ข้ามไปยังทูลบาร์
ตุลาคม 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 18 ก.ย.63(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDR ขายทองคำ 0.58 ตัน

คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.

แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัว

  • ราคาทองคำ Spotเมื่อวานปรับลดลง เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้เปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่และเฟดมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ โดยเฟดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลง 3.7% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว 6.5%แม้เฟดส่งสัญญาณจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0% ต่อไปจนถึงอย่างน้อยปี 2566 อย่างไรก็ดีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อคืนออกมาแย่กว่าตลาดคาด ทำให้เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 860,000 ราย สูงกว่าตลาดคาดจะอยู่ที่ระดับ 825,000 ราย ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 0.58 ตัน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจเดือนส.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น  1.3% จากเพิ่มขึ้น  1.4% ในเดือนก.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 75.0 จากระดับ  74.1 ในเดือนส.ค.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดฟื้นตัว หลังจากปรับลงแรงเมื่อวาน โดยมีแนวต้าน 1,960 ดอลลาร์ ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,973 ดอลลาร์ ซึ่งแนวต้าน 1,973 ดอลลาร์คาดเป็นแนวต้านแข็งแกร่งในระยะสั้นส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,930 ดอลลาร์และ1,920 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลก

Closechg.SupportResistance
1,943.90-14.91,930/1,9201,960/1,973

ราคาทองแท่ง 96.5%

Closechg.SupportResistance
28,700-25028,500/28,40028,850/29,050

โกลด์ฟิวเจอร์ส

ClosechgSupportResistance
28,880+3028,660/28,56029,060/29,220

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาทอง Spot 1,960 ดอลลาร์ (GF 29,060 บาท) และ 1,973ดอลลาร์(GF 29,220 บาท)

การลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,920-1,930ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

ClosechgSupportResistance
1,948.50+7.001,932/1,9221,962/1,975

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อไว้แนะนำขายทำกำไรที่ราคาGOU201,962ดอลลาร์และ 1,975ดอลลาร์

เงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดอ่อนค่าลง เนื่องจากปัจจัยการเมืองในประเทศที่กดดันต่อเงินบาท จากการชุมนุมประท้วงในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. ซึ่งUSD Futures เดือนก.ย.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ: ดอลล์อ่อนหลังเฟดส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่ำ 3 ปี

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ก.ย.) หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% เป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปีนอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ:ทองปิดร่วง 20.6 ดอลล์นักลงทุนผิดหวังผลประชุมเฟด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้เปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแม้คณะกรรมการเฟดส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีก 3 ปีก็ตามสัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 20.6 ดอลลาร์หรือ 1.05% ปิดที่ 1,949.9  ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 37.6 เซนต์หรือ 1.37% ปิดที่ 27.1 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ:น้ำมันWTI ปิดบวก 81 เซนต์รับโอเปกพลัสให้คำมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงลดผลิต

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ก.ย.) หลังจากที่ประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตรหรือโอเปกพลัสให้คำมั่นที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตสัญญาน้ำมันดิบWTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 81 เซนต์หรือ 2% ปิดที่ 40.97 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 1.08 ดอลลาร์หรือ 2.6% ปิดที่ 43.30 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ:ดาวโจนส์ปิดลบ 130.40 จุดจากแรงขายหุ้นเทคโนฯ,ข้อมูลศก.ซบเซา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ส.ค.) โดยได้รับปัจจัยลบจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงินรวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐนอกจากนี้ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการที่นายเจอโรมพาวเวลประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,901.98 จุดลดลง 130.40 จุดหรือ -0.47% ขณะที่ดัชนีNasdaq ปิดที่ 10,910.28 จุดลดลง 140.19 จุดหรือ -1.27% ส่วนดัชนีS&P500 ปิดที่ 3,357.01 จุดลดลง 28.48 จุดหรือ -0.84%

แบงก์ชาติญี่ปุ่นคงนโยบายการเงินผ่อนคลายพิเศษมุ่งหนุนศก.ฝ่าวิกฤตโควิด

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษในการประชุมโดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดคณะกรรมการBOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.1% พร้อมกับคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีไว้ที่ระดับราว 0% นอกจากนี้BOJ ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการจัดสรรเงินกู้ให้กับบริษัทเอกชนที่ได้รับผลกระทบทั้งนี้ภายใต้โครงการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่BOJ จะยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากสถาบันการเงินต่างๆโดยไม่จำกัดจำนวนและเข้าซื้อกองทุนETF รายปีในอัตรา 12 ล้านล้านเยนหรือประมาณ 1.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีนอกจากนี้BOJ ยังคงมาตรการสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ภาคเอกชนซึ่งรวมถึงการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับธนาคารพาณิชย์ที่ขยายวงเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยให้กับบรรดาบริษัทเอกชนภายใต้โครงการของรัฐบาลตลอดจนเข้าซื้อหุ้นกู้และตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น (Commercial Paper) มูลค่าราว 20 ล้านล้านเยนจากสถาบันการเงินต่างๆเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสภาพคล่องในระบบธนาคารจะมีอยู่อย่างเพียงพอแถลงการณ์ของBOJ ระบุว่า “เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้วโดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปแม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังคงวิกฤตอันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ”  

“ไบต์แดนซ์”เผยดีลขาย”TikTok”ให้”ออราเคิล”ต้องรออนุมัติจากรัฐบาลจีน-สหรัฐ

สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากไบต์แดนซ์  (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก (TikTok) ว่าข้อเสนอขายกิจการTikTokให้กับบริษัทออราเคิลคอร์ปยังต้องรอการอนุมัติจากรัฐบาลจีนและสหรัฐก่อนภายใต้ข้อเสนอดังกล่าวออราเคิลจะกลายมาเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้สำหรับกิจการTikTokในขณะที่ไบต์แดนซ์จะยังคงถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจดังกล่าวอยู่ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์แห่งสหรัฐล่าสุดปธน.ทรัมป์ได้ออกมาประกาศว่า “ผมไม่พร้อมเซ็นอนุมัติอะไรตอนนี้”    ขณะเดียวกันมีรายงานออกมาจากสื่อว่าข้อมูลที่ปธน.ทรัมป์รับทราบนั้นเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นโดยเขาต้องการพิจารณารายละเอียดข้อเสนอดังกล่าวให้มากกว่านี้ซึ่งคาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมให้ปธน.ทรัมป์รับทราบในเร็วๆนี้แหล่งข่าวระบุว่าคณะกรรมการด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐได้ทำการตรวจสอบข้อเสนอของบริษัทออราเคิลโดยข้อเสนอในส่วนที่เปิดเผยออกมานั้นระบุว่าออราเคิลจะไม่ได้ซื้อธุรกิจTikTokโดยตรงแต่จะเป็นการลงทุนในTikTokที่มีการปรับโครงสร้างใหม่ทั่วโลกและจะมีฐานดำเนินงานในสหรัฐขณะที่ไบต์แดนซ์จะยังคงถือหุ้นส่วนใหญ่และผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 รายในไบต์แดนซ์ได้แก่General Atlantic, Sequoia Capital และCoatue Management จะยังคงถือหุ้นในธุรกิจใหม่ดังกล่าว

“ทรัมป์” ไม่พอใจดีล “TikTok” เหตุบริษัทแม่ยังถือหุ้นส่วนใหญ่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์แห่งสหรัฐได้แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับข้อเสนอของบริษัทออราเคิลคอร์ปในการเข้าซื้อกิจการติ๊กต็อก (TikTok) ในสหรัฐโดยคาดว่าเป็นเพราะไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อกจะยังคงถือหุ้นส่วนใหญ่อย่างไรก็ดีข้อมูลที่ปธน.ทรัมป์รับทราบนั้นเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นโดยเขาต้องการพิจารณารายละเอียดข้อเสนอดังกล่าวให้มากกว่านี้ซึ่งคาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมให้ปธน.ทรัมป์รับทราบในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาสหรัฐปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่พร้อมเซ็นอนุมัติอะไรตอนนี้”  ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังไม่กี่วันที่ผ่านมาไบต์แดนซ์ได้ตกลงขายกิจการTikTokในสหรัฐให้กับบริษัทออราเคิลหลังจากที่ไบต์แดนซ์ได้ปฏิเสธข้อเสนอของบริษัทไมโครซอฟท์