ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 17 ก.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

แนะนำซื้อขายทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยบริเวณแนวต้านโซน 1,960-1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ แนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อรอซื้อในโซน แนวรับ 1,941-1,936 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,936 1,919 1,902  แนวต้าน : 1,973 1,992 2,015

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.15  ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ราคาจะได้รับแรงหนุนจากผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่เฟดมีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% พร้อมส่งสัญญาณว่าเฟดจะ “ไม่มี” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยจนกว่าจะถึงปี 2023  รวมถึงปล่อยให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นเหนือ 2% ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ  ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ  1,973.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้  โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์  หลังเฟดปรับ “เพิ่ม” คาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ  โดยมองว่า GDP ปีนี้ จะหดตัวลดลงเหลือ-3.7% จากระดับ -6.5% ในการคาดการณ์เดือนมิ.ย. พร้อมปรับ “ลด” คาดการณ์อัตราการว่างงานในปีนี้ถึงปี 2022 ลงสู่ระดับ 7.6%, 5.5% และ 4.5% จาก ระดับ 9.3% 6.5% และ 5.5% รวมถึงปรับ “เพิ่ม” คาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ถึงปี 2022 ขึ้นสู่ระดับ 1.2%, 1.7% และ 1.8% ตามลำดับ  สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกดดันราคาทองคำให้ร่วงลงมาปิดตลาดบริเวณ 1,957 ดอลลาร์ต่อออนซ์  และร่วงลงต่อในช่วงเช้าวันนี้ในตลาดเอเชีย  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง  สำหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)และการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี) คาดทั้ง 2 ธนาคารกลางจะคงนโยบายการเงินไม่เปลี่ยนแปลง  รวมถึงติดตามการเปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, การอนุญาตก่อสร้าง และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,960-1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้ายังไม่สามารถผ่านได้ นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,941-1,936 ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ดูบริเวณ 1,941-1,936 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นจากการดีดตัวขึ้น เพื่อขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,960-1,973 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวให้รอเข้าซื้อที่แนวรับถัดไปบริเวณแนว 1,919-1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน หากหลุด 1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ในส.ค.  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งขึ้น 1.1% หลังจากทะยานขึ้น 1.2% ในเดือนก.ค.
  • (+) “พาวเวล”ชี้กิจกรรมทางศก.สหรัฐยังต่ำ-ทิศทางศก.เผชิญความไม่แน่นอนสูงมาก  นายเจอโรม พาวเวล ประธานาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธตามเวลาสหรัฐว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และทิศทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้ายังคงมีความไม่แน่นอนที่สูงมาก  นายพาวเวลได้กล่าวถึงสถานการณ์ในตลาดแรงงานสหรัฐว่า “แม้ตัวเลขการจ้างงานเริ่มฟื้นตัวเนื่องจากประชาชนเริ่มกลับเข้าทำงาน แต่อัตราว่างงานที่ระดับ 8.4% ในเดือนส.ค.ยังถือว่าสูงมาก และคาดว่าอัตราว่างงานอาจจะสูงกว่าข้อมูลที่เจ้าหน้าที่รายงานอยู่ประมาณ 3% เมื่อพิจารณาจากอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (labor force participation) ที่ปรับตัวลดลง”  เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการกำหนด “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ที่เฟดได้แถลงการการประชุมล่าสุดนั้น นายพาวเวลกล่าวว่า “เราพยายามสร้างสูตรบางอย่างขึ้นเพราะเราต้องการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ซึ่งหากเราดำเนินการตามสูตรนั้นแล้ว ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อก็จะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 2% ซึ่งจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% และสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เฟดอาจจะสูญเสียความสามารถในการสนับสนุนเศรษฐกิจได้”  นอกจากนี้ นายพาวเวลยังกล่าวว่า การเพิ่มมาตรการสนับสนุนด้านการคลังยังคงจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
  • (+) CDC คาดชาวอเมริกันต้องรอถึง Q3/64 เพื่อให้มีวัคซีนต้านโควิดอย่างเพียงพอ  นายแพทย์โรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ กล่าวคาดการณ์ว่า ชาวอเมริกันอาจจะต้องรอจนถึงไตรมาส 3 ของปีหน้าเพื่อที่จะมีวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 อย่างเพียงพอที่จะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ  นายแพทย์เรดฟิลด์กล่าวว่า เขาคาดว่าจะเริ่มมีการแจกจ่ายวัคซีนในเดือนพ.ย.หรือธ.ค.ปีนี้ แต่ในจำนวนจำกัดสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุด เช่น บุคลากรด้านสาธารณสุข และจะต้องใช้เวลาอีก 6-9 เดือนเพื่อให้ชาวอเมริกันทั้งหมดสามารถได้รับการฉีดวัคซีน
  • (-) เฟดชี้เศรษฐกิจสหรัฐปีนี้หดตัวน้อยกว่าคาด ขณะปรับลดตัวเลขว่างงาน  คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในวันนี้ และส่งสัญญาณว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2566  นอกจากนี้ เฟดมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัวน้อยกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่ตัวเลขการว่างงานจะลดต่ำลง 
  • (-) สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านพุ่งเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ย.  สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 5 จุด สู่ระดับ 83 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  เมื่อเทียบรายปี ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น 15 จุดในเดือนก.ย.
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก หลังเฟดเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ และปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.16% แตะที่ 93.1951 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9100 ฟรังก์ จากระดับ 0.9079 ฟรังก์ แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.00 เยน จากระดับ 105.45 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3168 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3180 ดอลลาร์แคนาดา  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1802 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1853 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7298 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7308 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2954 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2897 ดอลลาร์
  • (+/-) ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 36.78 จุด หลัง”พาวเวล”กังวลศก.สหรัฐ  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาดแรงงานของสหรัฐ ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดในแดนลบเนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,032.38 จุด เพิ่มขึ้น 36.78 จุด หรือ +0.13% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,050.47 จุด ลดลง 139.85 จุด หรือ -1.25% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,385.49 จุด ลดลง 15.71 จุด หรือ -0.46%