GOLD.in.th
ราคาทองวันนี้ ข่าวสาร วิเคราะห์ ทองคำ

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 พ.ค.64(ภาคเช้า) by YLG

21

- Advertisement -

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ราคายังไม่ผ่านโซน 1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดวานนี้) รอเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,859-1,843 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อไปรอพิจารณาขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,887 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เน้นการลงทุนระยะสั้นและไม่ควรถือสถานะหลายวัน

แนวรับ : 1,895 1,843 1,829  แนวต้าน : 1,887 1,899 1,918

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวขึ้น 2.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเป็นการปิดตลาดในแดนบวกเป็นวันทำการที่ 4 ติดต่อกัน  ทั้งนี้  ราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะยังไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย  ขณะที่ความคืบหน้าของกระจายวัคซีน COVID-19 และผ่อนคลายข้อจำกัดเพื่อควบคุมการระบาดของ COVID-19ในหลายประเทศนอกเหนือสหรัฐหนุนสกุลเงินเสี่ยง  พร้อมบั่นทอนความน่าสนใจของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  ประกอบกับวานนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านดิ่งลง 9.5% ในเดือนเม.ย. สู่ระดับ 1.569 ล้านยูนิต และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.710 ล้านยูนิต นั่นทำให้ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 0.45% สู่ระดับ 89.783 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งจนเป็นสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในระยะนี้  นอกจากนี้ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดร่วงลงอีก267.13 จุด นำโดยแรงเทขายหุ้นกลุ่มสื่อสารโดยเฉพาะหุ้น AT&T รวมถึงการเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านร่วงลงสู่ระดับต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้  สถานการณ์ที่กล่าวมาช่วยหนุนให้ราคาทองคำปิดตลาดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้เป็นวันทำการที่ 2 พร้อมกับขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือนบริเวณ 1,874.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของเมื่อคืนนี้  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยบันทึกรายงานการประชุมเฟด(FOMC Meeting Minutes) ประจำเดือนเม.ย.เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต

- Advertisement -

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำไม่สามารถกลับขึ้นยืนเหนือ โซน 1,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดวานนี้) ทำให้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 1,859-1,843 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซนแนวรับ ต้องจับตาแรงซื้อเก็งกำไรที่อาจเพิ่มสูงขึ้น แต่หากสามารถยืนได้ราคาอาจดีดตัวขึ้นทดสอบโซน แนวต้านที่ 1,887 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาไม่หลุด 1,859-1,843ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา อาจรอเปิดสถานะซื้อในโซนดังกล่าว (ตัดขาดทุนหากหลุดโซน 1,843 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขายทำกำไรหากราคาทองคำไม่สามารถขึ้นยืนเหนือ 1,887 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามการลงทุนควรเป็นในลักษณะเก็งกำไรระยะสั้น ไม่ควรถือสถานะหลายวัน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อนค่า นักลงทุนคาดเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.46% สู่ระดับ 89.7506 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.86 เยน จากระดับ 109.17 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8964 ฟรังก์ จากระดับ 0.9023 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2058 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2062 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2228 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2158 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.4190 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4143 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7801 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7770 ดอลลาร์
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านต่ำกว่าคาดในเดือนเม.ย.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านดิ่งลง 9.5% ในเดือนเม.ย. สู่ระดับ 1.569 ล้านยูนิต และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.710 ล้านยูนิต  ทั้งนี้ ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาไม้ และวัสดุอื่นๆในการสร้างบ้าน  นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับลดตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 1.733 ล้านยูนิต จากเดิมรายงานที่ระดับ 1.739 ล้านยูนิต
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 267.13 จุด ผิดหวังข้อมูลอสังหาฯสหรัฐ-หุ้นสื่อสารร่วงหนัก  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านร่วงลงสู่ระดับต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะหุ้น AT&T ซึ่งเป็นบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,060.66 จุด ลดลง 267.13 จุด หรือ -0.78% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,127.83 จุด ลดลง 35.46 จุด หรือ -0.85% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,303.64 จุด ลดลง 75.41 จุด หรือ -0.56%
  • (+) ผู้นำอังกฤษเดินหน้าผ่อนคลายแผนคุมโควิดระบาด ไม่หวั่นไวรัสกลายพันธุ์จากอินเดีย  นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ กล่าวในวันอังคารว่า ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ชัดเจนว่าไวรัสกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดีย จะมีผลต่อการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศได้  ผู้นำอังกฤษ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ศูนย์แจกจ่ายวัคซีนขนาดใหญ่ในอังกฤษ ย้ำว่าทางสาธารณสุขอังกฤษจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดีย ว่าเป็นไวรัสที่แพร่เชื้อได้รวดเร็วขึ้นหรือไม่และในระดับรุนแรงแค่ไหน แต่ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า ไวรัสกลายพันธุ์จากอินเดียนี้จะมีผลกระทบต่อแผนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดในอังกฤษ  เมื่อวันจันทร์ อังกฤษ เข้าสู่ขั้น 3 จาก 4 ขั้นตอนของแผนการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด ซึ่งระยะนี้สามารถกลับมาเปิดผับ บาร์ ร้านอาหารให้ลูกค้าทานในร้านได้ และเตรียมขยับเข้าสู่ขั้น 4 ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะปลดล็อคทุกมาตรการออกไปทั้งหมด
  • (-) ‘วัคซีน-เงินช่วยเหลือ’ ช่วยคนอเมริกันช้อปตามร้านค้าเพิ่มขึ้นเดือนเมษายน  ห้างค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ รวมทั้ง Walmart, Macy’s และ Home Depot รายงานตัวเลขลูกค้าจับจ่ายซื้อสินค้าภายในร้านเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจต่าง ๆ จากการระบาดของโควิด-19  บริษัท Placer.ai ซึ่งรวบรวมข้อมูลการจับจ่ายซื้อสินค้าภายในร้านค้าปลีกต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ระบุว่า ห้าง Walmart และ Home Depot มีลูกค้าเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน 21.7% และ 23.6% ตามลำดับ และคาดว่าตัวเลขยอดขายรายไตรมาสของร้านค้าเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักลงทุนในสหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ด้วยเช่นกัน  เจฟฟ์ แกเนตต์ ซีอีโอของห้าง Macy’s กล่าวว่า โครงการฉีดวัคซีนที่สัมฤทธิ์ผลทำให้ผู้คนกล้าออกมาเดินซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อธุรกิจต่าง ๆ และเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่ ดั๊ก แม็คมิลลอน ซีอีโอของ Walmart เชื่อว่า ผู้คนต่างเบื่อกับการอยู่กับบ้านและต้องการออกมาช้อปปิ้งข้างนอกมากกว่าการช้อปปิ้งในโลกออนไลน์เหมือนที่ผ่านมา  ทางด้านนักวิเคราะห์ด้านการค้าปลีก เคน เพอร์กินส์ เชื่อว่า ลูกค้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเงินช่วยเหลือโดยตรงของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น รวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดซึ่งจะทำให้ยอดขายของร้านค้าปลีกต่าง ๆ ในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นมากในปีนี้
  • (-) ซีดีซี ชี้ อเมริกาใกล้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ระบาดแล้ว  ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ หรือ CDC เผยสหรัฐฯ อยู่บนเส้นทางที่ใกล้ผ่านพ้นวิกฤตการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส โควิด-19 แล้ว หลังจากยอดติดเชื้อรายสัปดาห์ทำสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่โควิดระบาดในสหรัฐฯเมื่อปีก่อน  แพทย์หญิง โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC เปิดเผยในวันอังคารว่า สหรัฐฯ อยู่ในสถานการณ์ที่มีความหวังว่าใกล้ผ่านพ้นวิกฤต แต่ยังต้องไม่ประมาทอยู่ จากที่ที่ปรึกษาระดับสูงประจำทำเนียบขาว แอนดี สลาวิตต์ ให้ข้อมูลในวันอังคารว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 50 รัฐในอเมริกา ปรับตัวลดลงทั้งหมดเป็นครั้งแรก เมื่อสัปดาห์ก่อน 

- Advertisement -

Comments
Loading...