ข้ามไปยังทูลบาร์
พฤศจิกายน 27, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 พ.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเข้าเสี่ยงซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น  หากราคาทองคำยืนเหนือแนวรับ 1,730-1,726 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หรือ สามารถถือสถานะซื้อต่อเพื่อรอทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (สถานะซื้อตัดขาดทุนที่ 1,726 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

แนวรับ : 1,726 1,709 1,690 แนวต้าน : 1,747 1,765 1,779

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 11.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ว่าในระหว่างวันราคาทองคำจะทะยานขึ้นไปทำระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี 7 เดือนบริเวณ 1,765.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ราคาไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้พร้อมกับดิ่งลงอย่างหนัก  โดยได้รับแรงกดดันจากการทะยานขึ้นกว่า 900 จุดของดัชนีดาวโจนส์จากข่าวความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19  หลัง Moderna Inc แถลงผลการทดลองทางคลินิกพบว่าอาสาสมัครที่ฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 ที่มีชื่อว่า mRNA-1273 สามารถผลิตแอนติบอดีซึ่งสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ และ Moderna จะเริ่มการทดลองในขั้นต่อไปในเดือนก.ค.นี้  นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านจาก NAHB ที่ฟื้นตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 37 ในเดือนพ.ค.อีกด้วย  สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,726.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายตลาดหลังสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้างและข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ  รวมถึงจับตานายเจอโรม พาวเวลล์  ประธานเฟด  พร้อมกับนายสตีเวน มนูชิน  รัฐมนตรีคลังสหรัฐ  มีกำหนดจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ด้านการธนาคาร การเคหะ และชุมชนเมือง แห่งสหรัฐอเมริกา(The U.S. Senate Committee on Banking, Housing, and Urban Affairs) ในวันอังคารที่ 19 พ.ค. ในเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย 

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงขายอ่อนตัวลงหลังจากที่ดีดตัวขึ้นมา เบื้องต้นมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงขายกดดันมาเข้าใกล้ 1,730-1,726 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือบริเวณแนวรับดังกล่าวได้หลายชั่วโมง มีแนวโน้มขึ้นทดสอบโซนแนวต้านอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,730-1,726 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำเสี่ยงเปิดสถานะซื้อ โดยตัดขาดทุน 1,726 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อรอเข้าซื้อใหม่ในโซน 1,709 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ทั้งนี้ หากราคาดีดตัวขึ้นไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจปิดสถานะซื้อทำกำไรบางส่วน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO ชี้ประเทศต่างๆยังต้องเดินทางอีกไกลในการต่อสู้โควิด-19  นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า ประเทศต่างๆยังคงมีระยะทางอีกยาวไกลในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  “ความเสี่ยงยังคงมีสูง และเรายังคงต้องเดินทางอีกไกล” นายแพทย์ทีโดรสกล่าว
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.รุกซื้อสินทรัพย์เสี่ยงหลังคลายล็อกดาวน์  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และแห่เข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงสกุลเงินยูโรและเงินปอนด์ หลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดเศรษฐกิจ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.74% สู่ระดับ 99.66 เมื่อคืนนี้  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0913 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0813 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2194 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2118 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6515 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6417 ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3961 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4108 ดอลลาร์แคนาดา แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.40 เยน จากระดับ 107.30 เยน
  • (+) ปธ.เฟดให้คำมั่นใช้เครื่องมือทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับช่วงขาลงที่ไม่เคยมีมาก่อน  นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ย้ำพันธสัญญาของเฟดต่อโครงการต่างๆที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตลาดทำหน้าที่ต่อไปได้และเพื่อจัดสรรเงินแก่บุคคลที่ต้องการในช่วงวิกฤติโควิด-19  ในความเห็นที่เตรียมไว้ซึ่งนายพาวเวลล์จะกล่าวต่อคณะกรรมการกำกับธนาคารของวุฒิสภา เขาสรุปโครงการมากมายที่เฟดพัฒนาขึ้นในช่วงที่เกิดโรคระบาด “การตอบสนองของธนาคารกลางสหรัฐต่อช่วงเวลาที่ไม่ปกตินี้ได้รับการชี้นำโดยอาณัติของเราเพื่อส่งเสริมการจ้างงานสูงสุดและสร้างเสถียรภาพของราคาสำหรับชาวอเมริกัน พร้อมด้วยหน้าที่ของเราในการส่งเสริมเสถียรภาพของระบบการเงิน เรายืนยันพันธสัญญาในการใช้เครื่องมืออย่างเต็มรูปแบบเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจภายใต้ช่วงเวลาอันท้าทายนี้ แม้แต่ในขณะที่เรายอมรับว่าการดำเนินการเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรับมือของภาคสาธารณะในวงกว้าง”
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 911.95 จุด ขานรับข่าวคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 900 จุด เมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยบวกจากข่าวความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ประเทศต่างๆเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยข่าวดังกล่าวได้ช่วยพยุงหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มเรือสำราญดีดตัวขึ้นด้วย  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,597.37 จุด พุ่งขึ้น 911.95 จุด หรือ +3.85% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,953.91 จุด เพิ่มขึ้น 90.21 จุด หรือ +3.15% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,234.83 จุด เพิ่มขึ้น 220.27 จุด หรือ +2.44%
  • (-) บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัว ขานรับคืบหน้าผลิตวัคซีนต้านโควิด-19  อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19  ณ เวลา 22.54 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 0.703% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.417%
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านฟื้นตัว หลังทรุดหนักในเดือนเม.ย.  สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านบวก 7 จุด สู่ระดับ 37 ในเดือนพ.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากความสนใจมากขึ้นจากผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองอยู่ในระดับต่ำ