จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยมีแนวต้านบริเวณ 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากราคาขยับขึ้นควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านโซนแนวต้าน ขณะที่การเสี่ยงซื้ออาจดูบริเวณแนวรับ 1,458  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากหลุดให้ชะลอการเข้าซื้อไป

แนวรับ : 1,464 1,458 1,439  แนวต้าน : 1,487 1,500 1,512

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  7.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ในระหว่างวันการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,458  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐ  หลัง ISM เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนก.ย.ดิ่งลงสู่ระดับ 47.8 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2009 และบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว  จึงก่อให้เกิดความวิตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญกับสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในอนาคต  ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์  ทรัมป์  ออกมาทวิตตำหนิธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ว่า  เฟดกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่สูงจนเกินไป  และปล่อยให้ดอลลาร์แข็งค่าจนส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของประเทศ  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี  พร้อมๆกับกระตุ้นแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง  ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงถึง 343.79 จุด หรือ -1.28%  จึงเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,487  ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนจะลดช่วงบวกลงในช่วงปลายตลาด  สำหรับวันนี้  ติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ย.จาก ADP  และถ้อยแถลงของนายชาร์ลส์ อีวานส์ ประธานเฟดชิคาโก และนายแรนดัล ควอร์เลส หนึ่งในผู้ว่าการเฟด

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวานนี้ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซน 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับสำคัญที่ 1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการซื้อขายทำกำไรระยะสั้น  หากราคาดีดตัวขึ้นแนะนำเปิดสถานะขายหากไม่ผ่านโซน 1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวโดยอาจใช้บริเวณ 1,467-1,458 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่หากหลุดแนวรับให้ชะลอการซื้อคืนรวมถึงการเข้าซื้อไปยังโซนแนวรับถัดไป

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ISM เผยดัชนีภาคการผลิตสหรัฐต่ำสุดรอบกว่า 10 ปี หดตัวเป็นเดือนที่ 2 ในก.ย.  ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 47.8 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2552 จากระดับ 49.1 ในเดือนส.ค.  ดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ ซึ่งเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 2  ภาคการผลิตของสหรัฐเริ่มเข้าสู่ภาวะหดตัวในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หลังจากที่มีการขยายตัวติดต่อกัน 35 เดือน
  • (+) WTO หั่นคาดการณ์การค้าโลกปีนี้,ปีหน้า จากปัจจัยสงครามการค้า,ศก.โลกซบ  องค์การการค้าโลก (WTO) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของการค้าโลกในปีนี้ สู่ระดับ 1.2% ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว  ก่อนหน้านี้ WTO คาดการณ์ในเดือนเม.ย.ว่า การขยายตัวของการค้าโลกในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 2.6%  นอกจากนี้ WTO ยังคาดการณ์ว่า การขยายตัวของการค้าโลกในปีหน้าจะอยู่ที่ระดับ 2.7% ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3.0% 
  • (+) “ทรัมป์”ตำหนิ”พาวเวล”ปล่อยดอลล์แข็ง เป็นเหตุภาคการผลิตต่ำสุดรอบกว่า 10 ปี  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ โจมตีนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตสหรัฐต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี และหดตัวเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนก.ย.  “ตามที่ผมได้ทำนายไว้ นายเจอโรม พาวเวล และเฟดได้ปล่อยให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินทุกสกุล ทำให้ผู้ผลิตของเราได้รับผลกระทบ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของเฟดอยู่สูงเกินไป พวกเขาเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเขาเอง และพวกเขายังไม่รู้ตัว ช่างน่าสมเพชจริงๆ” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
  • (+) กองทัพเกาหลีใต้เผย เกาหลีเหนือยิงจรวดไม่ทราบชนิดลงสู่ทะเลญี่ปุ่นในช่วงเช้านี้  คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือได้ยิงจรวดไม่ทราบชนิด ลงสู่ทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น ในช่วงเช้าวันนี้  แถลงการณ์ของ JCS ระบุว่า จรวดได้ถูกยิงจากเมืองวอนซาน ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ ในช่วงเช้าวันนี้ พร้อมระบุว่า ทางการเกาหลีใต้อยู่ในสถานะเตรียมความพร้อม และจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 343.79 จุด เหตุวิตกภาคการผลิตสหรัฐหดตัว  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (1 ต.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบธุรกิจของสหรัฐมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยข้อมูลภาคการผลิตที่ซบเซาของสหรัฐได้ฉุดหุ้นบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ร่วงลง ซึ่งรวมถึงหุ้น 3M และหุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,573.04 จุด ร่วงลง 343.79 จุด หรือ -1.28% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,940.25 จุด ลดลง 36.49 จุด หรือ -1.23% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,908.68 จุด ลดลง 90.65 จุด หรือ -1.13%
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุวิตกศก.สหรัฐชะลอตัวหลังภาคการผลิตซบเซา  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.  ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.74 เยน จากระดับ 108.07 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9931 ฟรังก์ จากระดับ 0.9982 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3214 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3236 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0936 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0901 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2300 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2296 ดอลลาร์