ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 ส.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นการเก็งกำไรในกรอบ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับบริเวณ 1,980-1,975 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสทดสอบแนวต้านบริเวณ 2,015-2,037 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,975 1,949 1,928 แนวต้าน : 2,015 2,037 2,049

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  18.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยระหว่างวันราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 27 เดือนของดัชนีดอลลาร์  ทั้งนี้  ดัชนีดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากภาวะชะงักงันของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังรอบใหม่ของสหรัฐ  รวมไปถึงความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน  ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์  ออกมาระบุอีกครั้งว่า เขาได้เลื่อนการเจรจาการค้ากับจีน และเสริมว่า เขาไม่ต้องการเจรจากับจีนในขณะนี้  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแนวโน้มระยะกลางของดอลลาร์  นอกจากนี้  นักลงทุนยังระมัดระวังในการถือครองดอลลาร์ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะเปิดเผยรายงานการประชุม (FOMC Meeting Minutes) ประจำวันที่ 28-29 ก.ค.ในเวลาตี 1 ของคืนวันนี้  ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าอาจมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเฟดเตรียมจะใช้ “อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งจะยอมปล่อยให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายปกติที่ 2% ช่วงระยะเวลาหนึ่ง  อีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนทอง คือ  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ร่วงลง 2 bps แตะระดับต่ำสุดบริเวณ 0.659% ในระหว่างวัน  ส่งผลให้ราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 2,015  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนที่จะเกิดแรงขายจนทำให้ราคาทองคำลดช่วงบวกลงเนื่องจากดัชนีดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุด  ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮกระตุ้นแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำเพิ่ม แต่กระนั้นแรงซื้อยังแกร่ง  หนุนทองฟื้นปิดตลาดเหนือ 2,000 ดอลลาร์ได้ในที่สุด  ด้านกองทุน SPDR ถือทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC Meeting Minutes เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองมีแรงซื้อดันขึ้นแรง แต่ก็มีแรงขายกดดันให้ราคาทิ้งตัวลงเช่นกัน ทั้งนี้ ราคาพยายามทรงตัวในระดับสูง เบื้องต้นหากราคายืนเหนือโซน 1,980-1,975 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 2,015-2,037 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

พิจารณาบริเวณ 1,980-1,975 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 2,015-2,037 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับแรกควรตัดขาดทุนบางส่วนเพื่อรอเข้าซื้อใหม่ที่แนวรับถัดไปที่ 1,949 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”เผยเขาเลื่อนการเจรจาการค้ากับจีน, ไม่ต้องการเจรจากับจีนในขณะนี้  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เขาได้เลื่อนการเจรจาการค้ากับจีน และเสริมว่า เขาไม่ต้องการเจรจากับจีนในขณะนี้   เมื่อได้รับคำถามในเมืองยูมา รัฐอาริโซนาว่า เขาจะถอนตัวจากข้อตกลงการค้ากับจีนหรือไม่ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาจะพิจารณาอีกครั้ง ผู้แทนจากสหรัฐและจีนมีกำหนดหารือเรื่องการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ในวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่การเจรจาดังกล่าวถูกยกเลิก
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนจับตารายงานประชุมเฟด  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.63% แตะที่ 92.2782 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.39 เยน จากระดับ 106.03 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9028 ฟรังก์ จากระดับ 0.9063 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3158 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3196 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1936 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1864 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3240 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3101 ดอลลาร์
  • (-) สหรัฐสร้างบ้านพุ่ง 22.6% ในก.ค. ชี้ตลาดบ้านเริ่มฟื้นตัวจากพิษโควิด  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า การเริ่มสร้างบ้าน เพิ่มขึ้น 22.6% สู่ 1.496 ล้านหลังในเดือนก.ค. โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.22 ล้านหลังในเดือนมิ.ย. และเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.24 ล้านหลัง  ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 18.8% แตะ 1.495 ล้านหลัง และเพิ่มขึ้น 9.4% จากเดือนก.ค. 2562
  • (-) “ทรัมป์”ชี้ “Oracle”เป็นบริษัทที่ดี, สามารถเทคโอเวอร์”TikTok”ในสหรัฐ  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า บริษัท Oracle Corp เป็นบริษัทที่ดี และสามารถเทคโอเวอร์แอพพลิเคชั่นสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมของจีน “TikTok” ในสหรัฐ หลังจากที่เขาออกคำสั่งให้ขาย “TikTok”  ในเวลา 90 วัน  ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่บริษัท Oracle Corp เข้าร่วมการเสนอซื้อกิจการของ “TikTok”  ในอเมริกาเหนือ, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เช่นเดียวกับนักลงทุนรายอื่นๆ
  • (-) สหรัฐ-จีนจะอนุญาตให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็น 2 เท่า  เมื่อวานนี้กระทรวงคมนาคมสหรัฐระบุว่า จีนและสหรัฐจะอนุญาตให้สายการบินต่างๆของแต่ละฝ่ายเพิ่มเที่ยวบินปัจจุบันเป็น 2 เท่า เป็น 8 เที่ยวต่อสัปดาห์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ  กระทรวงคมนาคมสหรัฐระบุว่า ทางกระทรวงจะอนุญาตให้สายการบินโดยสารของจีนที่ปัจจุบันบินสู่สหรัฐ 4 เที่ยวเพิ่มเที่ยวบินเป็น 2 เท่า เป็น 8 เที่ยวสำหรับการเดินทางไปกลับต่อสัปดาห์ ขณะที่จีนเห็นชอบที่จะอนุญาตให้สายการบินสหรัฐเพิ่มเที่ยวบินเป็น 2 เท่าสู่จีน  สายการบินสหรัฐสมัครใจระงับเที่ยวบินสู่จีนหลังการระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐสั่งห้ามบุคคลที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐเกือบทั้งหมดเดินทางเข้าสหรัฐจากจีน
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 66.84 จุด แต่ S&P500,Nasdaq ทำนิวไฮรับผลประกอบการ,หุ้นเทคโนฯพุ่ง  ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งความล่าช้าในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดทำนิวไฮ โดยได้ปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ และแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 27,778.07 จุด ลดลง 66.84 จุด หรือ -0.24% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,389.78 จุด เพิ่มขึ้น 7.79 จุด หรือ +0.23% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,210.84 จุด เพิ่มขึ้น 81.11 จุด หรือ +0.73%