ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เข้าซื้อเพื่อทำกำไรระยะสั้นหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,706-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ และทยอยปิดสถานะทำกำไรบางส่วนหากไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,732-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,700 1,682 1,663 แนวต้าน : 1,732 1,747 1,761

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง  ในระหว่างวันราคาทองคำจะร่วงลงไปทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,705.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยเผชิญกับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ท่ามกลางแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย  หลังการเปิดเผยจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 5.245 ล้านราย นั่นเท่ากับว่ามาตรการปิดเมืองของสหรัฐเพื่อยับยั้งการระบาดของ COVID-19 ทำให้ชาวอเมริกันถูกปลดออกจากงานกว่า 20 ล้านรายภายในเวลาเพียงแค่ 4 สัปดาห์เท่านั้นและทำให้การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ (Great Recession)หมดไป  นอกจากนี้ดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกจากเฟดฟิลาเดเฟียก็ดิ่งลงสู่ระดับ -56.6 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.1980 ทำให้เกิดความวิตกว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจจะเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นและต้องใช้ระยะเวลานานมากขึ้น  ประกอบกับรัฐบาลสหรัฐเตรียมแผนจะประกาศเปิดเศรษฐกิจในไม่ช้านี้จึงลดทอนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน  อย่างไรก็ดี  การคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)และสภาคองเกรสของสหรัฐจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางการเงินและการคลังต่อไปช่วยหนุนให้ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดบริเวณ 1,717.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้แม้จะเผชิญกับแรงกดดันบางประการก็ตาม  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมี.ค.จาก Conference Board

จจัยทางเทคนิค :

แม้ว่าวานนี้ราคาทองคำสามารถสร้างระดับสูงสุดใหม่จากวันก่อนหน้าได้ แต่ช่วงเช้าวันนี้ราคาอ่อนตัวลงจะทำระดับต่ำสุดใหม่จากวันก่อนหน้าเช่นกัน หากการอ่อนตัวลงค่อนข้างจำกัดแสดงถึงแรงเข้าซื้อในระยะสั้นยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ทำให้ประเมินแนวรับระยะสั้นนั้นอยู่ในบริเวณ 1,706-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดยังคงมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,732-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน :

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะซื้อหากราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 1,706-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมลดการลงทุนหากราคาหลุด 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้อาจทยอยแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,732-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานพุ่งกว่า 5 ล้านรายจากพิษโควิด-19  กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 5.245 ล้านราย ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5 ล้านราย  อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่มีการรายงานเมื่อวานนี้ ต่ำกว่าในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.615 ล้านราย
  • (+) เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิด-แอตแลนติกต่ำสุด 40 ปีจากพิษโควิด  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ดิ่งลงสู่ระดับ -56.6 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2523 จากระดับ -12.7 ในเดือนมี.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • (+) สหรัฐเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านทรุดหนักในเดือนมี.ค.จากพิษโควิด  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านดิ่งลง 22.3% ในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 1.2 ล้านยูนิต จากระดับ 1.56 ล้านยูนิตในเดือนก.พ.
  • (+) “ปูติน”ลั่นการใส่ร้ายจีนเกี่ยวกับที่มาของโควิด-19 เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้  ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า การที่บางคนพยายามที่จะใส่ร้ายจีนเกี่ยวกับที่มาของไวรัสโควิด-19 ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้  ปธน.ปูตินแสดงความเห็นดังกล่าว ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน ในวันนี้  ก่อนหน้านี้ สื่อสหรัฐรายงานว่า ไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นจากห้องทดลองแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งไม่ใช่อาวุธชีวภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของจีนที่จะแสดงให้เห็นว่า จีนมีขีดความสามารถเท่าเทียมหรือมากกว่าสหรัฐในการตรวจพบและต่อสู้กับไวรัสต่างๆ  รายงานระบุว่า ห้องทดลองดังกล่าวมีมาตรฐานความปลอดภัยต่ำ จนส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก เหตุนลท.รุกซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังสหรัฐเผยข้อมูลแรงงานย่ำแย่  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย และมีสภาพคล่องมากที่สุด หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานพุ่งขึ้นกว่า 5 ล้านราย ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.63 เยน จากระดับ 107.45 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9689 ฟรังก์ จากระดับ 0.9636 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4111 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4083 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0845 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0921 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2459 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2550 ดอลลาร์
  • (-) ผลทดสอบชี้ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่หายดีหลังได้รับยา Remdesivir ของ “Gilead Sciences”  STAT News ซึ่งเป็นนิตยสารด้านสุขภาพรายงานว่า ผลการทดสอบยา Remdesivir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ผลิตโดยบริษัท Gilead Sciences พบว่า ยาดังกล่าวสามารถใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนหายดีได้  รายงานระบุว่า ผลการทดลองยาในระยะ 3 ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยชิคาโกพบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับยา Remdesivir นั้น สามารถฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากอาการไข้ และปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ 
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวก 33.33 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ,คาดสหรัฐเปิดเศรษฐกิจเร็วๆนี้  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งนำโดยหุ้นอเมซอนดอทคอม และหุ้นเน็ตฟลิกซ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่า รัฐบาลสหรัฐจะประกาศเปิดเศรษฐกิจในไม่ช้านี้ อย่างไรก็ดี ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,537.68 จุด เพิ่มขึ้น 33.33 จุด หรือ +0.14% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,799.55 จุด เพิ่มขึ้น 16.19 จุด หรือ +0.58% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,532.36 จุด เพิ่มขึ้น 139.19 จุด หรือ +1.66%