ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 ธ.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

Spread the love

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

กองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมติดต่อกันเป็นวันที่ 3 คืนนี้สหรัฐจะประกาศการผลิตภาคอุตสาหกรรม ราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,465-1,480 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบ 1,473-1,479 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยลบจากสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกได้และคาดว่าจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในช่วงต้นเดือนม.ค. 2563 อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยหนุนจากประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป และดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของสหรัฐเดือนธ.ค.ลดลงสู่ระดับ 52.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิมเมื่อวานติดต่อกันเป็นวันที่ 3
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศการอนุญาตก่อสร้างเดือนพ.ย. ตลาดคาดจะลดลงสู่ระดับ 1.41 ล้านยูนิต และการเริ่มสร้างบ้านเดือนพ.ย.  ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.34 ล้านยูนิต การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.8% ดีขึ้นจากที่เดือนต.ค.ลดลง 0.8%
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,465-1,480 ดอลลาร์  ทั้งนี้ราคาทองคำมีแนวรับที่  1,465 ดอลลาร์ และ 1,460 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,480 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,476.00 +0.33 1,465/1,460 1,480/1,486

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,150 +50 20,950/20,900 21,150/21,200

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,210 -30 21,060/21,010 21,250/21,300

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่บริเวณ 1,465 ดอลลาร์ (GF 21,060 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,460 ดอลลาร์ (GF 21,010 บาท) ส่วนการลงทุนในทองแท่ง แนะนำทยอยซื้อสะสมที่ราคาทองคำ Spot 1,460 ดอลลาร์ และ 1,450 ดอลลาร์

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,476.40 -1.90 1,467/1,462 1,482/1,488

การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOZ19 ปรับลงมาที่บริเวณ 1,467 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,462 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

ทิศทางเงินบาทในวันนี้คาดจะทรงตัว โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของสหรัฐเดือนธ.ค.ลดลงสู่ระดับ 52.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน โดย USD Futures คาดจะมีแนวต้านที่ 30.25 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวรับที่ 30.18บาท/ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก หลังข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐซบเซา

          ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ธ.ค.) หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตที่อ่อนแอของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนธ.ค.ของสหรัฐ อยู่ที่ 52.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 52.6 ในเดือนพ.ย.

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดลบ 70 เซนต์ นักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นพุ่ง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นขานรับข่าวสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก อย่างไรก็ดี สัญญาทองคำขยับลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนตลาด  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 70 เซนต์ หรือ 0.05% ปิดที่ 1,480.50 ดอลลาร์/ออนซ์  สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 10.1 เซนต์ หรือ 0.59% ปิดที่ 17.113 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดบวก 14 เซนต์ รับข้อมูลศก.จีนแข็งแกร่ง,สหรัฐ-จีนบรรลุดีลการค้า

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข่าวสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีนยังช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลก สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 60.21 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 12 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 65.34 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดบวก 100.51 จุด ทำนิวไฮ รับข่าวจีน-สหรัฐบรรลุดีลการค้า          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ธ.ค.) โดยทั้งดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข่าวสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทผลิตชิป นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีน ซึ่งรวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในเดือนพ.ย. ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,235.89 จุด เพิ่มขึ้น 100.51 จุด หรือ +0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,191.45 จุด เพิ่มขึ้น 22.65 จุด หรือ +0.71% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,814.23 จุด เพิ่มขึ้น 79.35 จุด หรือ +0.91%