พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 ก.ย.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,479 1,468 1,457

แนวต้าน : 1,500 1,512 1,524

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน กำลังถูกจับตา โดยเจ้าหน้าที่เจรจาการค้าระดับผู้ช่วยของทั้งสหรัฐและจีนมีกำหนดจะเริ่มการเจรจาแบบพบกันอีกครั้งที่กรุงวอชิงตันในวันพฤหัสบดีนี้ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือน ในขณะที่ทั้งสองประเทศพยายามผสานความคิดเห็นด้านนโยบายที่ไม่ลงรอยกันอย่างหนักและหาวิธียุติสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ทั้งนี้ การเจรจาจะดำเนินต่อไปจนถึงวันศุกร์นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวางกรอบงานสำหรับการเจรจาระดับสูงในช่วงต้นเดือนต.ค. ซึ่งจะตัดสินว่าทั้งสองประเทศจะมุ่งสู่การแก้ปัญหา  หรือ  มุ่งสู่การเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นต่อสินค้าของอีกฝ่าย ซึ่งหากมีความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาการค้าที่ชัดเจนมากขึ้น อาจจะส่งผลลบต่อราคาทองคำ เบื้องต้นหากระยะสั้น ราคาทองคำขยับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้จะเกิดการย่อตัวเพื่อลงมาสร้างฐานของราคาอีกครั้ง แนะนำให้แบ่งทองคำออกขายบางส่วน เพื่อรอเสี่ยงซื้อเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาพยายามปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ ประเมินว่าราคาทองคำจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยปิดสถานะทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แล้วรอจังหวะเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สามารถรอปิดสถานะทำกำไรหากราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New เปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรหากราคาอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาปรับตัวลงแรงและหลุดแนวรับที่ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำถือสถานะขายต่อ ขณะที่การเข้าซื้อต้องชะลอออกไปก่อนหากหลุดแนวรับดังกล่าว

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผู้นำสหรัฐ-อังกฤษหารือความจำเป็นตอบโต้ทางการทูตร่วมกันต่อเหตุโจมตีซาอุฯ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประณามเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดิอาระเบียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และหารือถึงความจำเป็นสำหรับการตอบโต้ทางการทูตร่วมกันในการหารือทางโทรศัพท์เมื่อวานนี้ แถลงการณ์ระบุว่า “พวกเขาประณามเหตุโจมตี และหารือความจำเป็นสำหรับการตอบโต้ทางการทูตร่วมกันจากพันธมิตรต่างๆ พวกเขายังได้หารือเกี่ยวกับอิหร่าน และเห็นพ้องว่า อิหร่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า ผู้นำทั้งสอง “ยืนยันคุณค่าของความสัมพันธ์พิเศษในการจัดการกับความกังวลด้านความมั่นคงร่วมกัน โดยเฉพาะพฤติกรรมบั่นทอนเสถียรภาพของอิหร่าน”
  • (+) ซาอุฯชี้เศษชิ้นส่วนโดรนและขีปนาวุธเป็นหลักฐานชี้ว่าอิหร่านเกี่ยวข้องในเหตุโจมตี”Aramco” ผู้แทนกระทรวงกลาโหมซาอุดิอาระเบียระบุเมื่อวานนี้ว่า เศษชิ้นส่วนโดรนและขีปนาวุธที่กู้มาโดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่จุดเกิดเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท Saudi Aramco เป็นหลักฐานความผิดของอิหร่าน แต่เขาไม่ได้ระบุว่า อิหร่านเป็นผู้ออกปฏิบัติการโจมตี พันเอกเทอร์คี อัล-มาลิกิระบุระหว่างการแถลงข่าวในกรุงริยาดห์ว่า โดรนและขีปนาวุธ 25 ลำถูกใช้ในเหตุโจมตีช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ซาอุดิอาระเบียต้องระงับการผลิตน้ำมันครึ่งหนึ่งของประเทศ การแถลงดังกล่าวพุ่งความสนใจไปยังเศษชิ้นส่วนขีปนาวุธที่วางบนโต๊ะและภาพระยะใกล้และภาพถ่ายทางอากาศของโรงงานที่เสียหายของ Aramco
  • (-) อียูเตือนอังกฤษอาจเผชิญเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงขณะเหลือเวลาน้อย  เมื่อวานนี้สหภาพยุโรป (EU) เตือนว่า อังกฤษกำลังมุ่งสู่เบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงซึ่งจะสร้างความเสียหาย โดยความคิดของอังกฤษในการแก้ปัญหาประเด็นขัดแย้งเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์ อาจจะยังไม่สามารถปลดล็อคข้อตกลง ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 6 สัปดาห์ก่อนอังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป ในการกล่าวต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติสหภาพยุโรปในเมืองสตราสบูร์ก นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษกล่าวกับเขาในวันจันทร์ว่า อังกฤษยังต้องการข้อตกลง แต่จะแยกตัวโดยมีหรือไม่มีข้อตกลงในวันที่ 31 ต.ค.  นายยุงเกอร์ระบุว่า “มีเวลาเหลือน้อยมาก…ความเสี่ยงของการไร้ข้อตกลงเป็นสิ่งที่เป็นจริงอย่างยิ่ง”
  • (-) “เจพีมอร์แกน”คาดอังกฤษไม่น่าจะได้ข้อตกลงเบร็กซิทที่ซัมมิตเดือนต.ค. เจพีมอร์แกน ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจของสหรัฐระบุเมื่อวานนี้ว่า มีทัศนะเชิงลบเกี่ยวกับแนวโน้มของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษในการบรรลุข้อตกลงเบร็กซิทที่การประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปวันที่ 17-18 ต.ค. “การพิจารณาสถานการณ์ของเราอยู่ในเชิงลบมากกว่าเชิงบวกอย่างมากในเรื่องเกี่ยวกับแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงแยกตัวฉบับปรับปรุงในการประชุมสุดยอดเดือนต.ค.” เจพีมอร์แกน ระบุว่า “การดำเนินการเจรจาของอังกฤษดูเหมือนจะเป็นการเสนอรายละเอียดของข้อเสนอของอังกฤษในช่วงปลายของกระบวนการและใช้คำขู่เรื่องเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงในการกดดันให้ EU ยอมรับข้อตกลง ความน่าเชื่อถือที่น้อยมากของคำขู่ดังกล่าวเป็นเหตุผลว่าทำไมการดำเนินการลักษณะดังกล่าวจะไม่สำเร็จ” นายกฯจอห์นสันระบุว่า เขาสามารถทำข้อตกลงที่การประชุม แม้เขาเตือนว่า หากเขาทำไม่ได้ อังกฤษจะแยกตัวในวันที่ 31 ต.ค.โดยปราศจากข้อตกลง
  • (+/-) จนท.สหรัฐ-จีนเตรียมเริ่มเจรจาการค้าในวันนี้ท่ามกลางความเห็นที่ต่างกันอย่างหนัก เจ้าหน้าที่เจรจาการค้าระดับผู้ช่วยของสหรัฐและจีนมีกำหนดเริ่มการเจรจาแบบพบกันอีกครั้งในวันนี้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือน ในขณะที่ทั้งสองประเทศพยายามผสานความคิดเห็นด้านนโยบายที่ไม่ลงรอยกันอย่างหนักและหาวิธียุติสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ การเจรจาในวันนี้และวันพรุ่งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางกรอบงานสำหรับการเจรจาระดับสูงในช่วงต้นเดือนต.ค. ซึ่งจะตัดสินว่าทั้งสองประเทศทำงานมุ่งสู่การแก้ปัญหาหรือมุ่งสู่การเก็บภาษีใหม่เพิ่มขึ้นต่อสินค้าของอีกฝ่าย คณะผู้แทนจีนประมาณ 30 คน ซึ่งนำโดยนายเหลียว หมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจีน มีกำหนดเปิดการเจรจาในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐที่สำนักงานผู้แทนการค้า (USTR) ใกล้ทำเนียบขาว คาดว่าฝ่ายสหรัฐจะนำโดยนายเจฟฟรีย์ เจอร์ริช ผู้ช่วยผู้แทนการค้า