ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 พ.ค.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี

สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน แนวโน้มราคาทองคำคาดปรับขึ้น

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีที่ 1,750 ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงในช่วงขาลง ขณะที่เฟดจะไม่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ ความตึงเครียดของสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน ภายหลังสหรัฐอาจตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับจีน ความกังวลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้งกองทุน SPDR ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8 โดยซื้อทองคำ 32.13 ตันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน การเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จีดีพีไตรมาส 1 ของญี่ปุ่น และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ประเด็นที่คาดกระทบต่อราคาทองคำมากที่สุดคือสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งขึ้นอยู่กับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  การเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในช่วงนี้ จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
  • ราคาทองคำในช่วงเช้าทะลุแนวต้านสำคัญ 1,750 ดอลลาร์ ทำให้มีแนวโน้มปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีแนวต้าน 1,770 และ 1,778 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับ 1,750 ดอลลาร์ และ 1,740 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,741.50+11.51,750/1,7301,770/1,778

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
26,350+25026,550/26,30026,800/26,950

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
26,600+9026,690/26,38026,990/27,080

แนะนำเปิดสถานะซื้อที่ราคาทอง Spot 1,730 ดอลลาร์ (GF 26,380 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,720 ดอลลาร์ (GF 26,230 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,748.60+9.001,754/1,7341,774/1,782

แนะนำเปิดสถานะซื้อที่ราคา GOM20 1,734 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,724 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะแข็งค่าขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ อ่อนค่าลง จากยอดค้าปลีกของสหรัฐเดือนเม.ย.ลดลง 16.4% ซึ่งเป็นการลดลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ที่รัฐบาลเริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ปี 2535 โดย USD Futures เดือนมิ.ย.63 คาดจะมีแนวต้านที่ 32.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 32.00 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนค่า เหตุนลท.ขายหลังผิดหวังยอดค้าปลีกสหรัฐทรุดหนัก

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ หลังรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกทรุดตัวลงอย่างหนักในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.07% สู่ระดับ 100.4103 เมื่อคืนนี้ 

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $15.4 แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหนุนราคา

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะที่เป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 15.4 ดอลลาร์ หรือ 0.88% ปิดที่ 1,756.3 ดอลลาร์/ออนซ์ และในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาทองคำ ปรับตัวขึ้น 2.5% สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 91.4 เซนต์ หรือ 5.66% ปิดที่ 17.07 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 1.87 ดอลล์ ขานรับคาดการณ์ดีมานด์เพิ่มหลังคลายล็อกดาวน์

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่บรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ประกาศปรับลดการผลิตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา, การผลิตที่ลดลงในสหรัฐ และการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้นหลังหลายประเทศทั่วโลกผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.87 ดอลลาร์ หรือ 6.8% ปิดที่ 29.43 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. และปรับตัวขึ้น 19% ในรอบสัปดาห์นี้  สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิดที่ 32.50 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับตัวขึ้น 4.9% ในรอบสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 60.08 จุด ขานรับความหวังกิจกรรมเศรษฐกิจกระเตื้อง

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) หลังการซื้อขายที่ผันผวน โดยตลาดได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐในเดือนนี้ แต่ตลาดปรับตัวขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนมีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับความตีงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และตลาดยังถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาดด้วย   ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,685.42 จุด เพิ่มขึ้น 60.08 จุด หรือ +0.25%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,863.70 จุด เพิ่มขึ้น 11.20 จุด หรือ +0.39% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,014.56 จุด เพิ่มขึ้น 70.84 จุด หรือ +0.79%