ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 20, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 16 มี.ค.63 (ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,523 1,504 1,478

แนวต้าน : 1,576 1,593 1,611

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  นครนิวยอร์กซิตี้ จำกัดให้ร้านอาหาร, บาร์ และคาเฟ่ต่างๆ ให้บริการเฉพาะการซื้ออาหารกลับบ้านและจัดส่ง ขณะที่ไนต์คลับ, โรงภาพยนตร์ และคอนเสิร์ตถูกสั่งปิดทำการ มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ของวันที่ 17 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่นความวิตกต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ขยายวงและลากยาวมากขึ้นในสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนอย่างหนักจากความวิตกดังกล่าวประเด็นดังกล่าว ซึ่งกระตุ้นแรงขายทำกำไรเข้ามาสู่ตลาดทองคำ เพื่อนำเงินไปชดเชยการขาดทุนในตลาดหุ้น ประกอบกับนักลงทุน เพิ่มความระมัดระวังในการถือครองทองคำเพิ่มเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนในทิศทางอ่อนตัวลง ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ จะเป็น เจ้าภาพจัดประชุมทางไกลประเด็นไวรัส COVID-19 กับเหล่าผู้นำ G7 (ได้แก่ สหรัฐ, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, เยอรมนี, แคนาดา, อิตาลี และญี่ปุ่น ) ในต้นสัปดาห์นี้ เบื้องต้นในระยะสั้นแนะนำว่า หากราคาขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,556-1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำขายทองคำออกมาเพื่อลดความเสี่ยง สำหรับหากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ อาจเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวหากราคาไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,523-1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าว อาจจะชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูการตั้งฐาน

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: ช่วงบ่ายราคาทองคำลดช่วงบวกลง แต่หากยืนเหนือโซน 1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสอาจทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,556-1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาไม่สามารถผ่านไปได้ อาจเกิดแรงขายทำกำไรออกมาซึ่งจะทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 1,523-1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

 กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,556-1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากมีสถานะอยู่แล้วอาจชะลอการลงทุนเพิ่มถ้าราคาไม่อ่อนตัวลง

Short Position ปิดสถานะหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,523 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวสามารถรอทำกำไรบริเวณ แนวรับถัดไปที่ 1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New สำหรับนักลงทุนระยะสั้นยังเน้นให้เล่นในกรอบ โดยรอจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหรือบริเวณแนวต้าน 1,556-1,576 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากรับความเสี่ยงได้ อาจเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาบริเวณแนวรับ 1,523-1,504 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกทั้งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์เนื่องจากราคาแกว่งตัวผันผวน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) ดอลลาร์ร่วงหลังเฟดลดดอกเบี้ย, BOJ ไม่สกัดเยนแข็ง  ดอลลาร์ร่วงลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆในวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยอย่างไม่คาดคิดอีกครั้ง และธนาคารกลางสำคัญๆดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาการขาดแคลนดอลลาร์ในตลาดการเงินและจัดหาสภาพคล่องเพิ่มเติม  มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อธนาคารกลางต่างๆให้ดำเนินการบางอย่างเพื่อฟื้นความสงบสู่ตลาดการเงินที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโคโรนาที่รุนแรงขึ้น  เฟดลดอัตราดอกเบี้ยสู่ช่วงเป้าหมาย 0%-0.25% เมื่อวานนี้ตามเวลาไทย และระบุว่า เฟดจะขยายงบดุลอย่างน้อย 7 แสนล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า  ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในการประชุมฉุกเฉินว่า BOJ จะซื้อหุ้นกู้, ตราสารหนี้พาณิชย์มากขึ้น และจะจัดทำแผนการให้เงินกู้ใหม่แก่ภาคบริษัท โดยดำเนินการเช่นเดียวกับทั่วโลกที่เพิ่มการรับมือต่อไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายจากจีนไปยังหลายสิบประเทศและทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 5,800 คน  ธนาคารกลางอื่นๆ 5 แห่งดำเนินการด้านวงเงินสว็อปเพื่อทำให้เป็นการง่ายขึ้นในการจัดหาดอลลาร์ให้กับสถาบันการเงินที่เผชิญกับภาวะตึงตัวในตลาดสินเชื่อ  นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า การร่วงลงของดอลลาร์อาจจะเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากการขาดแคลนดอลลาร์ในระบบการเงินโลกหมายความว่า จะมีอุปสงค์ระยะยาวอย่างต่อเนื่องสำหรับดอลลาร์ในตลาดสปอต  ดอลลาร์ร่วงลง 1.2% สู่ 106.70 เยนในวันนี้ ร่วงลงต่อเนื่องหลังการตัดสินใจของ BOJ
  • (-) “เจพีมอร์แกน”คาดจีดีพีสหรัฐจะติดลบแต่จะเลี่ยงศก.ถดถอยทางเทคนิคได้  นักเศรษฐศาสตร์ของเจพีมอร์แกนกล่าวว่า ขณะที่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ท่ามกลางไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แต่ในที่สุดสหรัฐจะสามาถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค  ในขณะที่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนารุนแรงมากขึ้น เจพีมอร์แกนปรับลดคาดการณ์การเติบโตจีดีพีสหรัฐและโลกเพิ่มเติม โดยขณะนี้คาดว่า การเติบโตจะติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส   เจพีมอร์แกนคาดการณ์ถึง “ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยครั้งใหม่” แต่ไม่คาดว่า จะมีการประกาศช่วงขาลงอย่างเป็นทางการ  การชะลอตัวทางเศรษฐกิจจำเป็นต้องดำเนินไปเป็นเวลา “มากกว่า 2-3 เดือน” สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติจึงจะประกาศภาวะเศรษฐกิจถดถอย  นอกจากนั้น จำเป็นต้องมีตัวเลขบ่งชี้ทางเศรษฐกิจต่างๆที่ระดับต่ำ ซึ่งรวมถึงจีดีพีที่แท้จริง, รายได้ที่แท้จริง, การจ้างงาน, การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าส่ง-ค้าปลีก
  • (+/-) ตลาดหุ้นยุโรปเปิดร่วง 5% หลังเฟดลดดอกเบี้ย-นลท.จับตาโควิด-19  ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันนี้ร่วงลง ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยและใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ในขณะที่หลายประเทศเริ่มปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วง 4.9% หลังเปิดตลาดไม่นาน  ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 3,886.82 จุด ลดลง 231.54 จุด, -5.62% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดที่ 8,728.48 จุด ลดลง 503.60 จุด, -5.45%  ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สร้างความประหลาดใจต่อตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.00% ในการประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ และมีการประกาศผลการประชุมในเวลาราว 04.00 น.ของวันนี้ (16 มี.ค.) ตามเวลาไทย เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ  ทั้งนี้ เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 1.00% จากระดับ 1.00-1.25% สู่ระดับ 0.00-0.25%
  • (+/-) สหรัฐเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมทางไกลผู้นำ G7 ประเด็นไวรัสโคโรนาต้นสัปดาห์นี้  นายจูดด์ เดียร์ ผู้ช่วยพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐและรองโฆษกทำเนียบขาวระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้หารือกับประธานาธิบดีแอมมานูแอล มาครงของฝรั่งเศสเกี่ยวกับวิธีที่ทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันเพื่อยับยั้งการระบาดของไวรัสโคโรนา โดยปธน.ทรัมป์เห็นพ้องที่จะเป็น “เจ้าภาพจัดประชุมทางไกลประเด็นไวรัสโคโรนากับเหล่าผู้นำ G7 ในต้นสัปดาห์นี้”  กลุ่มประเทศ G7 ได้รวมถึงสหรัฐ, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, เยอรมนี, แคนาดา, อิตาลี และญี่ปุ่น