พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำลดลงจากสหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า

สัปดาห์นี้ติดตามการเจรจาการค้าสหรัฐและจีน การจ้างงานสหรัฐ

แนวโน้มทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,467 ดอลลาร์

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับลดลงเข้าใกล้ 1,450 ดอลลาร์ เนื่องจากความหวังว่าสหรัฐและจีนกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายในการทำข้อตกลงการค้ากับจีน นอกจากนี้ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐแข็งแกร่ง ซึ่งจีดีพีไตรมาส 3 ซึ่งเป็นประมาณการครั้งที่ 2 เพิ่มขึ้น  2.1% ดีกว่าประมาณการครั้งแรกที่เพิ่มขึ้น  1.9% แต่ในวันศุกร์ทองคำเริ่มฟื้นตัว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ทำให้อาจกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่วนกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 3.81 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการจ้างงานของสหรัฐเดือนพ.ย. ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นจะทำให้ราคาทองคำผันผวนมาก ซึ่งตลาดคาดการจ้างงานภาคเอกชน ADP และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.จะเพิ่มขึ้น 140,000 ตำแหน่ง และ 189,000 ตำแหน่ง ตามลำดับ นอกจากนี้จะมีการแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป และการประชุมกลุ่มโอเปค
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,467 ดอลลาร์ ซึ่งราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,460 ดอลลาร์ และ 1,450 ดอลลาร์  ขณะที่มีแนวต้าน 1,467 ดอลลาร์ และ 1,470 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,463.60 +7.82 1,460/1,450 1,467/1,470

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
20,950 +50 20,900/20,800 21,000/21,050

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,080 +110 21,010/20,910 21,100/21,170

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,450-1,467 ดอลลาร์ (GF 20,910-21,100 บาท)

ส่วนการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,445-1,450 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,468.00 +7.90 1,465/1,455 1,472/1,475

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,455-1,472 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะทรงตัวและเคลื่อนไหวในกรอบแคบ  โดยสัปดาห์นี้นักลงทุนรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการจ้างงานของสหรัฐเดือนพ.ย. โดย USD Futures คาดจะมีแนวต้านที่ 30.24 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.18 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ขณะการซื้อขายเบาบางหลังวันหยุด

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมส (29 พ.ย.) ท่ามกลางภาวะซื้อขายที่เบาบางหลังวันหยุด โดยตลาดปิดทำการเมื่อวันพฤหัสบดีเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน อ่อนลง 0.06% สู่ระดับ 98.2705         

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $11.90 จากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังดาวโจนส์ร่วง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากคำสั่งซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลง และดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อคืนนี้          สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 11.90 ดอลลาร์ หรือ 0.81% ปิดที่ 1,472.70 ดอลลาร์/ออนซ์      สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 5.1 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 17.106 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ :น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.94 เหตุตลาดกังวลการค้า

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐ-จีน และตลาดยังถูกกดดันจากการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่มีแนวโน้มแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ราคาน้ำมันยังคงปิดบวกเมื่อเทียบเป็นรายเดือน โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะตกลงกันในสัปดาห์หน้า เพื่อขยายเวลาปรับลดการผลิตน้ำมันต่อไปหลังจากเดือนมี.ค. 2563 สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 2.94 ดอลลาร์ หรือ 5.1% ปิดที่ 55.17 ดอลลาร์/บาร์เรล  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ร่วงลง 1.44 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 62.43 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดลบ 112.59 จุด เหตุวิตกเจรจาการค้า,ซื้อขายเบาบางหลังวันหยุด

          สำนักดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พ.ย.) ท่ามกลางภาวะซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวันหลังจากที่ปิดทำการในวันพฤหัสบดีเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า โดยภาวะการซื้อขายยังคงถูกกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอนุมัติกฎหมายสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมาก       ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,051.41 จุด ลดลง 112.59 จุด หรือ -0.40%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,140.98 จุด ลดลง 12.65 จุด หรือ -0.40% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,665.47 จุด ลดลง 39.70 จุด หรือ -0.46%

รัฐสภายุโรปไฟเขียวเพิ่มการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐ เรียกร้องสหรัฐเลิกเก็บภาษี

          รัฐสภายุโรปได้อนุมัติแผนเพิ่มการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐด้วยคะแนนสนับสนุน 457 ต่อ 140 เสียง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับยุโรป อย่างไรก็ดี รัฐสภายุโรปได้เรียกร้องให้สหรัฐเลิกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจากยุโรป และล้มเลิกแผนที่จะเพิ่มการเก็บภาษีนำเข้ารถยุโรปด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นประเด็นพิพาทระหว่างสองฝ่าย  ทั้งนี้ การที่สหรัฐสั่งเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จะทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรป (EU) รุนแรงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมูลค่าการส่งออกรถยนต์ของ EU ไปยังตลาดสหรัฐนั้น สูงกว่ามูลค่าการส่งออกเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมรวมกันประมาณ 10 เท่า คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า หากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ระดับ 25% ราคารถยนต์ของยุโรปที่นำเข้าไปยังสหรัฐ จะเพิ่มขึ้นราว 10,000 ยูโร

จีนเตือนสหรัฐอาจถูกตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรง หลัง”ทรัมป์”ลงนามกม.หนุนม็อบฮ่องกง

          ทางการจีนแถลงเตือนสหรัฐว่า จีนอาจจะใช้มาตรการตอบโต้ที่รุนแรง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง  กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า สหรัฐจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่ตามมา หากสหรัฐยังคงแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองของจีน ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีนเกิดขึ้นในขณะที่ชาวฮ่องกงนับพันคนได้ออกมรวมตัวกันในวันขอบคุณพระเจ้าเมื่อวานนี้ เพื่อขอบคุณสหรัฐที่ผ่านกฎหมายสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง โดยผู้ประท้วงบางคนได้ยกธงชาติสหรัฐขึ้นโบกไปมาในระหว่างการ

สื่อเกาหลีเหนือเผย “คิม จอง อึน” เข้าร่วมสังเกตการณ์ทดสอบระบบยิงจรวด

          สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การทดสอบระบบยิงจรวดแบบหลายลำกล้องที่มีขนาดใหญ่พิเศษ กองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนือยิงจรวดพิสัยใกล้จากเครื่องยิงจรวดแบบหลายลำกล้องที่มีขนาดใหญ่พิเศษเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ลงสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศ ขณะที่กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นระบุว่าเป็นการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป  เกาหลีใต้ยืนยันว่า มีการยิงขีปนาวุธดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 16.59 น.ตามเวลาท้องถิ่นเมื่อวานนี้ จากเขตเหยียนโปของจังหวัดฮัมพยองใต้ลงสู่ทะเลญี่ปุ่น และมีระยะทางยิงไกลประมาณ 380 กิโลเมตร  สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ นับตั้งแต่มีการประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เกาหลีใต้และญี่ปุ่นซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐจะยังคงต่ออายุข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองทางทหาร (General Security of Military Information Agreement : GSOMIA) ระหว่างกันต่อไป KCNA รายงานการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดพร้อมด้วยภาพถ่าย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งนายคิมเฝ้าสังเกตการณ์การทดสอบดังกล่าว   KCNA ระบุว่า นายคิมแสดงความพอใจอย่างมากกับการทดสอบ และผู้บัญชาการกองทัพเกาหลีเหนือได้แสดงความขอบคุณที่นายคิมเฝ้าดูการพัฒนาและความสมบูรณ์แบบของอาวุธและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพทรงพลัง