ข้ามไปยังทูลบาร์
กันยายน 23, 2020

วิเคราะห์ราคาทองคำ 14 พ.ค.63(ภาคเช้า) by YLG

Spread the love

โดย  : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

คำแนะนำ :

ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,720-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายืนไม่ได้อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงจะมีแนวรับบริเวณ 1,700-1,697 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ : 1,697 1,686 1,668 แนวต้าน : 1,723 1,739 1,747

จจัยพื้นฐาน :

ราคาทองคำวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.99  ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ที่ระบุว่า  เฟดอาจต้องใช้เครื่องมือด้านนโยบายเพิ่มเติมเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น  พร้อมเตือนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะ “อ่อนแอยาวนาน”เนื่องจาก COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงในช่วงขาลง  ทั้งนี้  คำเตือนของประธานเฟดกดดันสินทรัพย์เสี่ยงและหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  ขณะที่สัญญาณการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มมากขึ้นก็เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ  ดังนั้นราคาทองคำจึงทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,718 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวันจากปัจจัยดังกล่าว  อย่างไรก็ดี  ราคาทองคำอ่อนตัวลงในเวลาต่อมาจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังประธานเฟดยืนยันเฟด “ไม่ใช้”นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ  ประกอบกับคำเตือนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของประธานเฟดกระตุ้นแรงซื้อสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย จึงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกทองคำ  นอกจากนี้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ดิ่งลงเกินคาดถึง 1.3% ในเดือนเม.ย.สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญภาวะเงินฝืดในช่วงสั้นๆจึงถือเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  นั่นทำให้การปรับตัวขึ้นของราคายังอยู่ในกรอบจำกัด  ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +8.48 ตัน  สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ

จจัยทางเทคนิค :

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,720-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นที่ 1,700-1,697 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน :

รอเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้นหากการอ่อนตัวลงสามารถยืนเหนือโซน 1,700-1,697 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,686 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งทองคำออกขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทองคำไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,720-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ

ข่าวสารประกอบการลงทุน :

  •  (+) “ทรัมป์”ยังต้องการอัตราดอกเบี้ยติดลบแต่ชี้ปธ.เฟดมีผลงานดีขึ้น  เมื่อวานนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุว่า เขายังเชื่อมั่นอย่างมากว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ควรใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ แต่แสดงการยอมรับเล็กน้อยในตัวนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ซึ่งระบุก่อนหน้านี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 0%  ปธน.ทรัมป์ระบุว่า นายพาวเวลล์ซึ่งเขาวิจารณ์บ่อยครั้ง มีผลงานที่ดีขึ้นในฐานะผู้นำเฟด แต่เขายังคงไม่เห็นด้วยกับนายพาวเวลล์ในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยธนาคารกลางสหรัฐ 
  • (+) “พาวเวล”ชี้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญความเสี่ยงช่วงขาลงจากพิษโควิด-19  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงในช่วงขาลง  นายพาวเวลยังระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะขึ้นอยู่กับคำถามมากมายเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 เช่น จะใช้เวลานานเท่าใดก่อนที่จะมียารักษา และการยกเลิกมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมจะทำให้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหม่หรือไม่ รวมทั้งความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภคจะกลับมาเมื่อใด 
  • (+) “พาวเวล”เผยเฟดอาจต้องใช้เครื่องมือด้านนโยบายเพิ่มเติมรับมือโควิด-19  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดอาจต้องใช้เครื่องมือด้านนโยบายเพิ่มเติมเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่มีจำนวนผู้ตกงานมากกว่า 20 ล้านคนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ นายพาวเวลกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในการเสวนาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน (PIIE) ในวันนี้  อย่างไรก็ดี นายพาวเวลไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือด้านนโยบายดังกล่าว
  • (+) ดาวโจนส์ปิดร่วง 516.81 จุด หลัง”พาวเวล”เตือนศก.สหรัฐเสี่ยงเผชิญขาลง  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (13 พ.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงในช่วงขาลง นอกจากนี้ นักลงทุนยังเกิดความตื่นตระหนก หลังจากนายเดวิด เทปเปอร์ มหาเศรษฐีพันล้านซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทแอปปาลูซา แมเนจเมนท์ ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมีมูลค่าสูงเกินความเป็นจริงอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,247.97 จุด ร่วงลง 516.81 จุด หรือ -2.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,820.00 จุด ลดลง 50.12 จุด หรือ -1.75% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,863.17 จุด ลดลง 139.38 จุด หรือ -1.55%
  • (-) ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังปธน.เฟดแถลง  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและมีสภาพคล่องมากที่สุด หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงในช่วงขาลง  ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.31% สู่ระดับ 100.24 เมื่อคืนนี้  ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9723 ฟรังก์ จากระดับ 0.9689 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4108 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4040 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 106.99 เยน จากระดับ 107.25 เยน  ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0815 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0854 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2218 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2280 ดอลลาร์
  • (-) “พาวเวล”ยันเฟดไม่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ  นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวยืนยันว่า แม้เฟดใช้เครื่องมือด้านนโยบายจนหมดในการรับมือกับวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 แต่เครื่องมือหนึ่งที่เฟดจะไม่เข้าไปแตะคือการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ  “ผมรู้ว่ามีผู้ที่ต้องการให้เฟดใช้นโยบายดังกล่าว แต่ขณะนี้สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำการพิจารณา โดยเราคิดว่าเรายังมีเครื่องมือที่ดีที่เราจะใช้ได้” นายพาวเวลกล่าวในการเสวนาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน (PIIE) ในวันนี้
  • (+/-) สหรัฐเผยดัชนี PPI ดิ่งแรงกว่าคาดในเม.ย. ขณะโควิด-19 กระทบอุปสงค์  ระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ดิ่งลง 1.3% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนมี.ค.  การดิ่งลงของดัชนี PPI ในเดือนเม.ย. ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเงินฝืดในช่วงสั้นๆ ขณะที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทบอุปสงค์  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI ร่วงลง 1.2% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2558 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนมี.ค.  นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI จะปรับตัวลง 0.5% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และลดลง 0.2% เมื่อเทียบรายปี