พฤหัส. ต.ค. 17th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 ส.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (HGF)

ทองคำขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย

คืนนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว

ราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,530 ดอลลาร์

  • ราคาทองคำเมื่อวานปิดตลาดปรับขึ้น นักลงทุนกลับเข้ามาซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลงกว่า 800 จุดหรือราว 3% จากการที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ Inverted yield curve (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว) เป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย รวมทั้งนักลงทุนกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจจะถดถอยทั่วโลกหลังจากจีดีพีไตรมาส 2 ของเยอรมันหดตัวลง 0.1% ส่วนกองทุน SPDR กลับมาซื้อทองคำสูงถึง 7.61 ตันเมื่อวาน
  • คืนนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัว ได้แก่ ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนส.ค. ตลาดคาดลดลงสู่ระดับ 10.1 ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.3% ดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนส.ค. ตลาดคาดลดลงสู่ระดับ 2.1 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ 212,000 ราย และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ตลาดคาดเพิ่มขึ้น 0.1%
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,530 ดอลลาร์ โดยทองคำมีแนวรับ 1,500 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,480 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,520 ดอลลาร์ และ 1,530 ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,516.40 +15.0 1,500/1,480 1,520/1,530

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,950 -350 21,950/21,750 22,150/22,250

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
22,350 +330 22,080/21,880 22,280/22,390

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคาทอง Spot ระหว่าง 1,500-1,530 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคาทองคำ Spot ปรับลงมาที่ 1,500 ดอลลาร์  (GF 22,080 บาท) และ 1,480 ดอลลาร์ (GF 21,880 บาท) โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,470 ดอลลาร์ (GF 21,780 บาท)

โกลด์ฟิวเจอร์สออนไลน์

Close chg Support Resistance
1,528.00 +21.80 1,505/1,485 1,525/1,535

เทรดดิ้งระยะสั้นแนะนำซื้อขายตามกรอบราคา GOU19 ระหว่าง 1,505-1,535 ดอลลาร์ การเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเมื่อราคา GOU19 ปรับลงมาที่ 1,505 ดอลลาร์ และ 1,485 ดอลลาร์ โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1,475 ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ยูโรอ่อนเทียบดอลล์ เหตุวิตก GDP เยอรมนีหดตัว,ศก.ยูโรโซนชะลอตัว

          สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ส.ค.) หลังจากทางการเยอรมนีเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่หดตัวลงในไตรมาส 2 และสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) ระบุว่า GDP ของยูโรโซนขยายตัวในอัตราที่ชะลอในไตรมาส 2

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดพุ่ง $13.7 นลท.แห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังดาวโจนส์ร่วง

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐทรุดตัวลงอย่างหนัก รวมทั้งความวิตกกังวลที่ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มถดถอย หลังจากจีนและเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ  สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 13.70 ดอลลาร์ หรือ 0.9% ปิดที่ 1,527.80 ดอลลาร์/ออนซ์    สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 29.5 เซนต์ หรือ 1.74% ปิดที่ 17.28 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.87 หลังสต็อกน้ำมันดิบพุ่ง,วิตกศก.ถดถอย

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% เมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ส.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังเป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมัน  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 1.87 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 55.23 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ดิ่งลง 1.82 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 59.48 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ: ดาวโจนส์ปิดร่วง 800.49 จุด วิตกตลาดพันธบัตรสหรัฐส่งสัญญาณศก.ถดถอย

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 800 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ส.ค.) หลังจากตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve หรือภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนที่ขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 17 ปี และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเยอรมนีที่หดตัวลงในไตรมาส 2 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,479.42 จุด ร่วงลง 800.49 จุด หรือ -3.05% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,840.60 จุด ลดลง 85.72 จุด หรือ -2.93% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,773.94 จุด ดิ่งลง 242.42 จุด หรือ -3.02%