ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 มี.ค.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,445 1,416 1,400

แนวต้าน : 1,523 1,554 1,576

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ – จีน เพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้คำเรียกไวรัส COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกขณะนี้ ว่า “ไวรัสจีน” อย่างต่อเนื่อง สร้างความไม่พอใจให้กับจีนจนประกาศจะขับผู้สื่อข่าวอเมริกันจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส วอชิงตันโพสต์ และวอลล์สตรีทเจอร์นัล ซึ่งเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลของสหรัฐ 3 คนออกจากประเทศ ทั้งนี้ จีน ระบุว่า การขับไล่ดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อการตัดสินใจของสหรัฐ ในการตัดลดจำนวนชาวจีนที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานกับสื่อทางการจีนในสหรัฐลง แม้ว่าประเด็นดังกล่าว จะสร้างแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นแตะระดับ 101 จุด จากความผันผวนในตลาดการเงิน ตลาดทุน ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสภาพคล่องที่ตึงตัวจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนแห่ถือครองเงินสด หรือ สกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น จนสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ เบื้องต้นหากราคาขยับขึ้นนักลงทุนที่สะสมสถานะซื้อในทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรออกมาบริเวณ 1,523-1,554 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ เปิดสถานะขายเมื่อราคาทดสอบแนวต้านโซนดังกล่าว สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงอาจใช้แนวรับที่ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปิดจุดสถานะซื้อเพื่อเข้าเก็งกำไรระยะสั้นถ้าราคาสามารถยืนได้มั่นคง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ราคาทองคำพยายามทดสอบโซนแนวต้านบริเวณ 1,504-1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากระหว่างวันราคาทองคำไม่สามารถทะลุแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้ ส่งผลให้มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่หลุดโซนดังกล่าวจะเห็นแรงซื้อเข้ามาทำให้ราคามีการฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำในระยะสั้นสามารถถือสถานะซื้อต่อหากราคาผ่านแนวต้าน 1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอไปปิดสถานะทำกำไรหากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่ผ่านแนวต้านถัดไปบริเวณ 1554-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวต้าน 1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่ผ่านแนวดังกล่าวแนะนำให้ถือสถานะขายต่อเพื่อรอทำกำไร เมื่อราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New แนะนำให้เปิดสถานะขายเมื่อราคาเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านโซน 1,523-1,554 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์) สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมืออาจเสี่ยงซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในบริเวณ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “DBS Group”คาดสิงคโปร์มีแนวโน้มเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย  DBS Group ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของเอเชียระบุว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังผลกระทบของการระบาดของไวรัสโคโรนา นายเออร์วิน เซอาห์ นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว, การบิน, ค้าปลีก และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้า จะได้รับผลกระทบเชิงลบส่วนใหญ่ แต่ภาคการผลิตจะไม่ได้รับการยกเว้นเช่นกัน  เขากล่าวว่า “ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสิงคโปร์ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้และเราได้ทบทวนปรับคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีตลอดทั้งปีของเราสำหรับปี 2020 สู่ -0.5% เพื่อสะท้อนสภาวการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอย”
  • (-) นักลงทุนแห่ถือเงินสดหนุนดอลลาร์ปรับขึ้นต่อเนื่อง  ดอลลาร์เริ่มการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักในวันนี้ ในขณะที่ความผันผวนในตลาดการเงินและความวิตกเกี่ยวกับสภาพคล่องที่ตึงตัวจากการระบาดของไวรัสโคโรนา กระตุ้นให้นักลงทุนแห่ถือครองเงินสด  ปอนด์อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1985 เป็นอย่างน้อย เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ดอลลาร์ออสเตรเลียร่วงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 17 ปี ขณะที่ดอลลาร์นิวซีแลนด์แตะระดับต่ำสุดรอบ 11 ปี ในขณะที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง  ยูโรปรับตัวขึ้นในช่วงสั้นๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์และปอนด์ หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศแผนซื้อสินทรัพย์ 7.50 แสนล้านยูโรเพื่อรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนา แต่แม้แต่ความพยายามนี้ถูกบดบังโดยการแห่ซื้อดอลลาร์  นักลงทุนเทขายสิ่งที่พวกเขาสามารถขายเพื่อถือดอลลาร์ อันเป็นผลจากความไม่แน่นอนในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนที่เกิดจากการระบาด ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้ส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจโลกเป็นอัมพาต  “นี่คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวิกฤติการเงินโลกที่นักลงทุนเทขายแม้แต่สิ่งที่ปกติได้รับการพิจารณาว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย” นักวิเคราะห์กล่าว “เครื่องมือประกันความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการถือครองเงินสด ดังนั้น ดอลลาร์จึงได้รับแรงซื้อ ความไม่แน่นอนของนักลงทุนอยู่ในระดับสูง” ดอลลาร์ปรับขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับปอนด์ สู่ 1.1497 ดอลลาร์ เข้าใกล้ระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 1985 เป็นอย่างน้อย ในขณะที่การแห่เข้าซื้อดอลลาร์ส่งผลกระทบต่อสกุลเงินอื่นๆ  ดอลลาร์ดีดตัวขึ้น 3%สู่ระดับสูงสุดรอบ 11 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์นิวซีแลนด์ และปรับขึ้นกว่า 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลียสู่ระดับสูงสุดรอบ 17 ปี
  • (-) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พลิกร่วงกว่า 400 จุดบ่ายนี้ นักลงทุนเมิน ECB รุกซื้อสินทรัพย์ฉุกเฉินรับมือโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบช่วงบ่ายนี้ โดยล่าสุดดิ่งลงกว่า 400 จุด หลังจากดัชนีดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าขานรับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศโครงการซื้อสินทรัพย์ฉุกเฉินเพื่อรับมือผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  ณ เวลา 13.31 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 402 จุด หรือ 2.02% แตะที่ 19,451 จุด  ทั้งนี้ ECB ประกาศโครงการใหม่ในการซื้อหลักทรัพย์ของภาคเอกชนและภาครัฐวงเงินรวม 7.50 แสนล้านยูโร (8.19 แสนล้านดอลลาร์) เพื่อรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  สำหรับสินทรัพย์ที่ ECB จะซื้อนั้นได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้ภาคเอกชน รวมถึงตราสารเพื่อการพาณิชย์ โดยจะซื้อสินทรัพย์เหล่านี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้
  • (+/-) เกาหลีใต้เตือนภาวะสินเชื่อตึงตัวทั่วโลกขณะดอลล์พุ่งทุบตลาดเกิดใหม่  วันนี้เกาหลีใต้เตือนถึงความเป็นไปได้ของการเกิดภาวะสินเชื่อตึงตัวทั่วโลกในขณะที่เกิดความติดขัดในตลาดการเงิน อันเป็นผลพวงจากการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาที่จุดชนวนการเทขายในวงกว้างในพันธบัตรและการเร่งเข้าสู่การระดมดอลลาร์ในตลาดเกิดใหม่  นายคิม ยง-บอม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ประกาศออกมาตรการเพื่อผ่อนคลายความผันผวนในวงกว้างในตลาด ขณะที่เงินวอนร่วงเพิ่มเติม 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ทศวรรษ  สกุลเงินส่วนใหญ่ในตลาดเกิดใหม่เอเชียร่วงเช่นกัน โดยรูเปียห์ของอินโดนีเซียร่วงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1998   ในการประชุมกำหนดนโยบายฉุกเฉิน นายคิมกล่าวว่า ต้นทุนที่พุ่งขึ้นสำหรับการระดมดอลลาร์และเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นของประเทศเกิดใหม่อาจจะหมายความว่า โลกอาจจะกำลังมุ่งสู่ภาวะสินเชื่อตึงตัวทั่วโลก