พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,452 1,445 1,437  แนวต้าน : 1,471 1,479 1,487

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง  เนื่องจากตลาดสหรัฐปิดทำการเร็วกว่าปกติเนื่องในวัน  Black Friday อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำได้โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าสหรัฐและจีน  หลังจีนประกาศจะดำเนินมาตรการตอบโต้การที่สหรัฐออกกฎหมายสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง  ขณะที่นายเกิง ฉวง โฆษกก.ต่างประเทศจีน  ออกมาระบุว่า  รัฐบาลจีนมีสิทธิ์ตัดสินว่าใครจะได้รับหรือไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ใครก็ตามที่เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้ามาในประเทศนี้  ประกอบกับ Global Times รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า  จีนยืนกรานให้สหรัฐยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนอันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้า Phase one ส่วนคำมั่นของสหรัฐที่จะเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ออกไปจากกำหนดเดิมในวันที่ 15 ธ.ค. นั้นไม่สามารถทดแทนการยกเลิกภาษีนำเข้าได้  ซึ่งจุดยืนที่แข็งกร้าวของจีนยิ่งสร้างความวิตกในหมู่นักลงทุนจนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ส่วนดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเช่นกันจึงเป็นปัจจัยหนุนทองคำเพิ่มเติม  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำลดลง -0.88 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐจากมาร์กิตและ ISM รวมถึงการใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,466-1,471 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้แนวต้านสำคัญจะอยู่ในบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซนคือ 1,452 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปที่ 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

การเข้าซื้อยังคงเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเข้าซื้อเฉพาะเมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,452-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์)ขณะที่การขายทำกำไรแนะนำพิจารณาในโซน 1,471-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ขณะการซื้อขายเบาบางหลังวันหยุด,จับตาการค้าสหรัฐ-จีน  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) ท่ามกลางภาวะซื้อขายที่เบาบางหลังวันหยุด โดยตลาดปิดทำการเมื่อวันพฤหัสบดีเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน อ่อนลง 0.06% สู่ระดับ 98.2705  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.46 เยน จากระดับ 109.52 เยน และดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3273 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3280 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9999 ฟรังก์ จากระดับ 0.9989 ฟรังก์  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1017 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1009 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2933 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2907 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าสู่ระดับ 0.6764 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6767 ดอลลาร์สหรัฐ 
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 112.59 จุด เหตุวิตกเจรจาการค้า,ซื้อขายเบาบางหลังวันหยุด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) ท่ามกลางภาวะซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวันหลังจากที่ปิดทำการในวันพฤหัสบดีเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า โดยภาวะการซื้อขายยังคงถูกกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอนุมัติกฎหมายสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมาก  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,051.41 จุด ลดลง 112.59 จุด หรือ -0.40%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,140.98 จุด ลดลง 12.65 จุด หรือ -0.40% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,665.47 จุด ลดลง 39.70 จุด หรือ -0.46%
  • (+) คณะกรรมการสภาผู้แทนฯสหรัฐให้เวลา “ทรัมป์” ถึง 6 ธ.ค.นี้ เพื่อพิจาณาเข้าร่วมการไต่สวนถอดถอน  สื่อต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการตุลาการของสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐได้ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อแจ้งว่า ปธน.ทรัมป์ มีเวลาจนถึง 17.00 น.ของวันที่ 6 ธ.ค.นี้ตามเวลาสหรัฐ ในการพิจารณาว่า จะเข้าร่วมในกระบวนไต่สวนเพื่อถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งหรือไม่  ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์มีเวลาราว 1 สัปดาห์ที่จะระบุว่า คณะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของเขา จะนำเสนอหลักฐาน และพยานในกระบวนการไต่สวนที่จะเริ่มขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้าหรือไม่  ภายใต้กระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีนั้น ประธาธิบดีสามารถเบิกพยาน, แสดง และชี้แจงหลักฐานต่างๆ ที่มี เพื่อใช้ในการแก้ต่างคดีได้  นายเจอร์โรลด์ แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมการตุลาการ ยังได้กำหนดเส้นตายวันเดียวกัน (6 ธ.ค.) ให้ส.ส.พรรครีพับลิกันในคณะกรรมการแจ้งกับเขาว่า จะมีการเบิกพยานและชี้แจงหลักฐานต่างๆ หรือไม่ และได้กำหนดจัดการประชุมในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เพื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าว
  • (+) จนท.รัฐบาลจีนรับกำลังพิจารณาแบนนักการเมืองสหรัฐที่หนุนม็อบฮ่องกงไม่ให้เข้าประเทศ  เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนออกมาเปิดเผยในวันนี้ว่า บุคคลซึ่งเป็นผู้ไม่พึงประสงค์อาจมีสิทธิ์ที่จะถูกปฏิเสธไม่ให้เดินทางเข้าประเทศ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์หนาหูว่า จีนกำลังพิจารณาขึ้นบัญชีดำบุคคลที่สนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง  “รัฐบาลจีนมีสิทธิ์ตัดสินว่าใครจะได้รับหรือไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ใครก็ตามที่เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้ามาในประเทศนี้” นายเกิง ฉวง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวกับผู้สื่อข่าว  ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์สของรัฐบาลจีนได้ตีพิมพ์บทความโดยอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ว่า “จีนอาจจำกัดการเข้าประเทศของนักการเมืองสหรัฐบางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แทรกแซงกิจการในฮ่องกง” โดยเจาะจงไปที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายมาร์โค รูบิโอ วุฒิสมาชิกของสหรัฐ ซึ่งออกมาสนับสนุนผู้ประท้วงในฮ่องกงโกลบอลไทม์สยังระบุต่อไปด้วยว่า จีนกำลังพิจารณามาตการตอบโต้สหรัฐทั้งในด้าน “การเมือง เศรษฐกิจ และทางทหาร”