พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,452 1,445 1,437

แนวต้าน : 1,471 1,479 1,487

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  แม้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตของจีนในเดือนพ.ย. ขยายตัวที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.2016 ข้อมูลดังกล่าวช่วยลดความวิตกกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง กระตุ้นการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงและกดดันราคาทองคำ  แต่อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนยังมีความไม่แน่นอน ได้สร้างแรงซื้อพยุงทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยไว้ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ประกาศคว่ำบาตรองค์กรนอกภาครัฐ (NGO) จากสหรัฐ จากประเด็นกฎหมายของสหรัฐที่สนับสนุนผู้ประท้วงที่เรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง นอกจากนี้ จีนส่งสัญญาณว่าเรือรบและเครื่องบินของสหรัฐไม่ได้รับการต้อนรับในฮ่องกง ขณะที่ก่อนหน้านี้ จีนขู่ตอบโต้ต่อด้วยมาตรการต่างๆที่เป็นไปได้ซึ่งรวมถึงการห้ามผู้ร่างกฎหมายเข้าประเทศจีน, ฮ่องกง และ มาเก๊า  ทั้งนี้ ยังคงเน้นการลงทุนระยะสั้น โดยนักลงทุนอาจเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวหากราคาไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าว อาจจะชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐานของราคา ขณะที่หากราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำขายทองคำออกมาเพื่อลดความเสี่ยง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอจังหวะเข้าซื้อคืนหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  สามารถถือต่อได้หากราคาหลุดแนวรับ 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้ทยอยลดสถานะขายลง

Open New รอดูบริเวณ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัว หรือบริเวณแนวต้าน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคหลุดแนวดังกล่าวควรตัดขาดทุน และควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความผันผวนของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) จีนประกาศคว่ำบาตร NGO สหรัฐจากประเด็นกฎหมายฮ่องกง  กระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า จีนประกาศคว่ำบาตรองค์กรนอกภาครัฐ (NGO) จากสหรัฐ ซึ่งรวมถึง Human Rights Watch และ National Democratic Institute จากกฎหมายสหรัฐที่สนับสนุนผู้ประท้วงฮ่องกง  “เมื่อไม่นานมานี้สหรัฐผ่านกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกงของปี 2019 โดยไม่ใส่ใจต่อการคัดค้านของจีนในเรื่องดังกล่าว นี่เป็นการละเมิดอย่างรุนแรงต่อกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน” แถลงการณ์ของกระทรวงระบุ
  • (+) จีนระงับการพิจารณาข้อเรียกร้องให้เรือรบสหรัฐเข้าสู่ฮ่องกงตอบโต้สหรัฐผ่านกม.ฮ่องกง จีนส่งสัญญาณในวันนี้ว่า เรือรบและเครื่องบินของสหรัฐไม่ได้รับการต้อนรับในฮ่องกง ในขณะที่จีนระงับการพิจารณาข้อเรียกร้องให้เรือและเครื่องบินของสหรัฐเข้าสู่ฮ่องกง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนตั้งข้อสังเกตว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นตอบโต้ต่อการที่สหรัฐผ่านกฎหมายฮ่องกงและสนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในฮ่องกง
  • (+) สื่อนอกชี้เจรจาการค้าสหรัฐ-จีนส่อแววชะงัก หลังสหรัฐผ่านร่างกฎหมายหนุนม็อบฮ่องกง Axios ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวในสหรัฐ รายงานว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจต้องหยุดชะงักลง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมาย “Hong Kong Human Rights and Democracy Act” โดยกฎหมายดังกล่าวจะคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนต้องรับผิดชอบในการทำลายเสรีภาพขั้นพื้นฐานและการปกครองตนเองในฮ่องกง รายงานของ Axios ระบุว่า เหตุผลที่ทำให้ข้อตกลงต้องหยุดชะงักลงนั้น เนื่องจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องใช้เวลาทำให้สถานการณ์ความวุ่นวายในฮ่องกงสงบลง การตัดสินใจดังกล่าวของปธน.ทรัมป์สร้างความไม่พอใจให้กับจีนในช่วงเวลาที่สหรัฐและจีนยังคงเดินหน้าเจรจาการค้า
  • (-) หุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นแข็งแกร่งขณะข้อมูลจีนบรรเทาความวิตกศก.  หุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 เดือนในวันนี้ หลังจากที่ข้อมูลแสดงว่า กิจกรรมภาคการผลิตและอุปสงค์ภายในประเทศของจีนปรับตัวขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีน ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดปรับขึ้น 1.01% มาที่ 23,529.50 นำโดยการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย โดยในปีนี้ดัชนีปรับขึ้น 16.38%
  • (+/-) “ทรัมป์” ปฏิเสธเข้าร่วมการไต่สวนถอดถอนออกจากตำแหน่งปธน.ในวันพุธนี้ ทนายความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แจ้งต่อคณะกรรมาธิการตุลาการสภาผู้แทนราษฎรว่า ปธน.ทรัมป์จะไม่เข้าร่วมรับฟังการไต่สวนถอดถอนตนเองออกจากตำแหน่งในวันพุธนี้  แพต ซิโพลโลนี หนึ่งในที่ปรึกษาทำเนียบขาว ได้ปฏิเสธคำเชิญดังกล่าว พร้อมวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมาธิการตุลาการที่ต้องการให้ปธน.ทรัมป์เข้าร่วมรับฟังการไต่สวนทั้งๆที่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของพยาน รวมถึงยังไม่ได้กำหนดวันและเวลาในการไต่สวนครั้งต่อๆไป อีกทั้งยังกล่าวอีกด้วยว่า กระบวนการดังกล่าวไม่เป็นธรรมต่อปธน.ทรัมป์
  • (+/-) ผู้ว่าฯธ.กลางจีนระบุจีนจะไม่พึ่งพาการผ่อนคลายเชิงปริมาณ นายอี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนระบุเมื่อวานนี้ว่า จีนอาจจะยังคงใช้นโยบายการเงิน “ปกติ” นานเท่าที่เป็นไปได้ เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจยังคงอยู่ภายในช่วงที่เหมาะสมและเงินเฟ้ออยู่ในระดับเบาบางโดยรวม  นายอี้ระบุว่า จีนจะไม่พึ่งพาการผ่อนคลายเชิงปริมาณ แม้แต่ในขณะที่นโยบายการเงินประเทศสำคัญๆของโลกเข้าใกล้อัตราดอกเบี้ย 0%
  • (+/-) นายกฯอังกฤษเปรยไม่อยากให้”ทรัมป์”แสดงความเห็นเรื่องเลือกตั้งอังกฤษช่วงประชุมนาโต้ที่ลอนดอน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ออกเดินทางไปยังกรุงลอนดอนในวันนี้ เพื่อเข้าร่วมประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แสดงความต้องการชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ปธน.ทรัมป์พูดอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งอังกฤษที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค. นี้ การออกมากดดันของนายจอห์นสันทำให้ทำเนียบขาวเป็นกังวล โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่งกล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ไม่รับรู้อะไรเลย เกี่ยวกับการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งของประเทศอื่น ทั้งนี้ ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างชัดเจนตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559