ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยเสี่ยงเปิดสถานะขายหากราคาขยับขึ้นไม่ผ่านโซน 1,556-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าผ่านได้ให้ตัดขาดทุน และเมื่อราคาอ่อนตัวลง ทยอยเข้าซื้อคืนเพื่อทำกำไรบริเวณแนวรับ 1,504-1,477 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,505 1,477 1,451 แนวต้าน : 1,558 1,575 1,594

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 24.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้แรงขายทำกำไรในระหว่างวันจะกดดันทองคำให้ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,465.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แต่ราคาทองคำจะเริ่มฟื้นตัวหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลงเกินคาดที่ -0.5% ในเดือนก.พ.  ก่อนที่ราคาทองคำจะทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งจนไปทดสอบระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,554 ดอลลาร์ต่อออนซ์พร้อมๆกับการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ  ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ประกาศจะกลับมาใช้มาตรการ Commercial Paper Funding Facility (CPFF) ซึ่งเป็นการเข้าซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่ออกโดยบริษัทที่ประสบปัญหาจากการระบาด Covid-19 เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องสำหรับการดำเนินกิจการ  โดยเป็นการดำเนินการในลักษณะนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2008  ขณะที่รัฐบาลสหรัฐเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินกว่า 1 ล้านล้านดอลล์  โดยจะรวมถึงการจ่ายเช็คมูลค่า 1,000 ดอลล์ให้แก่ชาวอเมริกันภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า  อย่างไรก็ดี  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นขานรับการดำเนินการของเฟดและรัฐบาลสหรัฐที่พร้อมใจกันออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจเช่นกัน  จึงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคำ  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้าง และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,556-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ (เคยเป็นระดับสูงสุดของเดือน ส.ค.-ก.ย. 2018) จะส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามากดดันราคาอีกครั้ง สำหรับวันนี้ประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนไม่อยู่แนวรับถัดไปจะอยู่ในบริเวณ 1,477 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ แม้ว่าราคาจะแกว่งตัวผัวผวนแต่ก็พยายามยกระดับต่ำสุดขึ้นแสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่เข้ามาพยุงราคาไว้

กลยุทธ์การลงทุน :

การซื้อขายยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยการเปิดสถานะขายอาจพิจารณาในโซน 1,556-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ขณะที่การเข้าซื้อควรรอเฉพาะเมื่อตลาดปรับตัวลงมาในบริเวณแนวรับ 1,504-1,477 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยแผนอุ้มชาวอเมริกัน,ภาคธุรกิจ เลี่ยงผลกระทบโควิด-19  นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวที่ทำเนียบขาวในวันนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐจะมอบเงินจากกองทุนฉุกเฉินให้แก่ชาวอเมริกันอย่างรวดเร็ว เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  นายมนูชินกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐจะจ่ายเช็คให้แก่ชาวอเมริกันในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่ภาคธุรกิจสามารถเลื่อนการชำระภาษีเป็นจำนวนเงินมากถึง 10 ล้านดอลลาร์ ส่วนบุคคลธรรมดาสามารถเลื่อนการชำระภาษีเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านดอลลาร์ โดยปธน.ทรัมป์ได้อนุมัติให้มีการเลื่อนการชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากรสหรัฐคิดเป็นวงเงินรวม 3 แสนล้านดอลลาร์  นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 8.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์แก่อุตสาหกรรมการบิน
  • (+) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกร่วงลงในเดือนก.พ. สวนทางคาดการณ์  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 0.5% ในเดือนก.พ. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากพุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนม.ค.
  • (+) “มนูชิน”เตือนอัตราว่างงานสหรัฐอาจพุ่งแตะ 20% หากรัฐบาลไม่บังคับใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้กล่าวกับวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันว่า อัตราว่างงานในสหรัฐมีแนวโน้มพุ่งขึ้นแตะระดับ 20% หากรัฐบาลไม่บังคับใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  การแสดงความเห็นของนายมนูชินมีขึ้นในขณะที่เขาพยายามเรียกร้องให้วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเยียวยาเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก 
  • (-) สหรัฐเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่ม 411,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.  สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 411,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.0 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค.
  • (-) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.พ.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับสหรัฐออกมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างประจำเดือนก.พ.  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.82 เยน จากระดับ 106.15 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9614 ฟรังก์ จากระดับ 0.9470 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4227 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3980 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1000 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1168 ดอลลาร์
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 1,048.86 จุด ขานรับทำเนียบขาว-เฟดออกมาตรการสู้โควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1,000 จุดเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ และจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตรเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน โดยมาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,237.38 จุด พุ่งขึ้น 1,048.86 จุด หรือ +5.20% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,529.19 จุด เพิ่มขึ้น 143.06 จุด หรือ +6.00% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,334.78 จุด เพิ่มขึ้น 430.19 จุด หรือ +6.23%