ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 22, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 มิ.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

เน้นเก็งกำไรในกรอบจากการแกว่งตัว หากราคายังไม่ผ่านโซน 1,732-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้รอเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,715-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์)เพื่อไปรอพิจารณาแนวรับถัดไป

แนวรับ : 1,715 1,703 1,693 แนวต้าน : 1,735 1,746 1,754

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลงแปลง  แม้ราคาทองคำจะร่วงลงหลังการเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้น 17.7% ในเดือนพ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.0% ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า  ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นขานรับความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว  จนกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำฟื้นตัวหลังจากนั้น  โดยได้รับแรงหนุนจากหลากปัจจัย  อาทิ  ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและอินเดีย  หลังทหารทั้ง 2 ประเทศเกิดเหตุปะทะกับบริเวณชายแดนของแคว้นลาดักห์  จนส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก  ด้านคาบสมุทรเกาหลีก็ตึงเครียดขึ้นไม่แพ้กัน  หลังเกาหลีเหนือระเบิดทำลายสำนักงานติดต่อประสานงานข้ามแดน (liaison office) นอกจากนี้  นักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ระบากของ COVID-19 ทั้งในจีนและสหรัฐอีกด้วย  ส่งผลให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์เข้ามาพยุงราคาไว้  แต่ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาทองคำ  ได้แก่  ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาวานนี้  โดยระบุว่า  การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน  เส้นทางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังอีกยาวไกล  พร้อมเตือนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ “มีแนวโน้มจะยังไม่เกิดขึ้น” จนกว่าประชาชนจะมั่นใจได้ว่าสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสได้  ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนให้ราคาทองคำปิดทรงตัววานนี้  สำหรับวันนี้ติดตามTestimony วันที่ 2 ของนายพาวเวลล์ ประธานเฟด และติดตามการเปิดเผยการอนุญาตก่อสร้าง และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 1,735-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 1,715-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซน 1,732-1,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาผ่านไม่ได้การเคลื่อนไหวในระยะสั้นจะมีรูปแบบ Sideway Down ที่ชัดเจนขึ้น หากผ่านไม่ได้ราคาอาจอ่อนตัวลงทดสอบกรอบแนวรับด้านล่างอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

หากราคาไม่หลุด 1,715-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมา อาจรอเปิดสถานะซื้อในโซนดังกล่าว เพื่อหวังขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 1,735-1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามควรลดสถานะซื้อลงหากราคาหลุด 1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) “พาวเวล”เตือนเศรษฐกิจสหรัฐเผชิญความไม่แน่นอนจากพิษโควิด-19  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเตือนในวันนี้ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน ขณะที่ธุรกิจขนาดย่อม และผู้ที่มีรายได้ระดับต่ำ รวมทั้งชาวอเมริกันซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย เป็นกลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุด  ทั้งนี้ นายพาวเวลกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ โดยเขาได้กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ ก่อนที่จะกล่าวต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้  นอกจากนี้ นายพาวเวลยังแสดงความกังวลต่อผู้ที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการทรุดตัวของการจ้างงาน โดยชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน และเชื้อสายละตินอเมริกา รวมทั้งกลุ่มสตรี จะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น  นายพาวเวลกล่าวย้ำว่า เฟดจะยังคงใช้เครื่องมือทุกอย่างเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้ระบุว่าเฟดจะดำเนินมาตรการใดในอนาคต
  • (+) ปักกิ่งยกระดับการรับมือฉุกเฉินโควิด-19 สู่ระดับ 2 นายเฉิน เป่ย รองเลขาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นกรุงปักกิ่งระบุในการแถลงข่าวเมื่อคืนนี้ว่า กรุงปักกิ่งยกระดับการรับมือฉุกเฉินต่อการระบาดของโควิด-19 จากระดับ 3 สู่ระดับ 2  เขากล่าวว่า การจัดการปิดกั้นพื้นที่จะเริ่มขึ้นอีกครั้งในชุมชนต่างๆในกรุงปักกิ่ง และเสริมว่า สำหรับเขตที่ได้รับการจัดประเภทให้เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงจากโควิด-19 พื้นที่ดังกล่าวจะถูกปิดอย่างสมบูรณ์และจะมีเพียงเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่สามารถเข้าได้
  • (+) ยอดผู้ติดโควิด-19 รายใหม่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ใน 6 รัฐของสหรัฐ  ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ใน 6 รัฐของสหรัฐเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขณะที่รัฐส่วนใหญ่เดินหน้ากลับมาเปิดเศรษฐกิจ  รัฐแอริโซนา, ฟลอริดา, โอกลาโฮมา, ออริกอน และเท็กซัสรายงานการเพิ่มขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อวานนี้ หลังยอดผู้ติดเชื้อแตะระดับสูงสุดตลอดกาลในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐเนวาดารายงานการเพิ่มขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุดในวันเดียวเมื่อวานนี้เช่นกัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับสูงสุดก่อนหน้าในวันที่ 23 พ.ค. การรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นหรืออยู่ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์  ผู้แทนโรงพยาบาลระบุว่า ที่ศูนย์การแพทย์ทัคสันของรัฐแอริโซนาในวันจันทร์ เหลือเตียงสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ในหน่วยรักษาพยาบาลผู้ป่วยขั้นวิกฤติ (ICU) เพียงเตียงเดียว ส่วนอีก 19 เตียงมีผู้ป่วยเต็มแล้ว
  • (-) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 526.82 จุด รับยอดค้าปลีกสดใส,มาตรการกระตุ้นศก.  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 เมื่อคืนนี้ (16 มิ.ย.) ขานรับยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ทำสถิติแข็งแกร่งสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมทั้งความคืบหน้าในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในระหว่างวัน หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเตือนว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,289.98 จุด เพิ่มขึ้น 526.82 จุด หรือ +2.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,124.74 จุด เพิ่มขึ้น 58.15 จุด หรือ +1.90% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,895.87 จุด เพิ่มขึ้น 169.84 จุด หรือ +1.75%
  • (-) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกทุบสถิติพุ่ง 17.7% ในเดือนพ.ค.    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 17.7% ในเดือนพ.ค. ทำสถิติทะยานขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.0% หลังจากดิ่งลง 14.7% ในเดือนเม.ย.  ยอดค้าปลีกแตะระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ระดับ 6.7% ในเดือนต.ค.2544 
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับยอดค้าปลีกสหรัฐสดใส  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 มิ.ย.) ขานรับรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ทำสถิติพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ หลังจากที่ได้กล่าวแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวานนี้  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวขึ้น 0.26% แตะที่ระดับ 96.9586 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9494 ฟรังก์ จากระดับ 0.9481 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3567 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3561 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 107.28 เยน จากระดับ 107.32 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1271 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1315 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2577 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2582 ดอลลาร์