อังคาร. ก.พ. 25th, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 ม.ค.63(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,536 1,528 1,516

แนวต้าน : 1,561 1,573 1,580

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  คณะกรรมการที่ปรึกษาเศรษฐกิจของสมาคมนายธนาคารอเมริกัน ซึ่งเป็นกลุ่มหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง Citigroup Inc และ Morgan Stanley คาดว่า  ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน Phase One ที่ได้รับการลงนามในสัปดาห์นี้จะ “ไม่” สามารถหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปี 2020 ได้  โดยคาดว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะชะลอตัวสู่ 1.9% ในปี 2019 และจะอยู่ที่ระดับนั้นในปี 2020  ซึ่งขัดแย้งกับทัศนะบวกของคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ที่คาดการณ์ว่าจีดีพีในปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 2.5% และสะท้อนมุมมองเชิงลบต่อข้อตกลงการค้ารวมไปถึงแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ  จึงอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยังมีแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำจนทำให้ราคายังคงทรงตัวในระดับสูง  เบื้องต้น ในระยะสั้นแนะนำนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,558-1,561 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ให้ลดการถือครองทองคำลงเพื่อควบคุมความเสี่ยงและหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสามารถซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,545-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากความเสี่ยงได้น้อยอาจชะลอการลงทุนไปก่อนเพื่อรอความชัดเจนอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำขึ้นทดสอบบริเวณแนวต้านและยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,558-1,561 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็ยังมีโอกาสเกิดแรงขายทำให้ราคาอ่อนตัวลงสอบแนวรับ 1,545-1,536 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดต่ำกว่าแนวรับดังกล่าวราคาทองคำอาจย่อลงมาที่ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,558-1,561 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยให้ลดสถานะลง เพื่อลดความเสี่ยง โดยอาจรอเปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถสร้างฐานเหนือบริเวณ 1,545-1,536 ดอลลาร์ต่อออดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position ให้ปิดสถานะทำกำไร เมื่อราคาทองคำย่อตัวลงสู่แนวรับช่วง 1,545-1,536 ดอลลาร์ต่อออดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคายืนไม่อยู่ ให้ชะลอการปิดสถานะไปที่แนวรับ 1,528 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หากไม่ต้องการรับความเสี่ยง แนะนำให้ชะลอการเข้าซื้อออกไปก่อนเพื่อรอดูทิศทางราคา แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากสามารถเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นบริเวณแนวรับ 1,545-1,536 ดอลลาร์ต่อออดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ผู้ที่มีทองคำ แนะนำให้หาจังหวะขายทองคำที่ถืออยู่หากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 1,558-1,561 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) “เพนตากอน” เผยมีทหารสหรัฐบาดเจ็บ 11 นาย จากเหตุอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพในอิรัก  นายบิล เออร์บัน โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ เปิดเผยในวันนี้ว่า สหรัฐได้ส่งทหารที่บาดเจ็บจำนวน 11 นายเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังจากที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐในอิรักเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา   แถลงการณ์ระบุว่า “แม้ไม่มีทหารสหรัฐเสียชีวิตจากเหตุโจมตีฐานทัพอัล-อาซาดโดยอิหร่านเมื่อวันที่ 8 ม.ค. แต่มีทหารจำนวนหลายคนที่เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บทางศีรษะเนื่องจากแรงระเบิด โดยขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการประเมินความรุนแรงของอาการ”  ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ออกมากล่าวว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในครั้งนั้น  ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทหารสหรัฐ 8 นายถูกส่งตัวไปยังเยอรมนี ส่วนอีก 3 นายที่เหลือถูกส่งตัวไปยังคูเวตเพื่อเข้ารับการแสกนสมอง  เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธแบบพื้นสู่พื้นจำนวนหลายลูกเข้าถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดอันบาร์ ทางตะวันตกของประเทศอิรัก เพื่อตอบโต้ที่กองทัพสหรัฐปลิดชีพนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่าน 
  • (+) นักเศรษฐศาสตร์คาดข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนไม่ส่งผลหนุนศก.สหรัฐ  นักเศรษฐศาสตร์ปฏิเสธแนวโน้มที่ว่า ข้อตกลงการค้าระยะแรกที่ลงนามในสัปดาห์นี้โดยสหรัฐและจีน จะหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปี 2020 ซึ่งสวนทางกับทัศนะบวกของคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ  คณะกรรมการที่ปรึกษาเศรษฐกิจของสมาคมนายธนาคารอเมริกัน ซึ่งเป็นกลุ่มหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง Citigroup Inc และ Morgan Stanley คาดการณ์ว่า การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะชะลอตัวสู่ 1.9% ในปี 2019 และจะอยู่ที่ระดับนั้นในปี 2020  นั่นต่ำกว่าระดับ 2.5% ที่คาดการณ์โดยนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐในการให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ Fox News ในวันอาทิตย์ ผลสำรวจของบลูมเบิร์กที่จัดทำต้นเดือนนี้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.3% ในปีที่ผ่านมา และจะเติบโต 1.8% ในปีนี้
  • (+) นักเศรษฐศาสตร์คาดการชะลอตัวของยูโรโซนแตะระดับต่ำสุดแล้ว  ข้อมูลจากผลสำรวจภาคเอกชนระบุว่า การชะลอตัวในกิจกรรมทางเศรษฐกิจของยูโรโซนอาจจะแตะระดับต่ำสุดแล้ว ซึ่งการสำรวจแสดงว่า ในขณะที่แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงซบเซา แต่โอกาสการเกิดภาวะถดถอยลดน้อยลงระดับหนึ่ง  ภาวะดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ดำเนินการนโยบายผ่อนคลายเชิงรุก ซึ่งรวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากมากขึ้นสู่การติดลบในเดือนก.ย. และในเวลาต่อมาได้เริ่มโครงการซื้อสินทรัพย์อีกครั้ง  นักเศรษฐศาสตร์ในการสำรวจภาคเอกชนวันที่ 13-16 ม.ค. มีทัศนะบวกมากขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้า ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นเกี่ยวกับสงครามการค้าอันนำโดยสหรัฐ แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่แทบไม่เปลี่ยนแปลงคาดการณ์ของพวกเขาสำหรับการเติบโตและเงินเฟ้อสำหรับปีนี้, ปีหน้า และปี 2022  นักเศรษฐศาตร์เกือบ 80% ซึ่งตอบแบบคำถามเพิ่มเติมระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของยูโรโซนได้แตะจุดต่ำสุดแล้ว
  • (-) ทำเนียบขาวพิจารณาแผนกระตุ้นการคลังก่อนเลือกตั้ง  สถานีโทรทัศน์ Fox Business รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาทางเลือกสำหรับการออกแผนกระตุ้นทางการคลัง ซึ่งรวมถึงการลดภาษี ก่อนการเลือกตั้งเดือนพ.ย.  นายแลร์รีย์ คัดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และคณะทำงานของเขาพิจารณาข้อเสนอต่างๆ และหารือกับสมาชิกสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการลดภาษี ทางเลือกต่างๆได้รวมถึงการเพิ่มการลดหย่อนภาษีเงินได้และการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา  นายคัดโลว์ยอมรับก่อนหน้านี้ว่า ปธน.ทรัมป์สั่งการให้เขา “ออกสิ่งที่เราเรียกว่าการลดภาษี 2.0” “นั่นจะได้รับการเปิดเผยในระหว่างการหาเสียงในฐานะข้อความสำหรับนโยบายการเติบโตทางเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์ในอนาคต”