ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 19 ก.พ.63(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,593 1,582 1,557

แนวต้าน : 1,611 1,623 1,635

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงานซึ่งจะเปิดเผยในคืนนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 0.1% ในเดือนม.ค. หลังจากดัชนี PPI ของสหรัฐปรับขึ้นปรับขึ้นเพียง 0.1%ในเดือนธ.ค.และในรอบ 12 เดือนถึงเดือนธ.ค. ดัชนี PPI ปรับขึ้น 1.3% หากเป็นไปตามคาดการณ์ ตัวเลขดังกล่าวจะบ่งชี้ว่าทิศทางอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำและอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย นอกจากนี้ แนะนำติดตาม รายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) หลังจากเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม โดยแนะนำติดตามว่ารายงานการประชุม จะสอดคล้องกับที่เคยระบุไว้ในช่วงก่อนหน้านี้หรือไม่ สำหรับการเข้าซื้อประเมินแนวรับไว้ในโซน 1,593 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักลงทุนควรเน้นลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคา และตัดขาดทุนหากราคาหลุดโซน 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อลดความเสี่ยง เมื่อราคาขยับขึ้นแนะนำจับตาแนวต้านโซน 1,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่ผ่านอาจทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมากดดันราคาอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: แนวรับแรกโซน 1,599-1,593 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังรับเอาไว้ได้ มองว่าราคาทองคำพยายามทรงตัวและกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากไม่ถูกแรงขายออกมาก่อน อาจมีโอกาสขึ้นชนบริเวณแนวต้านอีกครั้ง แต่ถ้าหากยืนเหนือแนวรับแรกไม่ได้ ประเมินว่าอาจย่อลงมาถึงโซน 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position  หากราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้าน 1,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ แนะนำให้ขายทำกำไรออกมา และรอซื้อเก็งกำไรครั้งต่อไป เมื่อราคามีการย่อตัวลงมายืนเหนือแนวรับ 1,593-1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position  ถ้าราคาขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแรง ให้ปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากยังไม่ผ่านแนวต้านแรก แนะนำให้รอทำกำไรบริเวณ 1,593-1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New  หากราคาปรับตัวลงมา อาจเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นที่แนวรับโซน 1,599-1,593 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นจุดเข้าซื้อเพื่อรอจังหวะดีดตัว ที่สำคัญถ้าหลุด 1,582 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต้องลดสถานะซื้ฮเพื่อลดความเสี่ยง และเมื่อราคาปรับตัวขึ้นหากไม่ผ่านโซน 1,611 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจทยอยปิดสถานะซื้อเพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ผู้จัดการกองทุนปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนจากวิตกไวรัสโคโรนา ความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้จัดการกองทุนต่างๆปรับลดคาดการณ์จีดีพีจีนสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี ผลสำรวจ Bank of America Global Research Fund Manager สำหรับเดือนก.พ.ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนขณะนี้คาดว่าเศรษฐกิจจีนมูลค่า 12.2 ล้านล้านดอลลาร์จะขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 5.2% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ในขณะที่ระดับดังกล่าวถือเป็นระดับที่สูงสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศ แต่นั่นต่ำกว่าการปรับขึ้นรายไตรมาสโดยเฉลี่ยของจีนในช่วง 3 ปีก่อนหน้าอย่างมากที่ 6.6% และต่ำกว่าการปรับขึ้น 10.6% ในช่วง 10 ปีก่อน นั่นเป็นคาดการณ์ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2015 เช่นกัน
  • (+) UN ชี้ไวรัสโคโรนาระบาดเป็นสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง นายแอนโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุเมื่อวานนี้ว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาเป็น “สถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง” โดยเสริมว่า ประชาคมโลกจำเป็นต้องเตรียมพร้อมต่อการยกระดับ หากการติดเชื้อแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆที่มี “ประสิทธิภาพน้อยในด้านบริการทางสุขภาพ” เขาระบุว่า “มีความเสี่ยงสูงมาก และเราจำเป็นต้องเตรียมการทั่วโลกสำหรับสิ่งนั้น” อย่างไรก็ตาม ไวรัสดังกล่าว “ไม่ได้อยู่เหนือการควบคุม”
  • (+) หุ้นจีนปิดลบแม้จำนวนผู้ติดไวรัสรายใหม่ลดลง หุ้นจีนปรับลงในวันนี้ แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ในจีนร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ โดยความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางการเงินจากการระบาดของไวรัสถ่วงตลาด ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนปิดที่ 2,975.40 ลบ 9.57 จุดหรือ -0.32% ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI300 ปิดที่ 4,051.31 ลบ 6.20 จุดหรือ -0.15%  จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันเมื่อวานนี้ในจีน ในขณะที่เจ้าหน้าที่คุมเข้มมาตรการการจำกัดที่รุนแรงอยู่แล้วในอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่ 1,749 ราย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. โดยในหูเป่ย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.
  • (-) นิกเกอิปิดบวก 206.90 จุด นลท.ช้อนซื้อหุ้นหลังร่วง 4 วัน,เยนอ่อนหนุนหุ้นส่งออก  ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกปรับตัวขึ้น และนักลงทุนได้ช้อนซื้อหุ้นคืนหลังจากดัชนีนิกเกอิร่วงลงกว่า 600 จุดในช่วง 4 วันทำการที่ผ่านมา สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 206.90 จุด หรือ 0.89% แตะที่ 23,400.70 จุด หุ้นบวกนำตลาด ได้แก่ กลุ่มเครื่องมือช่างตวงวัด กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง และกลุ่มการขนส่งทางทะเล
  • (-) จีน อนุมัติให้ยา Favilavir เป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 อย่างเป็นทางการ สำนักข่าวไชน่า เดลี่ รายงานว่า สำนักงานบริหารผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แห่งชาติของจีนได้ให้การรับรองยาต้านไวรัส Favilavir เป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 และนับเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ตัวแรกที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ โดยยา Favilavir เป็นยาที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Zhejiang Hisun Pharmaceutical โดยคาดว่าตัวยา Favilavir จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและรักษาโรคที่มาจากเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการใช้ตัวยา Favilavir ในการทดลองรักษาผู้ป่วย 70 รายในเมืองเสิ่นเจิ้นก่อนที่ตัวยา Favilavir จะได้รับการอนุมัติเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากยาต้านไวรัส Favilavir กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนยังได้ทดลองอีกสองตัวยาคือ ยารักษามาลาเรีย คอลโรควิน ฟอสเฟต (Chloroquine Phosphate) ที่ได้ใช้ในการทดลองกับผู้ป่วยมากกว่า 100 รายในโรงพยาบาล 10 แห่งในกรุงปักกิ่ง และมณฑลกวางตุ้ง โดยล่าสุดได้มีการทดลองเพิ่มเติมที่ โรงพยาบาลในมณฑลหูหนาน ขณะที่อีกหนึ่งตัวยาคือยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ซึ่งได้มีการทดลองใช้ในสถาบันการแพทย์มากกว่า 10 แห่งในเมืองอู่ฮั่น โดยก่อนหน้านี้สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (NIH) เปิดเผยว่า Remdesivir เป็นตัวยาที่สามารถใช้รักษาโรคซาร์ส รวมถึงใช้รักษาเชื้อไวรัสโคโรน่าในลิง  ทั้งนี้ นักวิจัยและทีมแพทย์ รวมถึงผู้ผลิตยาในประเทศจีน ได้เร่งทำการผลิตยา Favilavir เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้ป่วยทั่วโลกอยู่ที่ 75,199 ราย