ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ม.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,515 1,507 1,498

แนวต้าน : 1,525 1,536 1,545

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  แนะนำคืนนี้ติดตามรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC Meeting Minutes) ของธนาคารกลางสหรัฐ รอบการประชุมเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา  ซึ่งเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.50%-1.75% นอกจากนี้ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2020 หลังจากคณะกรรมการ FOMC ลงมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปี 2019 ท่ามกลางความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้า, เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวของ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ แต่คณะกรรมการใน FOMC บางท่านมีความเห็นที่แตกต่างอย่างมากเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าว ซึ่งรายงานการประชุมจะสะท้อนให้เห็นมุมมองและทิศทางดอกเบี้ยของเฟดที่ชัดเจนขึ้น  อย่างไรก็ตามระยะสั้นราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น แต่เมื่อราคาปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา โดยความผันผวนและการแกว่งตัวอาจเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา ให้เน้นไปที่การเข้าซื้อขายระยะสั้นเพื่อควบคุมความเสี่ยง ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,515-1,507  ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,525-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำในระยะสั้นเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น แม้ว่าจะมีแรงขายสลับออกมาบ้างแต่ราคาอ่อนตัวลงไม่มาก โดยหากราคาทองคำสามารถแกว่งตัวรักษาระดับไว้ได้ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ทั้งนี้  ประเมินแนวรับที่ 1,515-1,507 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ ก็อาจเห็นการดีดตัวของราคาขึ้นมาบริเวณแนวต้านที่ 1,525-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position สามารถถือต่อหากไม่หลุดโซน 1,515 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอขายทำกำไรโซน 1,530-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่อยากรับความเสี่ยงมากนักอาจทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้านแรก 1,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ปิดสถานะออกมาก่อนหากราคาทองคำกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากสามารถยืนได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,530-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  แนะนำให้เล่นในกรอบในทิศทางขาขึ้น โดยรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาปรับตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,515-1,507 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,525-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซน 1,507 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจชะลอการลงทุนออกไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) เลขาฯ UN ห่วงเกาหลีเหนือกลับมาทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธอีกครั้ง นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลว่าเกาหลีเหนือจะกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอีกครั้ง “เลขาฯ UN หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีการกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอีก ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคง (UNSC) สนธิสัญญาไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ยังเป็นพื้นฐานด้านความมั่นคงระดับโลกเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ และจะต้องได้รับการรักษาไว้” นายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) กล่าวผ่านแถลงการณ์ “ความร่วมมือด้านการทูตเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพอันยั่งยืน” นายดูจาร์ริค กล่าวเสริม นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า ไม่มีเหตุผลใดที่เกาหลีจะต้องถูกระงับจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป พร้อมกล่าวเสริมว่า โลกจะได้เห็นอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ชนิดใหม่ที่เกาหลีเหนือดำเนินการในอนาคตอันใกล้นี้ ก่อนหน้านี้ นายคิมเคยระบุว่า สหรัฐยังคงเดินหน้าฝึกซ้อมทางทหารอย่างต่อเนื่องกับเกาหลีใต้ ด้วยอาวุธที่ทันสมัย พร้อมกับใช้มาตรการคว่ำบาตร ขณะเดียวกันก็เรียกร้องต่าง ๆนานาเหมือนพวกอันธพาล
  • (+) ธปท.เผยเงินบาทกลับมาอ่อนค่า แต่ยังผันผวน พร้อมจับตาใกล้ชิด ธปท.เผยเช้านี้เงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่า หลังสภาพคล่องในตลาดเริ่มกลับสูงภาวะปกติ แต่ยังมีความผันผวนสูง พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อ่อนค่าลงมาที่ระดับ มาที่ระดับ 30.18 บาทต่อดอลลาร์ จากสิ้นปี 62 ที่แข็งค่าเร็ว เป็นผลจากสภาพคล่องในตลาดเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่ค่าเงินบาทยังมีความผันผวนสูง ในสภาวะที่ตลาดกำลังมีการปรับสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขายดอลลาร์ ทั้งนี้ ธปท. จะดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยผู้ร่วมตลาดอาจรอดูสถานการณ์การปรับตัวของตลาดสู่ภาวะปกติก่อนเร่งทำธุรกรรม
  • (-) หุ้นจีนปรับตัวขึ้นจากทัศนะบวกการค้า,การสนับสนุนด้านนโยบาย หุ้นบลูชิพของจีนเริ่มต้นปีใหม่ในวันนี้ด้วยการปรับตัวขึ้น หลังจากที่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกำหนดวันสำหรับการลงนามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 กับจีน และในขณะที่ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณการสนับสนุนด้านนโยบายเพิ่มเติม ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 3,085.20 บวก 35.07 จุดหรือ +1.15% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 4,152.24 บวก 55.66 จุดหรือ +1.36% ดัชนีย่อยกลุ่มการเงินของ CSI300 ปรับขึ้น 1.6% หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคหลักร่วงลง 0.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้น 1.4% และกลุ่มการดูแลสุขภาพปรับลง 0.4% ดัชนีเซินเจิ้นปรับขึ้น 1.8% และดัชนี ChiNext Composite กระดานหุ้นสตาร์ท-อัพบวก 2% สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2018 ปธน.ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารว่า จะมีการลงนามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 กับจีนในวันที่ 15 ม.ค.ที่ทำเนียบขาว และหลังจากนั้น เขาจะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งเพื่อหารือข้อตกลงระยะต่อไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาและปธน.สี จิ้นผิงของจีนจะจัดพิธีลงนามเพื่อปิดข้อตกลงระยะที่ 1  ธนาคารกลางจีนเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ธนาคารจีนลดการกันสำรองของธนาคารต่างๆ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 ม.ค. ซึ่งจะเป็นการระบายเงินทุนราว 8 แสนล้านหยวน (1.1491 แสนล้านดอลลาร์) เพื่อหนุนเศรษฐกิจ
  • (-) กลุ่มผู้ประท้วงหน้าสถานทูตอเมริกันในกรุงแบกแดดเริ่มถอนกำลัง กลุ่มผู้ประท้วงที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เริ่มถอนกำลังออกจากบริเวณสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดแล้วในวันพุธ หลังจากที่บุกโจมตีสถานทูตในช่วงสองวันที่ผ่านมา ท่ามกลางการแลกเปลี่ยนคำขู่ระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ รายงานข่าวล่าสุดจากอิรัก ระบุว่ายังคงมีผู้ประท้วงบางส่วนที่ปักหลักอยู่บริเวณสถานทูตอเมริกัน ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ไปไหนจนกว่าทหารสหรัฐฯ จะถอนกำลังออกจากอิรัก ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสหรัฐฯ ได้ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตายิงใส่ผู้ประท้วงที่สถานทูตอเมริกันในกรุงแบกแดด หลังจากที่กลุ่มผู้ประท้วงพยายามขว้างปาก้อนหินและจุดไฟเผากำแพงสถานทูตและป้อมยามหน้าทางเข้าสถานทูตดังกล่าว ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ประจำอิหร่าน ไบรอัน ฮุก กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า เจ้าหน้าที่การทูตของสหรัฐฯ และสถานทูตในกรุงแบกแดดยังปลอดภัยดี ขณะที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและไม่มีการคุกคามต่อทรัพย์สินและเจ้าหน้าที่อเมริกันอีก ความเดือดดาลของผู้ประท้วงชาวอิรักเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศใส่ฐานบัญชาการและสถานที่เก็บอาวุธของกลุ่มคาตาเอ็บ เฮซโบลาห์ บริเวณพรมแดนอิรักติดกับภาคตะวันออกของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน บาดเจ็บอีกหลายคน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา