พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 ก.ย.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

พิจารณาโซน 1,495-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

แนวรับ : 1,479 1,468 1,457  แนวต้าน : 1,500 1,512 1,524

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง  -7.30  ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% ในการประชุมที่เสร็จสิ้นลงในช่วงกลางดึกของเมื่อคืนนี้  สิ่งที่น่าสนใจ  คือ  มีเจ้าหน้าที่เฟดถึง 3 คนคัดค้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ซึ่งบ่งชี้ถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากในหมู่กรรมการเฟด  ที่สำคัญ  คือ Dot Plot ฉบับใหม่  บ่งชี้ว่า  เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันในช่วงที่เหลือของปี 2019 และต่อเนื่องไปจนตลอดปี 2020 ส่วนนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด  ระบุใน press conference ว่า  การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปเพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  และเพื่อเป็นการประกันต่อความเสี่ยง(insurance rate cut) และเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหากความจำเป็น แต่เขายังไม่เห็นว่าสิ่งนี้มีความจำเป็นในขณะนี้  จึงถือว่าผลการประชุมครั้งนี้เป็นไปในเชิงผ่อนคลาย(Dovish) น้อยกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้  ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจนกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,483.06  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ด้านกองทุน SPDR เพิ่มการถือครองทองคำ +3.23 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารญี่ปุ่น(บีโอเจ)และผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)  พร้อมกับติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสัปดาห์, ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ จาก CB

จจัยทางเทคนิค :

ราคาทองคำเกิดแรงขายทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา หากราคาพยายามทรงตัวได้จะเกิดการสร้างฐานโดยประเมินแนวรับบริเวณ1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดราคาจะดีดตัวขึ้นในระยะสั้น เบื้องต้นมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,495-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถผ่านไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงซื้อดันมาเข้าใกล้โซนแนวรับอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเปิดสถานะขายระยะสั้นในบริเวณ 1,495-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (ตัดขาดทุนหากผ่าน 1,512 ดอลลาร์ต่อออนซ์) แต่หากราคาอ่อนตัวลงไปก่อนและหากรับความเสี่ยงได้สูงอาจพิจารณาบริเวณ 1,484-1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นจุดเปิดสถานะซื้อ (ตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “ทรัมป์”ตำหนิ”พาวเวล”ไร้วิสัยทัศน์ หลังการปรับลดดอกเบี้ยวันนี้  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ตำหนินายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าเป็นผู้ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันนี้  เจอโรม พาวเวล และเฟดล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีกึ๋น ไม่มีสามัญสำนึก ไม่มีวิสัยทัศน์ และเป็นผู้สื่อสารที่แย่มาก” ข้อความในทวีตเตอร์ระบุ
  • (+) “ทรัมป์”สั่งก.คลังสหรัฐเพิ่มการคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้การโจมตีซาอุฯ  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความในวันนี้ ระบุว่า เขาได้สั่งการให้กระทรวงการคลังสหรัฐเพิ่มการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน  “ผมเพิ่งสั่งการให้กระทรวงการคลังเพิ่มการคว่ำบาตรให้มากขึ้นต่ออิหร่าน” ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดแถลงมติการประชุม  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ตามคาด แต่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.35 เยน จากระดับ 108.20 เยน นอกจากนี้ ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1031 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1066 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2463 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2502 ดอลลาร์
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 36.28 จุด หลังเฟดลดดอกเบี้ยตามคาด  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ก.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,147.08 จุด เพิ่มขึ้น 36.28 จุด หรือ +0.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,006.73 จุด เพิ่มขึ้น 1.03 จุด หรือ +0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,177.39 จุด ลดลง 8.62 จุด, -0.11%
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งสูงสุดรอบกว่า 12 ปีในเดือนส.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 12.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.364 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2550 จากระดับ 1.215 ล้านยูนิตในเดือนก.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.250 ล้านยูนิตในเดือนส.ค.  เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 6.6% ในเดือนส.ค.  นอกจากนี้ การอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 7.7% สู่ระดับ 1.419 ล้านยูนิตซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2550
  • (+/-) “พาวเวล”เผยเฟดดำเนินนโยบายพอเหมาะเพื่อหนุนเศรษฐกิจ เมิน”ทรัมป์”เหน็บขาดวิสัยทัศน์  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังจากที่ประชุมเฟดมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลง 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% เมื่อวานนี้ว่า การดำเนินนโยบายการเงินอย่างพอเหมาะเช่นนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวอย่างแกร่งท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบัน และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะสามารถรับมือกับความเสี่ยงต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้  นายพาวเวลกล่าวว่า นโยบายการค้าและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงนั้น ได้สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมกับกล่าวว่า เฟดจะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง หากมีความจำเป็น อย่างไรก็ดี เขายังไม่เห็นว่าสิ่งนี้มีความจำเป็นในขณะนี้
  • (+/-) เฟดเสียงแตก 7-3 ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 7-3 เสียงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้  อย่างไรก็ดี เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป \