เสาร์. พ.ย. 23rd, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 16 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

ราคาทองคำลดลงเนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น

คืนนี้ติดตามรายงาน Beige Book ยอดค้าปลีกสหรัฐ

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหว Sideways down

  • ราคาทองคำ Spot เมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 1,488-1,498 ดอลลาร์ในช่วงกลางวัน โดยนักลงทุนรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนสามารถตกลงกันได้ในบางส่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจีนต้องการเจรจาเพิ่มเติมกับสหรัฐอีกอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายเดือนต.ค. แต่ในช่วงกลางคืนมีแรงเทขายออกมามาก ทำให้ราคาทองคำปิดตลาดลดลง เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น ดัชนีภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กเดือนต.ค.ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.0 สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าลดลงสู่ระดับ 0.8 และความหวังว่าอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะสามารถบรรลุข้อตกลง Brexit ได้ในสัปดาห์นี้
  • คืนนี้ติดตามรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book) ทำให้ทราบเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา การแถลงของประธานเฟดสาขาชิคาโก้ นอกจากนี้สหรัฐจะประกาศยอดค้าปลีกเดือนก.ย.ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.3% จากที่เดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 0.4%
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways down จากความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนและประเด็น Brexit ที่ลดลง โดยราคาทองคำมีแนวรับที่ 1,474 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,470 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,500 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,480.80 -12.1 1,474/1,470 1,490/1,500

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,500 21,300/21,250 21,450/21,550

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,460 -150 21,410/21,350 21,570/21,670

แนะนำเปิดสถานะขายถ้าราคาทอง Spot หลุดแนวรับบริเวณ 1,474 ดอลลาร์ (GF 21,410 บาท)  โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,490 ดอลลาร์ (GF 21,570 บาท)  

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,490.10 -10.30 1,482/1,478 1,498/1,508

แนะนำเปิดสถานะขายถ้าราคา GOZ19 หลุดแนวรับบริเวณ 1,482 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,498 ดอลลาร์

ค่าเงินบาท

เงินบาทในวันนี้คาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนยังติดตามติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และการเจรจา Brexi โดย USD Futures คาดจะมีแนวรับที่ 30.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านที่ 30.40 บาทต่อดอลลาร์ และ 30.45 บาทต่อดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : เงินปอนด์พุ่ง ขานรับความหวังอังกฤษ-EU บรรลุข้อตกลง Brexit

          เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา(15 ต.ค.) ขานรับความหวังที่ว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะสามารถบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) ได้ในสัปดาห์นี้ เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นหลังจากมีรายงานว่า อังกฤษและ EU กำลังอยู่ในระหว่างการร่างข้อตกลง Brexit ที่จะได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย ขณะที่นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจา Brexit ของ EU ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า อังกฤษและ EU จะสามารถบรรลุข้อตกลง Brexit ในสัปดาห์นี้ หลังการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดร่วง $14.1 นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังดาวโจนส์พุ่งแรง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคึกคัก หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 14.1 ดอลลาร์ หรือ 0.94% ปิดที่ 1,483.5 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 32.6 เซนต์ หรือ 1.84% ปิดที่ 17.384 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมันดิบ WTI ปิดลบ 78 เซนต์ หลัง IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก

             สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.) หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก และจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้พลังงาน  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 78 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 52.81 ดอลลาร์/บาร์เรล            สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 61 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 58.74 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 237.44 จุด รับผลประกอบการสดใส

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ต.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ รวมทั้งความหวังที่ว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะสามารถบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU (Brexit) ได้ในสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,024.80 จุด พุ่งขึ้น 237.44 จุด หรือ +0.89% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,995.68 จุด เพิ่มขึ้น 29.53 จุด หรือ +1.00% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,148.71 จุด เพิ่มขึ้น 100.06 จุด หรือ +1.24%

อิหร่านเผยพร้อมเจรจาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ หากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

          ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านพร้อมเริ่มเจรจาในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ หากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน          “หากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรตามที่เราต้องการ เราพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาภายใต้กรอบของกลุ่ม P5 + 1” นายรูฮานีกล่าว โดยอ้างถึงประเทศสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และเยอรมนี ซึ่งได้ทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านเมื่อปี 2558  “ความกังวลหลักของเราคือ เราจะได้รับประโยชน์จากการเจรจาหรือไม่ หรือว่าการเจรจาจะเป็นเพียงการจัดฉากเท่านั้น” เขากล่าว สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 และเรียกร้องจัดการเจรจารอบใหม่กับอิหร่าน โดยเพิ่มข้อจำกัดมากขึ้นต่อโครงการนิวเคลียร์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี อิหร่านเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐได้ประกาศรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรต่อเศรษฐกิจอิหร่านอย่างที่ไม่เคยมีมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งออกน้ำมัน

สื่อเผย EU เล็งจัดประชุมฉุกเฉินรอบใหม่หวังสรุปข้อตกลง Brexit ให้ได้ก่อนเส้นตาย

          สำนักข่าวบีบีซีรายงานในวันนี้ว่า สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาจัดการประชุมฉุกเฉินรอบใหม่ เพื่อบรรลุข้อตกลงว่าด้วยการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยคาดว่าการประชุมดังกล่าวจะมีขึ้นก่อนช่วงสิ้นเดือนนี้  รายงานระบุว่า การประชุมภายในของ EU จะมุ่งเน้นการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการ “ออกแถลงการณ์ที่มีแบบแผน” ในการประชุมสุดยอดผู้นำ EU ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาหนี้ ทั้งนี้ สหราชอาณาจักร และ EU เร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อบรรลุข้อตกลงให้ได้ก่อนการประชุมสุดยอด EU ที่กำลังจะมาถึง โดยสหราชอาณาจักรมีกำหนดที่จะออกจาก EU ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ และการประชุม EU ซัมมิต ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ถูกมองว่าเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายจะทำข้อตกลงกันได้ก่อนกำหนดเส้นตายดังกล่าว

อิหร่านเผยพร้อมเจรจาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ หากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

          ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านพร้อมเริ่มเจรจาในประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ หากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน          “หากสหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรตามที่เราต้องการ เราพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาภายใต้กรอบของกลุ่ม P5 + 1” นายรูฮานีกล่าว โดยอ้างถึงประเทศสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และเยอรมนี ซึ่งได้ทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านเมื่อปี 2558  “ความกังวลหลักของเราคือ เราจะได้รับประโยชน์จากการเจรจาหรือไม่ หรือว่าการเจรจาจะเป็นเพียงการจัดฉากเท่านั้น” เขากล่าว สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 และเรียกร้องจัดการเจรจารอบใหม่กับอิหร่าน โดยเพิ่มข้อจำกัดมากขึ้นต่อโครงการนิวเคลียร์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี อิหร่านเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐ หลังจากที่สหรัฐได้ประกาศรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรต่อเศรษฐกิจอิหร่านอย่างที่ไม่เคยมีมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งออกน้ำมัน