ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 24, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 เม.ย.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,561 1,547 1,535

แนวต้าน : 1,594 1,608 1,626

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศผ่อนปรนข้อกำหนดในการสำรองเงินทุนชั่วคราวให้กับธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐ โดยคณะกรรมการเฟดประกาศให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การสำรองเงินทุนต่อสินทรัพย์ (supplementary leverage ratio) เป็นการชั่วคราว โดยการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึง 31 มี.ค. 2021 ซึ่งหวังที่จะให้ธนาคารเหล่านี้เพิ่มการปล่อยกู้ให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นักลงทุนประเมินว่า เฟด ต้องการทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อรับประกันสภาพคล่องดอลลาร์ ซึ่งสร้างแรงกดดันเชิงลบต่อดอลลาร์ ส่งผลให้เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจึงมีแรงซื้อเข้าพยุงราคาทองคำเอาไว้ ในระยะสั้นราคาทองคำจึงเคลื่อนไหวในกรอบในทิศทางอ่อนตัวลง สำหรับการเปิดสถานะขายแนะนำให้รอราคาปรับขึ้นสู่แนวต้านโซน 1,594-1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนไม่ได้อาจทำให้มีแรงขายเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคาขยับลงมาอีกครั้ง โดยหากราคาปรับตัวลง ให้จับตาโซนบริเวณ 1,566-1,561 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้ายืนไม่อยู่ ประเมินแนวรับถัดไปบริเวณ 1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำพยายามทรงตัว ซึ่งหากไม่ถูกแรงขายออกมาก่อน อาจมีโอกาสขึ้นชนบริเวณ 1,594-1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะเดียวกันถ้าราคาอ่อนตัวลงไม่สามารถยืนเหนือแนวรับแรกบริเวณ 1,566-1,561 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ประเมินว่าอาจเห็นการอ่อนตัวลงต่อทดสอบแนวรับ 1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position หากราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,594-1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนะนำให้ขายทำกำไรออกมา และรอซื้อเก็งกำไรครั้งต่อไปเมื่อราคามีการย่อตัวลงมายืนเหนือแนวรับ 1,566-1,561 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ถ้าราคาขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแรง ให้ปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากยังไม่ผ่านแนวต้านแรก แนะนำให้รอทำกำไรบริเวณ 1,561-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New รอจังหวะที่ราคาทองคำไม่ผ่านโซน 1,594-1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้เปิดสถานะขาย (ตัดขาดทุน 1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และ เมื่อเกิดการปรับตัวลงมา ค่อยเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรระยะสั้นหากราคาไม่หลุดแนวรับโซน 1,561-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือหากรับความเสี่ยงได้พิจารณาเข้าซื้อบริเวณแนวรับเพื่อหวังจังหวะดีดตัว

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) จนท.สหรัฐเห็นชอบแนวทางใหม่คุมเข้มส่งออกเทคโนโลยีระดับสูงแก่จีน  แหล่งข่าวระบุว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐคุมเข้มกฎระเบียบเพื่อป้องกันจีนจากการได้รับเทคโนโลยีระดับสูงของสหรัฐสำหรับวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์และจากนั้นเปลี่ยนไปใช้ด้านการทหาร มาตรการ 3 ประการที่ได้รับการเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแต่ยังมีการสรุปผล จะสร้างอุปสรรคที่สามารถใช้หยุดยั้งบริษัทต่างๆของจีนจากการซื้อวัตถุดิบเกี่ยวกับสายตา, อุปกรณ์เรดาร์ และเซมิคอนดักเตอร์บางรายการจากสหรัฐในบรรดาสินค้าอื่นๆ  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความคืบหน้า ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญสำหรับเทคโนโลยีสหรัฐ ตึงเครียดจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีต้นกำเนิดในเมืองอู่ฮั่นและการตอบโต้กันด้วยการขับนักข่าวออกจากประเทศ
  • (+) ค่ายรถสหรัฐเผย โควิด-19 ฉุดยอดขาย 3 เดือนแรกทรุดหนักในรอบทศวรรษ  เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) และ เฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิลส์ เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ยอดขายรถยนต์ของบริษัทชะลอตัวลงมากที่สุดในรอบสิบปี   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ยอดขายของบริษัทรถยนต์ทั้งสองแห่งลดลงมากกว่าที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยยอดขายรถยนต์ของจีเอ็มร่วงลง 7.1% ในขณะที่ยอดขายของเฟียต ไครสเลอร์ดิ่งลงกว่า 10% ในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้
  • (-) ดอลลาร์รักษาแรงบวกขณะนลท.ต้องการความปลอดภัยในสภาพคล่อง  ดอลลาร์รักษาแรงบวกในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนเร่งรีบเข้าถือดอลลาร์ ขณะที่การระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดภาวะติดขัดครั้งใหญ่ในด้านการค้าโลก  ดัชนีดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล ทรงตัวที่ 99.588 หลังปรับขึ้น 0.53% เมื่อคืนนี้ ขณะที่ดอลลาร์บวกเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่  ในการซื้อขายช่วงแรกในวันนี้ ยูโรปรับลง 0.2% มาที่ 1.0924 ดอลลาร์ หลังจากที่ร่วงลง 0.69% เมื่อวานนี้ ปอนด์อยู่ที่ 1.2382 ดอลลาร์ ปรับขึ้น 0.2% โดยลดช่วงลบของวันก่อนลงราวครึ่งหนึ่ง  ดอลลาร์ออสเตรเลียอยู่ที่ 0.6080 ดอลลาร์ หลังจากที่ร่วงลง 0.99% ในครั้งก่อน  ดอลลาร์ดีดกลับขึ้น 0.3% มาที่ 107.15 เยน หลังจากที่แตะระดับต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ ที่ 106.925 เยนเมื่อวานนี้ 
  • (+/-) จีนเดินหน้าซื้อน้ำมันเข้าคลังสำรองฉุกเฉิน หลังราคาร่วงลงหนัก  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการจีนกำลังดำเนินการตามแผนในการซื้อน้ำมันเข้าคลังสำรองฉุกเฉิน หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักถึง 60% แล้วในปีนี้เพราะถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ประกอบกับการที่ซาอุดีอาระเบียประกาศทำสงครามราคาน้ำมันกับรัสเซีย  แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลจีนได้สั่งให้หน่วยงานในสังกัดเร่งซื้อน้ำมันเพื่อเติมเข้าคลังสำรอง และใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น สัญญาออปชั่นเพื่อซื้อน้ำมันในราคาปัจจุบัน  นอกเหนือจากการสั่งหน่วยงานรัฐให้รีบซื้อน้ำมันแล้ว ทางการจีนยังได้สนับสนุนให้บริษัทเอกชนเร่งซื้อน้ำมันเก็บเข้าคลังสำรองของตนเองด้วย 
  • (+/-) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 300 จุดช่วงบ่ายนี้ เหตุนักลงทุนชะลอคำสั่งขายหลังตลาดทรุดหนักก่อนหน้านี้  ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 300 จุดในช่วงบ่ายวันนี้ โดยนักลงทุนเริ่มชะลอคำสั่งขายหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา  ณ เวลา 15.08 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้น 377 จุด หรือ 1.82% แตะที่ 21,117 จุด  นักลงทุนเริ่มชะลอคำสั่งขาย หลังจากตลาดหุ้นดิ่งลงอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาเตือนชาวสหรัฐให้เตรียมรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโควิด-19 ในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า  นอกเหนือจากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว นักลงทุนยังจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค.ของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคาดว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรจะลดลง 100,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.8%