จันทร์. พ.ย. 18th, 2019

วิเคราะห์ราคาทองคำ 15 ต.ค.62(ภาคเช้า) by HGF

โดย  : บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด(HGF)

เจรจาจีนสหรัฐราบรื่นแต่รอลงนามในข้อตกลง

สัปดาห์นี้ติดตามรายงาน Beige Book

คาดทองเริ่มฟื้นหลังร่วงหนักปลายสัปดาห์ก่อน

  • สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,516 ดอลลาร์ หลังจากการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ระบุว่า กรรมการเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐที่อาจถดถอย ทำให้คาดเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือน อย่างไรก็ดีในช่วงปลายสัปดาห์ราคาทองคำลดลงเนื่องจากคาดหวังทางบวกจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และความหวังที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะสามารถทำข้อตกลง Brexit ได้
  • สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต  (Beige Book) จีดีพีไตรมาส 3 ของจีน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. การอนุญาตก่อสร้างและการเริ่มสร้างบ้านเดือนก.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจเดือนก.ย.
  • แนวโน้มราคาทองคำคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,485-1,500 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำมีแนวรับสำคัญที่ 1,485 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไป 1,470 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,516-1,520  ดอลลาร์

ราคาทองคำตลาดโลก

Close chg. Support Resistance
1,492.9 +4.27 1,485/1,470 1,500/1,516

ราคาทองคำแท่ง 96.5%

Close chg. Support Resistance
21,500 -50 21,450/21,300 21,600/21,750

โกลด์ฟิวเจอร์ส

Close chg Support Resistance
21,500 -130 21,440/21,350 21,650/21,720

เปิดสถานะซื้อจากแนวรับบริเวณ 1,485ดอลลาร์ หรือ (GF 21,440 บาท)

โกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์

Close chg Support Resistance
1,493.7 -10.30 1,485/1,475 1,500/1,503

เปิดสถานะซื้อที่ราคา GOZ19 1,485 ดอลลาร์  และ 1,475 ดอลลาร์  

ค่าเงินบาท

เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในสัปดาห์นี้ ทั้งจากการส่งสัญญาณของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการพิจารณาออกมาตรการที่จะทำให้เงินบาทลดระดับการแข็งค่า รวมทั้งการพิจารณากฎหมายงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแนวรับอยู่ที่ 30.30 และ 30.24 บาท ต่อ ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 30.48-30.50 บาท ต่อ ดอลลาร์

News

ตลาดการเงินต่างประเทศ : ปอนด์อ่อนเทียบดอลล์ นักลงทุนจับตาเจรจา Brexit โค้งสุดท้าย

          เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยขณะนี้กำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Brexit  นักวิเคราะห์กล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินปอนด์เป็นผลมาจากการเจรจา Brexit ที่ซับซ้อนและยังไม่บรรลุผล ทั้งนี้ สหราชอาณาจักร และ EU กำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อบรรลุข้อตกลงให้ได้ก่อนการประชุมสุดยอด EU ที่กำลังจะมาถึง โดยสหราชอาณาจักรมีกำหนดที่จะออกจาก EU ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ และการประชุม EU ซัมมิต ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ ถูกมองว่าเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายจะทำข้อตกลงกันได้ก่อนกำหนดเส้นตายดังกล่าว

ตลาดโลหะมีค่าต่างประเทศ : ทองปิดบวก $8.9 เหตุวิตกการค้าสหรัฐ-จีนหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังมีรายงานว่าจีนต้องการเจรจาเพิ่มเติมก่อนลงนามในข้อตกลงขั้นแรกกับสหรัฐ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 8.9 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 1,497.6 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 16.6 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 17.71 ดอลลาร์/ออนซ์

ตลาดน้ำมันดิบต่างประเทศ : น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.11 หลัง IEA หั่นคาดการณ์อุปสงค์น้ำมัน

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค.) หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกในปีนี้และปีหน้า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่มั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากมีรายงานว่า จีนต้องการเจรจาเพิ่มเติมกับสหรัฐก่อนที่จะลงนามในข้อตกลงการค้าขั้นแรกกับสหรัฐ  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 1.11 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 53.59 ดอลลาร์/บาร์เรล   สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 59.35 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นต่างประเทศ : ดาวโจนส์ปิดลบ 29.23 จุด เหตุนลท.ไม่มั่นใจสหรัฐ-จีนลงนามดีลการค้า

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าจีนต้องการเจรจาเพิ่มก่อนที่จะลงนามในข้อตกลงขั้นแรกกับสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,787.36 จุด ลดลง 29.23 จุด หรือ -0.11% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,966.15 จุด ลดลง 4.12 จุด หรือ -0.14% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,048.65 จุด ลดลง 8.39 จุด หรือ -0.10%

สื่อเผยสหรัฐเล็งพิจารณาข้อตกลงสกุลเงินที่ทำไว้กับจีนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้า

          สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาข้อตกลงสกุลเงินที่ทำไว้กับจีนก่อนหน้านี้ ให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นต้นที่อาจทำให้มีการระงับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในสัปดาห์หน้ารายงานระบุว่า ข้อตกลงด้านสกุลเงินซึ่งสหรัฐตกลงกับจีนไว้เมื่อต้นปีนี้ก่อนที่การเจรจาการค้าจะล้มเหลวนั้น จะถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นแรกกับจีน และจะมีการเจรจามากขึ้นตามมาในประเด็นหลักๆ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี

นายกฯไอร์แลนด์เชื่อบรรลุข้อตกลง Brexit ได้ทัน 31 ต.ค. หลังประชุมนายกฯอังกฤษมีแนวโน้มดี

                นายลีโอ วารัดคาร์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า การบรรลุข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) สามารถเสร็จสิ้นได้ทันเส้นตายที่กำหนด หลังการประชุมกับนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมาในเชิงบวก นายจอห์นสันและนายวารัดคาร์ ได้พบปะกันในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อเจรจาเรื่อง Brexit โดยหวังจะหลีกเลี่ยงการแยกตัวออกโดยไม่มีข้อตกลง หรือ “no-deal Brexit” ในแถลงการณ์ร่วมของผู้นำทั้ง 2 ประเทศระบุว่า มีหนทางที่จะบรรลุข้อตกลงได้ และนายไมเคิล บานิเยร์ หัวหน้าผู้แทนเจรจา Brexit ของ EU จะเข้าพบกับนายสตีฟ บาร์เคลย์ รัฐมนตรีอังกฤษฝ่ายกิจการ Brexit ในวันนี้ ขณะที่นายวารัดคาร์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไอร์แลนด์ว่า เขาเชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อให้สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจาก EU แบบมีเงื่อนไขและทันกำหนดได้ อย่างไรก็ตาม มีหลายสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของตนเอง นอกจากนี้ นายวารัดคาร์ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายที่ยอมถอยเพื่อให้การเจรจามีความคืบหน้า โดยเสริมว่านี่ไม่ใช่เรื่องว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือแพ้ ทั้งนี้ เหลือเวลาอีกเพียง 3 สัปดาห์แล้วก่อนที่สหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) โดยปัจจุบันนั้นยังไม่ชัดเจนว่าการแยกตัวจะเป็นแบบมีหรือไม่มีข้อตกลง

ประธานเฟดมินนีอาโพลิสหนุนเฟดลดดอกเบี้ยลงอีก แต่เชื่อเศรษฐกิจสหรัฐไม่ถึงขั้นถดถอย           นายนีล แคชคารี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนีอาโพลิส กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่จะสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก นายแคชคารีเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า “การคาดการณ์พื้นฐานของผมก็คือ เศรษฐกิจยังคงขยายตัว ผมไม่คาดว่าเศรษฐกิจจะถดถอย แต่มีความเสี่ยงขาลงเพิ่มขึ้น และ หากข้อมูลเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไปอย่างที่เป็นอยู่ ผมก็จะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก” นายแคชคารีไม่ได้เป็นกรรมการเฟดที่มีสิทธิลงมตินโยบายการเงินในปีนี้ แต่จะเข้าร่วมในการหารือนโยบายเฟด ส่วนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายแคชคารีได้แสดงความเห็นว่า เฟดกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการประเมินผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ข้อพิพาทระหว่างสหรัฐ-จีนที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ ขณะที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเปิดโอกาสสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเพื่อขจัดความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก