ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 19, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,468 1,461 1,453

แนวต้าน : 1,487 1,495 1,504

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ปอนด์อังกฤษยังคงตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความกังวลระลอกใหม่จากวิตกเบร็กซิทอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แสดงท่าทีแข็งกร้าว ว่าจะห้ามการขยายช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษตามกระบวนการเบร็กซิทโดยจะให้เป็นไปตามกำหนดในช่วงปลายปี 2020 เป็นเส้นตายที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐระบุว่า สหรัฐอาจขึ้นภาษีสินค้ายุโรป เพื่อพยายามลดการขาดดุลทางการค้าเรื้อรังกับภูมิภาคดังกล่าว จนสร้างแรงกดดันต่อเงินยูโร การร่วงลงของปอนด์และยูโร หนุนดอลลาร์ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน จนกดดันราคาทองคำ ทั้งนี้ แนะนำติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เพื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสกุลเงินปอนด์เพิ่มเติม ทั้งนี้ การประชุมครั้งที่ผ่านมา BoE คงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ 2 คนลงมติลดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่คาดหมาย เพื่อยับยั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ รวมถึง นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการ BoE ระบุว่า พวกเขาจะพิจารณาการลดดอกเบี้ยหากอุปสรรคทั่วโลก และ เบร็กซิทไม่ผ่อนคลาย ดังนั้นระหว่างวันราคาจึงเคลื่อนไหวค่อนข้างจำกัด สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เก็งกำไรจากการแกว่งตัว โดยรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,468-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,482-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดทำกำไรและตัดขาดทุนให้ชัดเจน

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ระหว่างวันราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ ซึ่งราคาทองคำไม่สามารถทะลุผ่านโซน 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณโซน 1,468 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถทะลุผ่านกรอบบนไปได้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,482-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ติดตามราคาทองคำบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านได้ให้ขายทำกำไร แต่หากรับความเสี่ยงได้ให้รอดูว่ายืนได้หรือไม่ หากสามารถยืนได้ให้ปิดสถานะในบริเวณ 1,482-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,468 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวดังกล่าวแนะนำให้ปิดสถานะ แต่หากราคาหลุดแนวดังกล่าวให้ชะลอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไป 1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New ให้จับตาบริเวณแนวรับ 1,468-1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนสามารถเปิดสถานะซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,482-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออาจลดสถานะลง

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (-) จีนระบุ ติดต่อกับสหรัฐอย่างใกล้ชิดเรื่องลงนามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า จีนและสหรัฐติดต่อกันอย่างใกล้ชิดเรื่องการลงนามข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ของพวกเขา ซึ่งจะเห็นการลดภาษีสหรัฐต่อสินค้าจีนและการซื้อสินค้าเกษตร, พลังงานและสินค้าการผลิตของสหรัฐเพิ่มขึ้น ข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ได้รับการประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเจรจาการค้ามานานกว่า 2 ปี แม้ไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยรายละเอียดแบบเจาะจงของข้อตกลงดังกล่าว  เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า จีนตกลงเพิ่มการซื้อผลิตภัณฑ์และบริการสหรัฐอย่างน้อย 2 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 2 ปีข้างหน้า
  • (-) จีนประกาศรายการสินค้าสหรัฐเพิ่มเติมที่จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า สำนักข่าวซินหัวรายงานในวันนี้ว่า จีนได้เปิดเผยรายการสินค้าของสหรัฐเพิ่มเติมที่จะได้รับการยกเว้นจากการเก็บภาษีนำเข้ารอบแรก คณะกรรมการภาษีศุลกากรของสภาแห่งรัฐจีนระบุในแถลงการณ์ว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่จีนจะยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มเติมจากการตอบโต้ด้านภาษีรอบแรกต่อมาตรา 301 ของสหรัฐ รายการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มเติมนั้น จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2562 จนถึงวันที่ 25 ธ.ค. 2563 และจะไม่มีการคืนภาษีสำหรับสินค้าสหรัฐที่ถูกจีนเก็บภาษีนำเข้าไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนรายการสินค้าที่เหลือของสหรัฐที่ถูกจีนเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในรอบแรกนั้น จะไม่ได้รับการยกเว้นไปอีกระยะหนึ่ง สำหรับขั้นต่อไปนั้น คณะกรรมการภาษีจะยังคงดำเนินการตามกระบวนการยกเว้นภาษี และจะเปิดเผยรายการสินค้าสหรัฐที่จะได้รับการยกเว้นสำหรับการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นรอบสองในเวลาที่เหมาะสม
  • (-) จีนชี้การผ่อนปรนการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเป็นแผนที่ดีที่สุด จีนระบุว่าข้อเสนอในการผ่อนปรนการคว่ำบาตรแก่เกาหลีเหนือของตนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการลดความตึงเครียด โดยเรียกร้องการประนีประนอมในการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือประเด็นโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธในวันนี้ ข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อเสนอร่วมกับรัสเซียในวันจันทร์ เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกและแรงงานต่างชาติบางส่วนเพื่อ “ฝ่าภาวะติดขัด” ในการเจรจาที่หยุดนิ่งระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐ
  • (+/-) ดอลลาร์แทบไม่ใส่ใจต่อการถอดถอน “ทรัมป์” ดอลลาร์สหรัฐไม่ใส่ใจต่อการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐในวันนี้ แต่ความกังวลเรื่องสงครามภาษีที่นำโดยสหรัฐยังไม่หายไป ขณะที่ เทรดเดอร์รอคอยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลง นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐระบุเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐอาจขึ้นภาษีสินค้ายุโรป ในขณะที่พยายามลดการขาดดุลทางการค้าเรื้อรังกับภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งจุดชนวนความกังวลอีกครั้งเกี่ยวกับแนวโน้มของค่าเงินยูโร ซึ่งขับเคลื่อนโดยการส่งออก ยูโรสุดท้ายเคลื่อนตัวที่ประมาณระดับต่ำสุดของวันพุธที่ 1.1109 ดอลลาร์ ซึ่งไม่ใส่ใจต่อผลสำรวจความเชื่อมั่นธุรกิจเยอรมันที่ดีเหนือความคาดหมาย ราคาสุดท้ายอยู่ที่ 1.1126 ดอลลาร์  ตลาดต่างๆจับตาการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยจากธนาคารกลางอังกฤษในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงนโยบาย ณ การประชุมก่อนหน้า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ 2 จาก 9 คนลงมติลดอัตราดอกเบี้ย
  • (+/-) จับตาวุฒิสภาสหรัฐโหวตถอดถอน”ทรัมป์”เดือนหน้า หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการโหวตในสภาผู้แทนฯ วุฒิสภาสหรัฐเตรียมลงมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนม.ค.ปีหน้า หลังจากสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติถอดถอนปธน.ทรัมป์ใน 2 ข้อหาเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งได้แก่ ข้อหาการใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางกระบวนการสอบสวนของสภาคองเกรส ส่งผลให้ทรัมป์กลายเป็นปธน.คนที่ 3 ของสหรัฐที่ถูกพิจารณาถอดถอนในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร ถัดจาก แอนดรูว์ จอห์นสัน และ บิล คลินตัน ตามกฎหมายรัฐธรรมของสหรัฐนั้น สภาผู้แทนฯสหรัฐสามารถใช้เสียงข้างมากในการผ่านมติการถอดถอน แต่ในขั้นตอนของวุฒิสภาจะต้องใช้คะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีวุฒิสภาชิกลงมติสนับสนุนการถอดถอนจำนวน 67 คน จากทั้งหมด 100 คน จึงจะสามารถถอดถอนปธน.ทรัมป์ออกจากตำแหน่งได้ อย่างไรก็ดี เนื่องจากพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ แตกต่างจากสภาผู้แทนฯที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก จึงมีความเป็นไปได้ว่า ปธน.ทรัมป์อาจจะรอดพ้นจากการถูกถอดถอนในขั้นตอนของวุฒิสภา