ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 28, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 มี.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

หากราคาทองคำไม่สามารถผ่าน 1,530-1,537 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ ให้เปิดสถานะขาย แต่หากทะลุแนวต้านโซน 1,556-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป อาจต้องชะลอการเปิดสถานะขายไปก่อน

แนวรับ : 1,445 1,416 1,381 แนวต้าน : 1,537 1,558 1,589

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 19.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาแกว่งตัวผันผวนอย่างมาก  ทั้งนี้  ราคาทองคำเริ่มดิ่งลงแรงในช่วงหลัง 5 โมงเย็นตามเวลาไทย  หลังสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงจนถึงเกณฑ์ Limit Down ที่ต้องพักการซื้อขายเป็นเวลา 15 นาที  ส่งผลกระตุ้นความต้องการเงินสด(cash)ในหมู่นักลงทุนเพื่อนำไปชดเชยผลขาดทุนในพอร์ตและเติม Margin  จึงเกิดแรงเทขายในเกือบทุกสินทรัพย์ทั่วโลกรวมถึงทองคำ  จนกระทั่งตลาดหุ้นสหรัฐเปิดตลาดด้วยการดิ่งลงอย่างหนักจนต้องพักตลาดตามเกณฑ์ circuit breaker เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 สัปดาห์  สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งกระตุ้นแรงขายทองคำจนกระทั่งราคาดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,451.08 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาในตลาดทองคำจนทำให้ราคาทองคำกลับมาเคลื่อนไหวเนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันและปิดตลาดเหนือ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในที่สุด ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงต่อจนสิ้นวัน Dow Jones ปิดลบ 2,997.10 จุด หรือ -12.93% ถือเป็นการปรับตัวลงมากสุดนับตั้งแต่ “Black Monday” ในปี 1987 และเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดเป็นลำดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์  ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลง -1.75 ตัน  สำหรับวันนี้ตืดตามการเปิดเผยยอดค้าปลีก, อัตราการใช้กำลังการผลิต, การผลิตภาคอุตสาหกรรม, สต็อกสินค้าคงคลัง และ JOLTS Job Openings

จจัยทางเทคนิค :

การดีดตัวกลับของราคาค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับการทิ้งตัวลงอย่างมากของราคา ทั้งนี้  ราคามีความผันผวนในระดับสูง และแกว่งตัวในกรอบกว้าง  หากการดีดตัวกลับของราคายังไม่สามารถกลับไปทดสอบหรือยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,530-1,537 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเกิดแรงขายซึ่งจะกดดันให้ราคาปรับตัวลง โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของวานนี้ – ระดับต่ำสุดของเดือน พ.ย.)

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาไม่สามารถผ่าน 1,530-1,537 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ สามารถเปิดสถานะขายหรือถือสถานะขายต่อไป (หากทะลุแนวต้านโซน 1,556-1,558 ดอลลาร์ต่อออนซ์ให้ตัดขาดทุน) ทั้งนี้ หากราคาอ่อนตัวสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,451-1,445 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจปิดสถานะขายออกทำกำไรบางส่วน

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO ชี้จำนวนผู้ติดเชื้อ-เสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศต่างๆมากกว่าจีน  นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ขณะนี้ จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่างๆมีจำนวนมากกว่าในจีน  WHO ระบุว่า ขณะนี้ ประเทศต่างๆ ยกเว้นจีน มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่า 83,000 ราย ซึ่งมากกว่าในจีน ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,400 ราย
  • (+) ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดหั่นดอกเบี้ยฉุกเฉินเหลือ 0%  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1.00% ในการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมประกาศซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.15 เยน จากระดับ 108.15 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9470 ฟรังก์ จากระดับ 0.9554 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3980 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3926 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1168 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1066 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2234 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2305 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6126 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6141 ดอลลาร์สหรัฐ
  • (-) IMF เล็งอัดฉีดเงิน 1 ล้านล้านดอลล์เยียวยานานาประเทศจากพิษโควิด-19  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แถลงในวันนี้ว่า IMF พร้อมที่จะปล่อยเงินกู้ 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศต่างๆทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  “ในฐานะที่เป็นด่านแรกในแนวป้องกัน ทาง IMF สามารถใช้เงินจากกองทุนฉุกเฉินที่มีความยืดหยุ่นในการช่วยเหลือประเทศต่างๆที่มีความต้องการเร่งด่วนในด้านดุลการชำระเงิน” นางคริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการ IMF กล่าว  “ขณะนี้ IMF มีการเตรียมจัดทำข้อตกลง 40 ฉบับ ทั้งสำหรับการเบิกจ่าย และเตรียมการล่วงหน้า รวมวงเงินราว 2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งการเตรียมการเหล่านี้จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งสำหรับการเบิกจ่ายเงินกู้อย่างรวดเร็วในช่วงเกิดวิกฤตการณ์” นางจอร์จีวากล่าว
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดร่วง 2,997.10 จุด นักลงทุนหวั่นมาตรการเฟดไม่พอยับยั้งผลกระทบโควิด-19  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 3,000 จุดเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) ทำสถิติทรุดตัวลงหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2530 เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เข้าแทรกแซงตลาดอีกครั้งด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินและอัดฉีดเงินผ่านการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก็ตาม นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันมากกว่า 10 คน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,188.52 จุด ทรุดตัวลง 2,997.10 จุด หรือ -12.93% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,386.13 จุด ร่วงลง 324.89 จุด หรือ -11.98% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,904.59 จุด ดิ่งลง 970.28 จุด หรือ -12.32%
  • (+/-) อดีตประธาน FDA เตือนโควิด-19 ในสหรัฐรุนแรงสุดช่วงปลายเดือนเม.ย.  นายสก็อตต์ ก็อตต์ลิเอ็บ อดีตประธานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐจะมีความรุนแรงมากที่สุดในช่วงปลายเดือนเม.ย.ถึงต้นเดือนพ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐจะมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้  นายก็อตต์ลิเอ็บระบุว่า การใช้มาตรการหลีกเลี่ยงการชุมนุมของคนหมู่มากควรดำเนินต่อไปเป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ เพื่อลดการแพร่ระบาดซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค  นอกจากนี้ นายก็อตต์ลิเอ็บยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐดำเนินการในเชิงรุกมากขึ้นเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งดำเนินการต่อยอดมาตรการที่ได้มีการบังคับใช้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา