ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 มี.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,585 1,625 1,616

แนวต้าน : 1,612 1,624 1,635

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐจาก ISM ที่เตรียมจะเปิดเผยในเวลา 22.00 น. ของคืนวันนี้ตามเวลาไทย  เพื่อใช้ประเมินว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ Covid-19 ได้สร้างผลกระทบต่อภาคการผลิตของสหรัฐมากน้อยเพียงใด หลังผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส ส่งผลให้กิจกรรมในภาคการผลิตของจีนหดตัวอย่างรุนแรง ขณะที่ข้อมูลดังกล่าวมีแนวโน้มจะส่งผลต่อการคาดการณ์การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ในเดือนมี.ค. ท่ามกลางการคาดการณ์ 100% เต็มเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 50 basis points จากระดับ 1.50-1.75% สู่ระดับ 1.00-1.25% ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค. ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะถัดไป ทั้งนี้ ราคาทองคำระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ หลังจากราคาแกว่งตัวผันผวน  แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะสั้นบริเวณแนวรับ 1,585-1,574 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากไม่หลุด 1,562 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,612-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่มีทองคำในมือ อาจขายบางส่วนหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน เพราะหากราคาไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรมีจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot:  ราคาทองคำพยายามดีดตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านโซน 1,612 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถขึ้นไปยืนได้ น่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านไปได้ มีแนวโน้มเกิดแรงขายทำกำไรออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงไปอีก โดยประเมินแนวรับที่ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position นักลงทุนควรลดความเสี่ยงโดยการทยอยปิดสถานะทำกำไรหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,612-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ ชะลอการเข้าซื้อไปที่แนวรับถัดไปหากราคาทองคำได้ดิ่งลงต่ำกว่าแนวรับ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะหากราคาทองคำลงมาบริเวณ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากหลุดแนวดังกล่าว ก็สามารถรอทำกำไรในแนวรับต่อไปบริเวณ 1,574-1,652 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำเปิดสถานะซื้อเล่นสั้นหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,585-1,574 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ (ตัดขาดทุนหากไม่หลุด 1,562ดอลลาร์ต่อออนซ์) เพื่อขายทำกำไรในโซน 1,612-1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “เจพีมอร์แกน” หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจจีน หลังภาคการผลิตกลับมาดำเนินงานล่าช้ากว่าคาดการณ์  เจพีมอร์แกน ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2563 ลงสู่ระดับ 5.2% จากระดับ 5.4% โดยระบุว่า เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มอ่อนแรงลงเนื่องจากโรงงานต่างๆในประเทศจีนกลับมาดำเนินการผลิตล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้งผลกระทบจากภาวะขาดแคลนแรงงาน และการขนส่งที่หยุดชะงัก  นอกจากนี้ เจพีมอร์แกนยังระบุในรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของจีนกำลังเผชิญกับสองสถานการณ์ที่อาจจะต้องแลกกัน คือการควบคุมไวรัสและการผลักดันมีการดำเนินการเพื่อการผลิตอีกครั้ง รวมทั้งการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการรักษานโยบายให้อยู่ในลักษณะผ่อนคลายอย่างรอบคอบระมัดระวัง
  • (-) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดขึ้นกว่า 200 จุด รับความหวังแบงก์ชาติทั่วโลกออกมาตรการลดผลกระทบโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 200 จุดในช่วงบ่ายวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า ธนาคารกลางของประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการป้องกันการทรุดตัวของเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)  ณ เวลา 14.22 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้น 267 จุด หรือ 1.05% แตะที่ 25,631 จุด  นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เฟดจะจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด โดยเฟดใช้เครื่องมือที่มีอยู่ และจะใช้มาตรการที่เหมาะสม เพื่อหนุนเศรษฐกิจ ซึ่งการแสดงความเห็นของนายพาวเวลทำให้นักลงทุนในตลาดการเงินมองว่า ประธานเฟดอาจส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.นี้  ทางด้านนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ให้คำมั่นในระหว่างการออกแถลงการณ์ฉุกเฉินในวันนี้ว่า BOJ จะใช้ความพยายามในทุกทางเพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดการเงิน หลังจากตลาดได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก  นายคุโรดะกล่าวว่า BOJ จะจับตาสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งจะจัดหาสภาพคล่องอย่างเพียงพอ และสร้างความเชื่อมั่นว่าตลาดการเงินจะยังคงมีเสถียรภาพ ผ่านการดำเนินการทางตลาดและการเข้าซื้อสินทรัพย์อย่างเหมาะสม
  • (-) เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดพุ่ง 90.63 จุด สอดคล้องภูมิภาค  ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ดีดตัวขึ้น หลังจากที่ตลาดได้ร่วงลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่ง 90.63 จุด หรือ 3.15% ปิดที่ 2,970.93 จุด   ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 40.3 ในเดือนก.พ. ซึ่งร่วงลงอย่างหนักจากระดับ 51.1 ในเดือนม.ค. และยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 46.0  ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว และหากดัชนี PMI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคการผลิต
  • (-) “ทรัมป์” เตรียมพบกลุ่มผู้บริหารบริษัทผลิตยาวันนี้ มุ่งหารือประเด็นรับมือโควิด-19  ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ มีกำหนดพบปะกับบรรดาผู้บริหารของบริษัทผลิตยา ในวันนี้ เวลา 15.00 น.ตามเวลากรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับการรับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้  จากนั้นในเวลา 16.00 น.ตามเวลากรุงวอชิงตัน ทีมเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการแพร่ะระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งนำโดยรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ จะพบปะพูดคุยกับกลุ่มบริษัทผลิตยา  สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในสหรัฐนั้น สำนักงานสาธารณสุขสหรัฐยืนยันว่า พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รายที่ 2 ในสหรัฐ โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดนี้เป็นชายวัย 70 ปีซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอเวอร์กรีนเฮลธ์ ในรัฐวอชิงตัน  ส่วนผู้เสียชีวิตรายแรกที่มีการยืนยันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น เป็นชายอายุประมาณ 50 ปีในรัฐวอชิงตัน โดยตรวจพบอาการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา