ศุกร์. พ.ย. 22nd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 ต.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,474 1,464 1,450

แนวต้าน : 1,498 1,508 1,519

สรุป  แม้จะมีความพยายามขั้นสุดท้ายของอังกฤษในการทำข้อตกลงการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป(เบร็กซิท) โดยนายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป ซึ่งจะเป็นประธานการประชุมสุดยอดดังกล่าวระบุว่า “พื้นฐานของข้อตกลงนี้พร้อมแล้วและในทางทฤษฎีแล้วเราสามารถยอมรับข้อตกลง”  แต่อย่างไรก็ตาม หากไม่มีข้อตกลงเบร็กซิทภายในวันที่ 31 ต.ค. การค้าจากอังกฤษที่ก่อนหน้านี้ไหลเวียนโดยไร้ข้อจำกัดทั่วตลาดเดียวของ EU จะเผชิญกับภาษีศุลกากรและการตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งหลายคนเกรงว่าจะสร้างความยุ่งเหยิงทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินปอนด์ลดแรงทะยาน จนกลับมากดดันราคาทองคำในช่วงสั้น แนะนำนักลงทุนติดตามการประชุมสุดยอด 2 วันของเหล่าผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ณ กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไร ผลการเจรจาที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินปอนด์และราคาทองคำในทิศทางใด ในระยะสั้นแนะนำนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้ ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ หากไม่สามารถผ่านไปได้ แนะนำให้ลดการถือครองทองคำลงเพื่อควบคุมความเสี่ยง และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสามารถซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้น้อย อาจชะลอการลงทุนไปก่อนเพื่อรอความชัดเจนอีกครั้ง

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคา โดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไป 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,464 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New เน้นให้เก็งกำไรจากการแกว่งตัว โดยขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,498-1,508 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือหากรับความเสี่ยงได้อาจเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,477-1,474 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับดังกล่าว ซึ่งนักลงทุนควรตั้งจุดทำกำไรและตัดขาดทุนให้ชัดเจนเพื่อควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความผันผวนของราคา

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) วุฒิสมาชิกสหรัฐหวังลงมติร่างกม.หนุนประชาธิปไตยฮ่องกงโดยเร็ว วุฒิสมาชิกจิม ริช ประธานคณะกรรมการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ของวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกันระบุเมื่อวานนี้ว่า เขาหวังว่า วุฒิสภาจะลงมติเร็วๆนี้ต่อร่างกฎหมายที่จะกำหนดให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประเมินว่า ฮ่องกงยังคงรักษาสิทธิ์ในการปกครองตนเองหรือไม่ โดยจะทำการประเมินปีละครั้งเป็นอย่างน้อย สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวในวันอังคาร ซึ่งกำหนดให้มีการรับรองว่า ฮ่องกงได้สิทธิ์ปกครองตนเองจากจีนเพื่อรักษาสถานะพิเศษที่ทำให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญ ร่างกฎหมายของวุฒิสภาในชื่อ “กฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง” ผ่านคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ในเดือนก.ย.  นายริชกล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า เขาหวังว่า ร่างกฎหมายนี้จะมีความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า การลงมติดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าเป็นอย่างเร็ว การผ่านมติในทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะส่งกฎหมายฉบับนี้ไปยังทำเนียบขาวเพื่อให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐลงนามออกเป็นกฎหมายหรือใช้สิทธิ์ยับยั้ง เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับทัศนะของปธน.ทรัมป์ต่อร่างกฎหมายดังกล่าว
  • (+) ชาวต่างชาติขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในเดือนส.ค.ขณะจีนลดการถือครอง ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ระบุว่า ชาวต่างชาติขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในเดือนส.ค. หลังจากที่ซื้อสุทธิในเดือนก่อนหน้า เม็ดเงินต่างชาติที่ไหลออกจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐชาติรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 3.0508 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. เทียบกับการไหลเข้า 1.0954 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความร้อนแรง จีนซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 1.103 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. ลดลงจาก 1.110 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.
  • (-) Brexit ระส่ำหลังพรรคร่วมรัฐบาลอังกฤษเมินข้อตกลงของ”บอริส จอห์นสัน” พรรคสหภาพประชาธิปไตยแห่งไอร์แลนด์เหนือ (DUP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอังกฤษ ยังไม่ยอมให้การสนับสนุนแผนการของรัฐบาลอังกฤษ รวมทั้งข้อตกลงในการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ของนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งเดินทางไปประชุมกับ EU ในวันนี้ เพื่อขออนุมัติข้อตกลง การให้การสนับสนุนข้อตกลง Brexit ของพรรค DUP ถือเป็นเรื่องสำคัญในการผลักดันให้ข้อตกลงได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา ก่อนที่จะถึงเส้นตาย Brexit ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ดี พรรค DUP ระบุว่า จะทำงานร่วมกับทางรัฐบาล เพื่อที่จะได้มาซึ่งข้อตกลงที่สมเหตุสมผล โดยประเด็นที่ทางพรรค DUP ไม่พอใจนั้น ยังคงเป็นประเด็นเรื่ององค์ประกอบต่างๆของแผนการณ์ของนายกฯที่มีต่อไอร์แลนด์เหนือ แถลงการณ์ร่วมของพรรค DUP ระบุว่า พรรคไม่สามารถให้การสนับสนุนได้ในประเด็นภาษีศุลกากร โดยประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มเองก็ยังขาดความชัดเจน
  • (+/-) เยอรมนีเตรียมไฟเขียว”Huawei”สู่เครือข่าย 5G,ท้าทายแรงกดดันจากสหรัฐ เยอรมนีจะไม่สั่งห้ามบริษัท Huawei ซึ่งเป็นโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนจากการช่วยสร้างเครือข่าย 5G ของประเทศ โดยไม่ใส่ใจต่อข้อเรียกร้องจากสหรัฐในการสั่งห้ามบริษัทดังกล่าวจากความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ โฆษกกระทรวงมหาดไทยเยอรมันยืนยันทางโทรศัพท์เมื่อวานนี้ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในวันอังคาร ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะสร้างความขุ่นเคืองแก่สหรัฐ ซึ่งได้กดดันพันธมิตรต่างๆให้ยับยั้งบริษัท Huawei จากโครงสร้างพื้นฐาน 5G โดยอ้างว่า การมีส่วนร่วมของ Huawei ในเครือข่าย 5G จะทำให้จีนสามารถก่อการจารกรรมได้ ประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ได้สั่งห้ามบริษัทดังกล่าวจากเครือข่ายภายในประเทศของพวกเขาแล้ว ภายใต้กฎหมายจีน องค์กรต่างๆสามารถถูกกดดันให้ส่งข้อมูลแก่รัฐบาลหากรัฐบาลต้องการ แต่ Huawei ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่า การมีส่วนร่วมของทางบริษัทในเครือข่าย 5G จะเป็นหนทางให้จีนดำเนินการอย่างลับๆได้