ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 เม.ย.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

พิจารณาโซน 1,703-1,681 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะซื้อ ควรแบ่งปิดสถานะทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้าน 1,726-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งควรจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น

แนวรับ : 1,703 1,681 1,663 แนวต้าน : 1,726 1,747 1,761

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปิดทะยานขึ้น 22.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แม้ในระหว่างวันราคาทองคำจะเผชิญกับแรงขายทำกำกำไร  แต่ราคากลับมาทะยานขึ้นในที่สุด โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์  ประกอบกับทองคำเริ่มกลับมาทำหน้าที่สินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง  ท่ามกลางผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างจากพิษ COVID-19 ที่ส่งผลให้การเคลื่อนไหวในสินทรัพย์เสี่ยงยังคงผันผวน จึงได้เห็นแรงซื้อทองคำหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งตัวในแดนลบ  อีกทั้งยังเกิดกระแสเงินทุนไหลเข้า ETF ทองคำต่อเนื่อง  สะท้อนจากกองทุน SPDR ที่ครองถือทองคำเพิ่มวานนี้ถึง +15.51 ตัน สู่ระดับ 1,009.70 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มิ.ย.2013 ทำให้ในปี 2020 กองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มแล้วมากถึง +116.45 ตัน ปัจจัยที่กล่าวมาช่วยหนุนทองคำให้ทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดของปีนี้ครั้งใหม่ และแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี บริเวณ 1,724.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์  สำหรับวันนี้ไม่มีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ  แต่อาจติดตามการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ อาทิ JPMorgan Chase, Wells Fargo และJohnson & Johnson ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นรวมถึงทองคำได้  รวมถึงติดตามการเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดจะมีการปรับ “ลด” การเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ทั่วโลกซึ่งอาจส่งผลในเชิงบวกต่อราคาทองคำ

จจัยทางเทคนิค :

แม้ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ระยะสั้นหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,724-1,726 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจจะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงมาเพื่อสะสมแรงซื้อในโซน 1,703-1,681 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยืนได้ราคาจะพยายามดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,726-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

ราคาทองคำมีจุดเปิดสถานะซื้อระยะสั้นในบริเวณ 1,703-1,681 ดอลลาร์ต่อออนซ์  (ตัดขาดทุนหากหลุด 1,681 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้) แต่หากราคาปรับตัวขึ้นไปก่อนไม่ควรไล่ซื้อให้พิจารณาบริเวณ 1,726-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์แบ่งเปิดสถานะซื้อ เพื่อทำกำไร

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  • (+) WHO เตือนการระบาดของโควิด-19 ขึ้นเร็ว-ลงช้า  นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะมีอัตราเร่งที่รวดเร็ว แต่เมื่ออยู่ในช่วงปรับตัวลงจะดำเนินไปอย่างล่าช้า  “เราอาจจะกล่าวได้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะขึ้นเร็ว และลงช้า” เขากล่าว  นอกจากนี้ นายแพทย์ทีโดรสยังเตือนว่า การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศต่างๆควรจะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมกัน
  • (+) ดอลล์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะซื้อขายเบาบางช่วงวันหยุดอีสเตอร์  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 เม.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ในยุโรปยังคงปิดทำการเนื่องในวัน Easter Monday  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.13% สู่ระดับ 99.3553 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.52 เยน จากระดับ 108.36 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3875 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3961 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9662 ฟรังก์ จากระดับ 0.9653 ฟรังก์  ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0922 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0933 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2529 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2469 ดอลลาร์
  • (-) นิวยอร์ก,แคลิฟอร์เนียและรัฐอื่นๆวางแผนเปิดธุรกิจอีกครั้งขณะวิกฤติโควิด-19 บรรเทา  7 รัฐทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอีก 3 รัฐทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อวานนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือกันกลับมาเปิดเศรษฐกิจของพวกเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไปอีกครั้งโดยปราศจากการฟื้นคืนของการติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ดูเหมือนว่าการระบาดเริ่มลดน้อยลง  นายแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กระบุว่า นิวยอร์ก ซึ่งเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐข้างเคียงอย่างนิวเจอร์ซีย์, คอนเนตทิคัต, เดลาแวร์, เพนซิลเวเนีย และโรดไอร์แลนด์ในการจัดทำกลยุทธ์สำหรับร่วมกันผ่อนคลายคำสั่งเก็บตัวในบ้านที่ออกในเดือนที่ผ่านมาเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19  ในเวลาต่อมา รัฐแมสซาชูเซตต์สประกาศเข้าร่วมพันธมิตรชายฝั่งตะวันออกดังกล่าว
  • (-) COVID-19: CDC คาดการระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐจะแตะจุดสูงสุดสัปดาห์นี้  นายโรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐจะแตะจุดสูงสุดในสัปดาห์นี้ ขณะที่ตั้งข้อสังเกตถึงสัญญาณของภาวะเสถียรภาพทั่วสหรัฐ  “เรากำลังใกล้แตะจุดสูงสุดแล้ว คุณจะรู้ว่าคุณได้แตะจุดสูงสุดก็ต่อเมื่อตัวเลขน้อยกว่าวันก่อนหน้านี้” เรดฟิลด์กล่าว
  • (-) ผู้ว่าฯนิวยอร์กเผยมีสัญญาณบ่งชี้โควิด-19 ชะลอตัว แม้ยอดตายทะลุ 10,000 ราย  นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวว่า ทางรัฐกำลังดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเขาเชื่อว่าภาวะที่เลวร้ายที่สุดจะผ่านพ้นไป ถ้าหากเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินมาตรการคุมเข้มต่อไป  ขณะเดียวกัน นายคูโอโมยังระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในนิวยอร์กพุ่งทะลุ 10,000 ราย อยู่ที่ 10,056 ราย โดยจำนวนผู้เสียชีวิตรายใหม่ในวันนี้พุ่งขึ้นถึง 671 ราย
  • (-+/-) ดาวโจนส์ปิดลบ 328.60 จุด วิตกโควิด-19 ฉุดรายได้บริษัทจดทะเบียน  ชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทจดทะเบียน โดยในสัปดาห์นี้จะมีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งที่เตรียมเปิดเผยผลประกอบการ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส และเวลส์ ฟาร์โก อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากหุ้นอเมซอนที่พุ่งขึ้นกว่า 6% หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มการจ้างงานอีกกว่า 7 หมื่นตำแหน่ง เพื่อรองรับความต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,390.77 จุด ลดลง 328.60 จุด หรือ -1.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,761.63 จุด ลดลง 28.19 จุด หรือ -1.01% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,192.42 จุด เพิ่มขึ้น 38.85 จุด หรือ +0.48%