ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 2 ก.ย.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love


โดย  : 
บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับขึ้นระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์

คืนนี้ติดตามรายงาน Beige Book การจ้างงานภาคเอกชน ADP

แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,955-1,980 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับขึ้นระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ซึ่งปรับขึ้นปิดตลาดเล็กน้อย โดยช่วงกลางคืนราคาทองคำเกิดแรงเทขายจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังจากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี อย่างไรก็ดี แรงเทขายก็เริ่มชะลอตัว เนื่องจากราคาทองยังคงมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นต่อไปโดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่เฟดประกาศเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะใช้นโยบายการเงินเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทางด้านกองทุน SPDRGold Trust ขายทองคำ 0.87 ตันหลังจากถือครองทองคำเท่าเดิมติดต่อกัน 3 วัน
  • คืนนี้ติดตามรายงาน Beige Bookซึ่งเป็นรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา คาดว่าจะสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังไม่ดีนัก การจ้างงานภาคเอกชน ADP ของสหรัฐเดือนส.ค. ซึ่งตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 1.25ล้านตำแหน่ง หลังจากที่เดือนก.ค.เพิ่มขึ้นต่ำกว่าตลาดคาด โดยเพิ่มขึ้นเพียง 167,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้สหรัฐจะประกาศยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ค.คาดจะเพิ่มขึ้น 6.0% หลังจากที่เดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 6.2%
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,955-1,980ดอลลาร์โดยมีแนวต้าน 1,980 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไป 1,995-2,000 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,955 ดอลลาร์และ1,930 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,969.60+2.21,955/1,9301,980/2,000

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
29,150+30028,700/28,40029,100/29,350

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
29,460+29029,050/28,80029,520/29,720

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,980 ดอลลาร์ (GF 29,520 บาท) และ 2,000ดอลลาร์(GF 29,720 บาท)

การลงทุนในทองแท่งแนะนำขายทำกำไรเมื่อราคาทอง Spotปรับขึ้นเข้าใกล้ 2,000ดอลลาร์การเข้าซื้อแนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,950และ 1,930ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,990.20+23.31,950/1,9301,980/2,000

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาGOU201,980ดอลลาร์และ 2,000ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ:ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลักขานรับภาคการผลิตสหรัฐสดใส

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งในเดือนส.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค.ของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค.ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.21% แตะที่ระดับ 92.3572 เมื่อคืนนี้

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดบวกเพียง 30 เซนต์เหตุดอลล์แข็งกดดันตลาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์อย่างไรก็ดีสัญญาทองคำสามารถปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาทองยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นโดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกหลายปีสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์หรือ 0.02% ปิดที่ 1,978.9  ดอลลาร์/ออนซ์ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.ปีนี้สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 5.1 เซนต์หรือ 0.18% ปิดที่ 28.645 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวก 15 เซนต์ขานรับภาคการผลิตสหรัฐ-จีนแข็งแกร่ง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ย.) ขานรับดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐและจีนที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนส.ค. นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5   สัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 15 เซนต์หรือ 0.4% ปิดที่ 42.76 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์หรือ 0.7% ปิดที่ 45.58 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 215.61 จุดรับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ,ภาคการผลิตสหรัฐแข็งแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (1 ก.ย.) ขณะที่ดัชนีNasdaq และS&P500 ต่างก็ปิดทำนิวไฮโดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนต้องทำงานจากที่บ้านในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นหุ้นZoom Video Communications นอกจากนี้ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,645.66 จุดเพิ่มขึ้น 215.61 จุดหรือ +0.76% ขณะที่ดัชนีNasdaq ปิดที่ 11,939.67 จุดเพิ่มขึ้น 164.21 จุดหรือ +1.39% ส่วนดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,526.65 จุดเพิ่มขึ้น 26.34 จุดหรือ +0.75%

รองประธานเฟดคาดเฟดเตรียมหารือมาตรการชี้นำนโยบายล่วงหน้า,การเปลี่ยนแปลงงบดุล

 นายริชาร์ดแคลริดารองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันนี้ว่าหลังจากที่เฟดได้ประกาศกรอบนโยบายการเงินแบบใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วขณะนี้เฟดก็จะกลับมาหารือกันเกี่ยวกับการดำเนินการขั้นต่อไปในการชี้นำนโยบายล่วงหน้าและการเปลี่ยนแปลงในงบดุล  “ผมคิดว่าเราจะกลับมาหารือกันเกี่ยวกับการชี้นำนโยบายล่วงหน้าและงบดุลแต่ผมไม่ต้องการที่จะตัดสินล่วงหน้าว่าเรื่องดังกล่าวจะได้ข้อยุติอย่างไร” นายแคลริดากล่าวทั้งนี้นายเจอโรมพาวเวลประธานเฟดได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสันโฮลในสัปดาห์ที่แล้วโดยเขาได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญซึ่งเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อโดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกหลายปี

“แอสตร้าเซนเนก้า” เริ่มทดลองวัคซีนโควิดเฟส3ในสหรัฐรู้ผลเดือนต.ค.

บริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ซึ่งเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ของอังกฤษเปิดเผยว่าบริษัทได้เริ่มลงทะเบียนชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่จำนวน30,000คนสำหรับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19เฟส3แล้วแอสตร้าเซนเนก้าระบุว่าผู้เข้าร่วมการทดลองจะได้รับวัคซีนAZD1222ซึ่งเป็นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19จำนวน2โดสในระยะเวลาห่างกัน4สัปดาห์หรือให้วัคซีนหลอกแอสตร้าเซนเนก้าซึ่งพัฒนาวัคซีนร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดระบุว่าอาจได้รับข้อมูลภายในเดือนต.ค.นี้ที่จะสนับสนุนการใช้วัคซีนฉุกเฉินหรือการอนุมัติวัคซีนที่เกี่ยวข้องแอสตร้าเซนเนก้าได้เข้าสู่การทดลองวัคซีนAZD1222ขั้นสุดท้ายแล้วในอังกฤษ, บราซิลและแอฟริกาใต้และมีแผนจะทดลองในญี่ปุ่นและรัสเซียการทดลองดังกล่าวซึ่งรวมถึงการทดลองเฟส3ในสหรัฐนั้นจะมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมทดลองราว50,000คนทั่วโลกสถาบันสุขภาพแห่งชาติระบุในแถลงการณ์ว่าการทดลองในสหรัฐจะประเมินว่าวัคซีนดังกล่าวสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19ได้หรือไม่หรือช่วยลดความรุนแรงของโรคได้หรือไม่ทั้งนี้การทดลองดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้โครงการOperation Warp Speed ของรัฐบาลสหรัฐซึ่งตั้งเป้าที่จะเร่งการพัฒนา, ผลิตและจำหน่ายวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ระบุว่าอาจมีวัคซีนต้านโรคโควิด-19ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่3พ.ย.นี้ซึ่งเร็วกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดไว้

อดีตประธานFDA คาดการอนุมัติวัคซีนต้านโควิดจะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งปธน.

นพ.สก็อตต์ก็อตต์ลิเอ็บอดีตประธานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) กล่าวว่าเขาไม่เชื่อว่าFDA จะให้การอนุมัติวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.   “ผมคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเราจะได้ผลการทดลองวัคซีนในเดือนพ.ย. ส่วนการตัดสินใจเกี่ยวกับการให้การอนุมัติฉุกเฉินสำหรับวัคซีนดังกล่าวจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น” นพ.ก็อตต์ลิเอ็บกล่าวนพ.ก็อตต์ลิเอ็บกล่าวว่าการมีหลักฐานที่เพียงพอในเดือนต.ค.เกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนจะทำให้สหรัฐจำเป็นที่จะต้องเผชิญการแพร่ระบาดมากกว่านี้และวัคซีนต้านโควิด-19 จะต้องมีประสิทธิภาพอย่างมากแต่สิ่งนี้จะทำให้สหรัฐไม่มีเวลาเพียงพอที่จะใช้อำนาจอนุมัติฉุกเฉินภายในเดือนพ.ย.