พุธ. ธ.ค. 11th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 พ.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น  หากราคาทองคำยืนเหนือแนวรับ 1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หรือ สามารถถือสถานะซื้อต่อเพื่อรอทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (สถานะซื้อตัดขาดทุน 1,456 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

แนวรับ : 1,463 1,456 1,445  แนวต้าน : 1,484 1,492 1,503

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  4.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ราคาทองคำจะอ่อนตัวลงในระหว่างวันจากทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ  แต่ราคาทองคำดีดกลับในทันทีเนื่องจากนักลงทุนเกิดความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐอีกครั้ง  หลังจาก Eunice Yoon ผู้สื่อข่าวของ CNBC ทวีตโดยอ้างอิงแหล่งข่าวในรัฐบาลจีนว่า  “ความรู้สึกของจีนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้ากับสหรัฐนั้นเป็นไปในแง่ลบ”  หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุก่อนหน้านี้ว่า  ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกภาษีนำเข้าที่จัดเก็บต่อสินค้าจีน  ขณะที่จีนมองว่าทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันในเรื่องนี้แล้ว  ส่วนกลยุทธ์ของจีนในขณะนี้คือเจรจาต่อเนื่อง แต่ไม่รีบร้อนเพื่อพิจารณาสถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐซึ่งรวมถึงกระบวนการถอดถอนปธน.(Impeachment)และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า  ซึ่งความวิตกดังกล่าวกลับมากระตุ้นแรงซื้อทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  อย่างไรก็ดี  ดัชนีดาวโจนส์ยังคงปิดตลาดในแดนบวกได้อย่างต่อเนื่อง  โดยได้รับแรงหนุนจากการที่สหรัฐประกาศขยายเวลาอีก 90 วันให้แก่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ในการซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐต่อไป  จึงยังคงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกราคาทองคำ  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -4.98 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้างและตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำพยายามขึ้นไปทดสอบในโซน  1,475 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะแสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้น หากยืนได้แข็งแกร่ง ทำให้ประเมินว่าในระยะสั้น ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปต่อเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,463 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำเปิดสถานะซื้อหรือถือสถานะซื้อต่อไป ทั้งนี้ หากราคาดีดตัวขึ้นและไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,480-1,484 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจปิดสถานะซื้อทำกำไรบางส่วน หรืออาจเสี่ยงเปิดสถานะขายหากราคาไม่สามารถผ่านโซนดังกล่าว

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สื่อเผยบรรยากาศเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนอึมครึม เหตุ”ทรัมป์”เมินยกเลิกขึ้นภาษีจีน  สำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปรับเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้ นางสาวยูนิส หยุ่น ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวของ CNBC ทวีตข้อความระบุว่า “แหล่งข่าวรัฐบาลบอกดิฉันว่า ทางการปักกิ่งไม่เชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้า โดยจีนมีความไม่พอใจต่อการที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าจะไม่มีการยกเลิกการเก็บภาษีต่อสินค้าจีน ซึ่งจีนมองว่าทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันในเรื่องนี้แล้ว ขณะที่กลยุทธ์ในการเจรจาในขณะนี้คือ ทำการเจรจา แต่ให้รอต่อไป เนื่องจากยังมีหลายปัจจัย เช่น การถอดถอนประธานาธิบดี และการเลือกตั้งในสหรัฐ”
  • (+) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลงครั้งแรกรอบ 5 เดือนในพ.ย.  สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 70 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน การชะลอตัวของดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านในภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ แต่ดัชนียังได้ปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ปรับตัวลง และตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง
  • (+)ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก วิตกการค้าสหรัฐ-จีน,ข้อมูลศก.สหรัฐซบเซา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากรายงานที่ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.63 เยน จากระดับ 108.81 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9883 ฟรังก์ จากระดับ 0.9902 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3204 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3228 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1074 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1052 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2955 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2901 ดอลลาร์
  • (-) สหรัฐประกาศขยายเวลาอีก 90 วันให้”หัวเว่ย”ซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐ  ระทรวงพาณิชย์สหรัฐแถลงในวันนี้ว่า ทางกระทรวงได้ขยายเวลาอีก 90 วันให้แก่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ในการซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐต่อไปเพื่อให้บริการต่อลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ สหรัฐขยายเวลาดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ให้แก่หัวเว่ย นับตั้งแต่ที่ทางบริษัทถูกขึ้นบัญชีดำในเดือนพ.ค.อันเนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 31.33 จุด รับข่าวสหรัฐขยายเวลา”หัวเว่ย”ซื้อสินค้าบริษัทสหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ขานรับข่าวสหรัฐประกาศขยายเวลาอีก 90 วันให้แก่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ในการซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่เป็นซัพพลายเอร์ของหัวเว่ย อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นนิวยอร์กเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 28,036.22 จุด เพิ่มขึ้น 31.33 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,122.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.57 จุด หรือ +0.05% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,549.94 จุด เพิ่มขึ้น 9.11 จุด หรือ +0.11%
  • (+/-) “ทรัมป์”เผยการหารือ”พาวเวล”ที่ทำเนียบขาวเป็นไปด้วยดี  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาได้พบกับนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ทำเนียบขาวในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งการสนทนาเป็นไปด้วยดี ทางด้านเฟดออกแถลงการณ์ระบุว่า นายพาวเวลได้เข้าพบปธน.ทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเพื่อหารือเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึง การขยายตัว, แนวโน้มการจ้างงาน และเงินเฟ้อ นอกจากนี้ นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้เข้าร่วมในการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ ความเห็นของนายพาวเวลต่อปธน.ทรัมป์ในวันนี้ มีความสอดคล้องต่อแถลงการณ์ที่นายพาวเวลกล่าวต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์ที่แล้ว