ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 16 ธ.ค.62(ภาคบ่าย) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

แนวรับ : 1,461 1,453 1,445

แนวต้าน : 1,479 1,487 1,495

ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน (เพิ่มเติมช่วงเย็น)

สรุป  นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ระบุว่า ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน “ระยะที่ 1” เสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องปรับปรุงบางส่วนก่อนที่คาดว่าจะมีการลงนามในช่วงต้นเดือนม.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนไม่ยอมตอบคำถามเกี่ยวกับจำนวนที่แท้จริงที่จีนให้สัญญาเอาไว้ว่าจะซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐ  ทางด้านนายนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่สหรัฐฯ และจีนจะต้องหารือกัน ซึ่งมีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะบรรลุข้อตกลงการค้าระยะที่ 2 ส่วนนายแจน แฮทเซียนส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน กล่าวว่า การลดภาษีดังกล่าว น้อยกว่าที่คาดไว้ และ ยังมีความไม่แน่นอนบางประการเกี่ยวกับสถานะของข้อตกลงนี้ ประเด็นดังกล่าว ทำให้นักลงทุนไม่แน่ใจว่า จะมีข้อตกลงใดๆ อีกหรือไม่ เมื่อพิจารณาถึงความเห็นที่ไม่ตรงกันพื้นฐานในประเด็นสำคัญๆ เช่น สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา  หลังจากที่สหรัฐและจีนเผชิญภาวะติดขัดทางการค้าหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา  จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงในระดับจำกัด ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนจับตา หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังไม่สามารถยืนได้ นักลงทุนที่มีทองคำในมืออาจขายบางส่วน  แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้รอไปขายบริเวณแนวต้านถัดไป ซึ่งหากไม่สามารถผ่านแนวต้านแรก อาจเห็นการย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ เบื้องต้นหากรับความเสี่ยงได้แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,461-1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อหวังทำกำไรระยะสั้นจากการดีดตัว

ปัจจัยทางเทคนิค

แนวโน้ม Gold Spot: หากราคาพยายามทดสอบแนวต้านโซน 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วราคาสามารถขึ้นไปยืนได้ น่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านไปได้ มีแนวโน้มเกิดแรงขายทำกำไรออกมาและอาจทำให้ราคาปรับตัวลงไปอีก โดยประเมินแนวรับที่ 1,461-1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์ Gold Futures:

Long Position นักลงทุนควรลดความเสี่ยงโดยการปิดสถานะหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และชะลอการเพิ่มสถานะซื้อหากราคาทองคำได้ดิ่งลงต่ำกว่าแนวรับ 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Short Position นักลงทุนสามารถปิดสถานะหากราคาทองคำลงมาบริเวณ 1,461 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากหลุดแนวดังกล่าว ก็สามารถรอทำกำไรในแนวรับต่อไปบริเวณ 1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Open New หาจังหวะเปิดสถานะขายเมื่อราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,479-1,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และซื้อคืนเมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือโซน 1,461-1,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างแข็งแกร่ง และแนะนำให้ลดสถานะขายลงหากราคาทะลุกรอบด้านบน

ข่าวสารประกอบการลงทุน

  • (+) นักวิเคราะห์ไม่แน่ใจคำมั่นจีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐ 5 หมื่นล้านดอลลาร์  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐระบุว่า จีนจะซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรสหรัฐ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีภายใต้ข้อตกลงการค้า “ระยะที่ 1” ระหว่าง 2 ประเทศ แต่เกิดความไม่แน่ใจว่า นั่นจะเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งจุดชนวนจากการที่จีนไม่ต้องการยืนยันตัวเลข  ในขณะที่ปธน.ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่า จีนจะบรรลุเป้าหมาย “เร็วๆนี้” แต่การดำเนินการเช่นนั้นจะเพิ่มการนำเข้าของจีนอย่างมาก โดยเป็นไปได้ว่าจะสร้างความลำบากด้านขีดความสามารถของจีนในการอุปโภคบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านั้น นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐแสดงตัวเลขบางส่วนแก่ผู้สื่อข่าว แต่ปฏิเสธที่จะให้ตัวเลขที่เฉพาะเจาะจงอย่างชัดเจน  ส่วนเจ้าหน้าที่จีนไม่ยอมตอบคำถามเกี่ยวกับจำนวนที่แท้จริงที่จีนให้สัญญาเอาไว้ในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์  นายโจเซฟ กลอเบอร์ อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐระบุว่า “ผมสงสัยอย่างยิ่ง พวกเขาจะทำอย่างไร?”
  • (+) ผู้แทนพิเศษสหรัฐชี้แถลงการณ์ล่าสุดของเกาหลีเหนือสะท้อนถึงความไม่เป็นมิตร  นายสตีเฟน บีกัน ผู้แทนพิเศษของสหรัฐด้านเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า แถลงการณ์ล่าสุดของเกาหลีเหนือสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นมิตร พร้อมระบุว่าสหรัฐไม่มีกำหนดเส้นตายสำหรับการประชุมกับเกาหลีเหนือ โดยความเคลื่อนไหวของนายบีกันมีขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์เมื่อไม่นานมานี้ว่า เกาหลีเหนือจะเริ่มทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีป หากการเจรจากับสหรัฐไม่มีความคืบหน้าภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นกำหนดการของเกาหลีเหนือ   หลังจากเข้าพบกับนายลี โด ฮุน ผู้แทนพิเศษของเกาหลีใต ฝ่ายกิจการสันติภาพและความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี นายสตีเฟนกล่าวแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนที่กรุงโซลว่า เกาหลีเหนือรู้ว่าจะติดต่อเราอย่างไร พร้อมส่งสัญญาณความตั้งใจที่จะติดต่อกับเกาหลีเหนือที่บริเวณชายแดนสองเกาหลี   “ถึงเวลาแล้วที่เราจะทำต้องงานของเราให้ลุล่วง” เขากล่าว  นายบีกันย้ำว่า สหรัฐมีเป้าหมายที่จะบรรลุสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเห็นพ้องกันในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์ เมื่อเดือนมิ.ย. 2561 พร้อมเสริมว่า สหรัฐแนะนำวิธีสร้างสรรค์มากมายในการดำเนินการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีเหนืออย่างสมบูรณ์      “สหรัฐและเกาหลีเหนือสามารถที่จะเลือกทางที่ดีกว่าได้ แต่อย่างที่ผมกล่าวเมื่อครู่ สหรัฐไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ลำพัง” นายบีกันกล่าว 
  • (+) “โกลด์แมน”ผิดหวังการลดภาษีในข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนน้อยกว่าที่คาดไว้  แม้ว่ามีข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ระหว่างสหรัฐและจีนในที่สุด แต่โกลด์แมน แซคส์แสดงความผิดหวังในเรื่องนี้  สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐจะคงภาษี 25% ต่อสินค้านำเข้าของจีนมูลค่า 2.50 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่จะลดภาษีต่อผลิตภัณฑ์มูลค่า 1.20 แสนล้านดอลลาร์ สู่ 7.5% อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงในวงจำกัด โดยนายแจน แฮทเซียนส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมนกล่าวว่า การลดภาษีดังกล่าว “น้อยกว่าที่คาดไว้”   “การลดภาษีนี้อยู่ที่ระดับเพียงครึ่งหนึ่งของคาดการณ์พื้นฐานของเรา” นายแฮทเซียสระบุ “ยังมีความไม่แน่นอนบางประการเกี่ยวกับสถานะของข้อตกลงนี้ ในขณะที่ดูเหมือนว่ารายละเอียดทางเทคนิคและกฎหมายบางประการยังคงไม่แน่นอน”  นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายหวังว่าจะลงนามในข้อตกลงในสัปดาห์แรกของเดือนม.ค.ในวอชิงตัน นอกจากนี้ เขายังเตือนว่า คณะบริหารของปธน.ทรัมป์ไม่ได้ให้สัญญาถึงการยกเลิกภาษีในอนาคต โดยเสริมว่า จะเป็นการดีในการตั้งข้อสงสัยว่า จีนจะทำตามข้อตกลงบางอย่างหรือไม่
  • (+)  ดัชนีหุ้นฮ่องกงปิดร่วงลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนรอดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หลังจากที่ความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงดังกล่าวได้หนุนให้ตลาดหุ้นฮ่องกงพุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 2.57% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  ดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ที่ 27,508.09 จุด ลดลง 179.67 จุด, -0.65%  สำหรับสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงนั้น มีรายงานว่ากลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงค่ำวานนี้ ในขณะที่นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เดินทางไปยังกรุงปักกิ่งของจีน โดยคาดว่านางลัมจะเข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆของจีน เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงในฮ่องกงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา