาดการณ์สำหรับช่วงหลายปีข้างหน้าว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ชะลอลงในปีที่ผ่านมาอย่างน้อยส่วนหนึ่งเป็นความผิดของความขัดแย้งทางการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐและผลกระทบที่มีต่อการลงทุนทางธุรกิจ นายโทมัส ฟิลิปสัน รักษาการประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (CEA) ระบุว่า “เมื่อเราเจรจาข้อตกลงการค้าอีกครั้ง เราเห็นความไม่แน่นอนในตลาดและการลงทุนได้รับผลกระทบ”  นายฟิลิปสันระบุว่า CEA ทำการประเมินผลกระทบภายในเท่านั้น แต่อ้างอิงการศึกษาของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ว่า ความไม่แน่นอนทางการค้าอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจในสหรัฐและผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลกลดลงมากถึง 1% ปธน.ทรัมป์ตำหนิเฟด ขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากอัตราการเติบโตรายปี 2.9% ในปี 2018 สู่ 2.3% ในปีที่ผ่านมา และธนาคารกลางสหรัฐลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ
  • (+) จีนยอมรับไวรัสโควิด-19 อาจติดต่อจากการสูดหายใจละอองอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อ หน่วยงานด้านสุขภาพของจีนได้ออกมายอมรับว่า ประชาชนอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จากการสูดหายใจเอาอนุภาคขนาดเล็กที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อนซึ่งลอยอยู่ในอากาศเข้าไป (aerosol infection) สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แนวทางการวินิจฉัยและการรักษาฉบับปรับปรุงใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ระบุว่า ประชาชนสามารถติดเชื้อได้ หากสูดหายใจเอาละอองในอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสความเข้มข้นสูงเข้าไป ขณะที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปิดเป็นระยะเวลานาน รายงานฉบับดังกล่าวเป็นคำแนะนำฉบับที่ 6 สำหรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจีน โดยระบุว่า สาเหตุหลักของการติดเชื้อคือ “ละอองฝอยจากระบบทางเดินหายใจ” เช่น น้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอและจาม รวมถึงการติดเชื้อที่เกิดจาก “การสัมผัสอย่างใกล้ชิด”
  • (+) สหรัฐประกาศเตือนการเดินทางไปฮ่องกง หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตในฮ่องกงเพิ่มอีก 1 ราย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ออกประกาศเตือนพลเมืองเกี่ยวกับการเดินทางไปฮ่องกง หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในฮ่องกงเพิ่มอีก 1 ราย CDC ได้ประกาศเตือนการเดินทางไปฮ่องกง โดยแนะนำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย และล้างมือบ่อย ๆ
  • (-) “ทรัมป์”เชื่อมั่นจีนกำลังพยายามอย่างหนักในการรับมืองไวรัสโคโรนาระบาด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวในการให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อวานนี้ว่า เขาเชื่อมั่นว่า จีน “กำลังพยายามอย่างหนักอย่างยิ่ง” ในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนา
  • (+/-) สหรัฐเดินหน้าหารือนโยบายสกัดกั้นการค้ากับจีน,หัวเว่ยวันนี้ แม้ทรัมป์ออกโรงคัดค้าน สื่อต่างประเทศรายงานว่า การประชุมของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเพื่อหารือเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกสินค้าให้กับบริษัทหัวเว่ย และจีน จะยังคงดำเนินต่อไปในวันนี้ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ทวีตความเห็นคัดค้านการจำกัดที่เข้มงวดมากขึ้นกับการส่งออกสินค้าของสหรัฐไปยังต่างประเทศก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐจะหารือกันในวันนี้เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ รวมถึงข้อจำกัดใหม่ในการขายชิปของบริษัทสหรัฐที่ผลิตขึ้นในต่างประเทศให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีน รวมถึงการขายชิ้นส่วนเครื่องบินให้กับบริษัทผลิตเครื่องบินของจีนด้วย ทั้งนี้ มีความไม่แน่นอนว่าการประชุมดังกล่าวจะเดินหน้าไปตามกำหนดหรือไม่ หลังจากปธน.ทรัมป์ทวีตคัดค้านข้อเสนอของเจ้าหน้าที่สหรัฐในการห้ามบริษัทต่างๆของสหรัฐส่งออกเครื่องยนต์ไอพ่นและส่วนประกอบอื่นๆ ให้กับอุตสาหกรรมการบินของจีน บรรดาผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐมีความเห็นแตกแยกกันอย่างรุนแรงก่อนการประชุมระดับรัฐมนตรีในวันที่ 28 ก.พ.นี้ โดยเจ้าหน้าที่บางรายสนับสนุนให้ดำเนินมาตรการที่แข็งกร้าวกับหัวเว่ยและจีน ขณะที่บางรายให้ความสำคัญกับการค้ามากกว่า