ศุกร์. พ.ย. 22nd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 ต.ค.62(ภาคเช้า) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แนะนำซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้านโซน 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อรอซื้อในโซนแนวรับ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,474 1,464 1,450  แนวต้าน : 1,498 1,508 1,519

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น  1.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แย่เกินคาดหลายรายการ  ไม่ว่าจะเป็นผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย, การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ร่วงลงหนักสุดในรอบ 5 เดือน, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน  และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  นอกจากนี้สกุลเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของสกุลเงินยูโรและปอนด์  หลังจากมีรายงานว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) สามารถบรรลุข้อตกลงของอังกฤษในการถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit)กันได้แล้ว  ปัจจัยที่กล่าวมาช่วยหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,497  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงโดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น  ขานรับการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่สดใส  ข่าวดีเรื่องการเจรจาข้อตกลง Brexit  รวมไปถึงสัญญาณบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ  หลังนายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนมีความคืบหน้าอย่างมีไม่เคยเป็นมาก่อนในการเจรจาข้อตกลงการค้า  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจจาก CB  และความคืบหน้าทั้งประเด็น Brexit และการเจรจาการค้าจีนและสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับตัวลงค่อนข้างจำกัด ซึ่งประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

แบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้นหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยสถานะขายตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิดแอตแลนติกทรุดหนักในเดือนต.ค.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิดแอตแลนติก ลดลงสู่ระดับ 5.6 ในเดือนต.ค. จากระดับ 12.0 ในเดือนก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.1 
  • (+) เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ร่วงหนักสุดในรอบ 5 เดือน จากผลกระทบพนง.GM หยุดงานประท้วง  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐลดลง 0.4% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. หรือในรอบห้าเดือน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งในเดือนส.ค.
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มสร้างบ้านเดือนก.ย.ร่วงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 12 ปี  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านร่วงลง 9.4% ในเดือนก.ย. สู่ระดับ 1.256 ล้านยูนิต เมื่อเทียบกับระดับ 1.386 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2550 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน อาจลดลงสู่ระดับ 1.320 ล้านยูนิตในเดือนก.ย.
  • (+) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่า อาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 215,000 ราย
  • (+) ปอนด์แข็งเทียบดอลล์ ขานรับอังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit  เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ต.ค.) หลังจากมีรายงานว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) สามารถบรรลุข้อตกลงของอังกฤษในการถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งรวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ร่วงลงหนักสุดในรอบ 5 เดือน  เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2874 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2837 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1123 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1073 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.6824 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6761 ดอลลาร์สหรัฐ  ส่วนดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.68 เยน จากระดับ 108.76 เยน
  • (-) ดาวโจนส์ปิดบวก 23.90 จุด ขานรับข้อตกลง Brexit,ผลประกอบการสดใส  ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 ต.ค.) ขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งข่าวที่ว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) สามารถบรรลุข้อตกลงของอังกฤษในการถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากสหรัฐและตุรกีได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในพื้นที่ตอนเหนือของซีเรีย  ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 27,025.88 จุด เพิ่มขึ้น 23.90 จุด หรือ +0.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,997.95 จุด เพิ่มขึ้น 8.26 จุด หรือ +0.28% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,156.85 จุด เพิ่มขึ้น 32.67 จุด หรือ +0.40%
  • (-) ที่ปรึกษาศก.ทำเนียบขาวเผย การเจรจาข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนคืบหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐและจีนมีความคืบหน้าอย่างมีไม่เคยเป็นมาก่อนในการเจรจาข้อตกลงการค้า  นายคุดโลว์กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี โดยระบุว่า การเจรจามีความคืบหน้าในส่วนที่เกี่ยวกับบริการทางการเงิน สกุลเงิน และอื่นๆ พร้อมเผยด้วยว่า เขามองเห็นแรงผลักดันที่จะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลง
  • (+/-) “บอริส จอห์นสัน”เตรียมแถลงผลเจรจาข้อตกลง Brexit ต่อรัฐสภาอังกฤษเสาร์นี้ ก่อนส.ส.โหวตรับ-ไม่รับข้อตกลง  จาค็อบ รีส-ม็อกก์ ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมในสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ เปิดเผยว่า นายกบอริส จอห์นสัน วางแผนที่จะแถลงต่อรัฐสภาในวันเสาร์นี้ ก่อนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะอภิปรายว่าจะรับรองข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่ที่นายจอห์นสันเห็นชอบร่วมกับสหภาพยุโรป หรือจะออกจาก EU แบบไม่มีข้อตกลง