ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 ก.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love


โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว มีลุ้นที่ราคาอาจทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,960-1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,936-1,931 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,931 1,916 1,902  แนวต้าน : 1,973 1,992 2,015

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 12.07  ดอลลาร์ต่อออนซ์  ในระหว่างวันราคาทองคำร่วงลงโดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  อันเนื่องมาจากผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่เฟดปรับ “เพิ่ม” คาดการณ์เศรษญกิจสหรัฐ  ขณะที่เดียวกัน  เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณในเชิงผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Dovish) มากเท่าที่นักลงทุนบางส่วนคาดหวังไว้  นั่นกระตุ้นให้นักลงทุนที่ถือสถานะขาย(Short) ในสกุลเงินดอลลาร์มีการปิดสถานะออกมา  ประกอบกับสกุลเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการอ่อนค่าของสกุลเงินปอนด์  หลังจากเมื่อวานนี้ธนาคารกลางอังกฤษ(BoE)มีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.10% ขณะที่ส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบาย “อัตราดอกเบี้ยติดลบ” หากมีความจำเป็น  ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ที่ 93.592 จนเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำร่วงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,931.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  สกุลเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าในที่สุดเนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์หลังซึมซับข่าวการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ส่วนใหญ่ออกมา “แย่” เกินคาด  อาทิ  จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงาน, ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้าน และการอนุญาตก่อสร้างบ้าน  ซึ่งช่วยให้ราคาทองคำลดช่วงติดลบลง  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -0.59 ตัน สู่ระดับ 1,246.98 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจจาก Conference Board, คาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ จาก UoM

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,960-1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (1,973 ระดับสูงสุดของสัปดาห์นี้) หากไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาหลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,936-1,931 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาอาจมีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไป

กลยุทธ์การลงทุน :

ซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยแบ่งทองคำออกขาย หรือ เปิดสถานะขายหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,960-1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากยืน 1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้) และเข้าซื้อคืน หรือ ปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,936-1,931 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยืนไม่ได้สามารถถือสถานะขายต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) ดอลล์อ่อน หลังเฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่ำ 3 ปี  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย.) หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.69 เยน จากระดับ 105.00 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9089 ฟรังก์ จากระดับ 0.9100 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3174 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3168 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1838 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1802 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2960 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2954 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7304 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7298 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (+) ดาวโจนส์ปิดลบ 130.40 จุด จากแรงขายหุ้นเทคโนฯ,ข้อมูลศก.ซบเซา  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ส.ค.) โดยได้รับปัจจัยลบจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐ  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,901.98 จุด ลดลง 130.40 จุด หรือ -0.47% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,910.28 จุด ลดลง 140.19 จุด หรือ -1.27% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,357.01 จุด ลดลง 28.48 จุด หรือ -0.84%
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านต่ำกว่าคาดในเดือนส.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 5.1% ในเดือนส.ค. สู่ระดับ 1.416 ล้านยูนิต หลังจากพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.478 ล้านยูนิต จากระดับ 1.492 ล้านยูนิตในเดือนก.ค.   นอกจากนี้ การอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 0.9% สู่ระดับ 1.470 ล้านยูนิต
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 860,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 875,000 ราย หลังจากอยู่ที่ระดับ 893,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้
  • (-) ปอนด์วูบ ผวาแบงก์ชาติอังกฤษส่งสัญญาณใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ  ปอนด์ร่วงลงเทียบดอลลาร์และยูโร หลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ หากมีความจำเป็น  ณ เวลา 19.27 น.ตามเวลาไทย ปอนด์ดิ่งลง 0.66% สู่ระดับ 1.288 ดอลลาร์ และร่วงลง 0.58% สู่ระดับ 0.916 เทียบยูโร  BoE จัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้ โดย BoE มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.10% ขณะที่ส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ หากมีความจำเป็น 
  • (+/-) “ทรัมป์”เตรียมชี้ชะตาดีล”ออราเคิล-ติ๊กต็อก”ในอีก 24-36 ชม.  แหล่งข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมตัดสินใจว่าจะให้การอนุมัติต่อข้อเสนอของบริษัทออราเคิล คอร์ป ในการซื้อกิจการติ๊กต็อก (TikTok) ในสหรัฐหรือไม่ ภายในเวลา 24-36 ชั่วโมง  แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์ได้หารือกับสมาชิกคณะรัฐมนตรี รวมทั้งบรรดาที่ปรึกษาแล้ว ก่อนที่จะทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย 
  • (+/-) แหล่งข่าวเผยดีล”ออราเคิล-ติ๊กต็อก”ลงตัวแล้ว หลัง”ไบต์แดนซ์”ให้สหรัฐถือหุ้นใหญ่  แหล่งข่าวระบุว่า ผลการเจรจาล่าสุดระหว่างรัฐบาลสหรัฐและไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก (TikTok) ปรากฎว่า ไบต์แดนซ์ยินยอมให้บริษัทสหรัฐเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากการซื้อกิจการติ๊กต็อก  แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นักลงทุนสหรัฐ ซึ่งรวมถึงออราเคิล คอร์ปและวอลมาร์ทจะเข้าถือหุ้นอย่างน้อย 60% ในติ๊กต็อก และบริษัทแห่งใหม่จะมีชื่อว่า “ติ๊กต็อก โกลบอล” ทั้งนี้ บอร์ดบริหารของติ๊กต็อก โกลบอลจะมีกรรมการส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน และชาวอเมริกันจะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  นอกจากนี้ ออราเคิลจะเข้าถือหุ้นในติ๊กต็อก โกลบอลจำนวน 20% และผู้บริหารของวอลมาร์ทจะเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารของบริษัท
  • (+/-) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจสอดคล้องคาดการณ์ในเดือนก.ย.  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ลดลงสู่ระดับ 15.0 ในเดือนก.ย. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 17.2 ในเดือนส.ค.